วันอังคาร ที่ 15 กันยายน 2569

Login
Login

AI Warning สะเทือนหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน? Capex มหาศาลยังไปต่อ หรือเริ่มสะดุด

โบรกมอง “AI Warning” กดดันหุ้น Semiconductor และ AI Infrastructure ระยะสั้น แต่ยังไม่กระทบกำไรปี 2569-2570 จับตาโจทย์ใหญ่ AI Capex มหาศาลจะเปลี่ยนเป็นรายได้และกระแสเงินสดจากการใช้งานจริงได้หรือไม่ โดยความเสี่ยงจะชัดขึ้นตั้งแต่ปี 2571

KEY POINTS

  • กระแส “AI Warning” ส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นของหุ้นกลุ่ม Semiconductor และ AI Infrastructure ในระยะสั้น แต่คาดว่ายังไม่กระทบพื้นฐานกำไรในปี 2569-2570 เนื่องจากยังมีโครงการลงทุนที่ทำสัญญาไว้แล้วและความต้องการประมวลผล (Inference) ที่ยังเติบโต
  • ประเด็นสำคัญในระยะยาวคือการลงทุน Capex มหาศาลจะสามารถเปลี่ยนเป็นรายได้และกระแสเงินสดจากการใช้งานจริงได้หรือไม่ ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินทุนหมุนเวียนในระบบ (Circular Financing)
  • ผู้นำบริษัท AI รายใหญ่ (Anthropic, OpenAI) เริ่มส่งสัญญาณให้ชะลอการพัฒนาโมเดลเพื่อมุ่งเน้นด้านความปลอดภัย ซึ่งอาจเปลี่ยนโฟกัสของอุตสาหกรรมจากการเร่งสร้างโมเดลไปสู่การสร้างรายได้จากการใช้งานจริง
  • ตลาดมองว่า "AI Warning" เป็นการเตือนด้านความเสี่ยงมากกว่าสัญญาณการลด Capex ในทันที เพราะความต้องการประมวลผลใน 18 เดือนข้างหน้ายังสูง และการเพิ่มระบบความปลอดภัยอาจทำให้ใช้ทรัพยากรประมวลผลมากขึ้น
  • การชะลอตัวของการฝึกโมเดล (Training) จะเป็นบททดสอบสำคัญ หากรายได้จากการใช้งานจริง (Inference) ไม่เติบโตตาม จะเกิดคำถามต่อความยั่งยืนของ AI Capex และกดดันมูลค่าหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน
  • ผลกระทบต่อหุ้นแต่ละกลุ่มแตกต่างกัน โดยกลุ่ม Semiconductor และ Data Center อาจเผชิญแรงกดดัน แต่กลุ่ม Cybersecurity, AI Monitoring และ Safety Infrastructure มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการเพิ่มงบลงทุนด้านความปลอดภัย
  • ความเสี่ยงที่แท้จริงต่อการลงทุน AI Capex จะเริ่มชัดเจนขึ้นตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป ซึ่งตลาดต้องการเห็นการพิสูจน์ว่า AI สามารถสร้างรายได้จากผู้ใช้งานปลายทางได้จริง เพื่อรองรับเม็ดเงินลงทุนมหาศาล

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกยังเดินหน้าต่อเนื่อง แต่ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับความคุ้มค่าของเม็ดเงินลงทุนมากขึ้น หลังการเร่งพัฒนาเทคโนโลยี AI ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดคำถามว่าเงินลงทุนจำนวนมหาศาลจะสามารถต่อยอดเป็นรายได้และกระแสเงินสดจากการใช้งานจริงได้มากน้อยเพียงใด ขณะที่ความกังวลด้านความปลอดภัยของ AI เริ่มเข้ามาเป็นอีกปัจจัยที่อาจส่งผลต่อทิศทางการลงทุนในระยะถัดไป

สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด เปิดเผยว่า กระแส “AI Warning” มีผลลบต่อความเชื่อมั่นของหุ้นกลุ่ม Semiconductor และ AI Infrastructure ในระยะสั้นมากกว่าที่จะกระทบต่อแนวโน้มพื้นฐานกำไรในปี 2569–2570 เนื่องจากความต้องการประมวลผลสำหรับ Inference และโครงการลงทุนที่มีการทำสัญญาไว้แล้ว ยังคงเป็นแรงหนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญในระยะยาวคือ คุณภาพของ AI Capex ว่าจะสามารถเปลี่ยนเป็นรายได้และกระแสเงินสดจากผู้ใช้งานจริงได้มากเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อความกังวลเรื่อง Circular Financing เริ่มกลับมาเป็นประเด็นที่ตลาดจับตา

ทั้งนี้ Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic ส่งสัญญาณให้ภาคธุรกิจ “ชะลอความเร็ว” ในการเพิ่มขีดความสามารถของ AI เพื่อให้ระบบความปลอดภัยสามารถพัฒนาได้ทัน โดยเฉพาะความสามารถของ AI Agent ในด้าน Cybersecurity และการปรับปรุงตัวเอง พร้อมเสนอให้มีผู้ประเมินอิสระเข้าถึงระบบ AI เพื่อทดสอบและเปิดเผยความเสี่ยง

ขณะที่ Sam Altman ซีอีโอ OpenAI สนับสนุนแนวคิดดังกล่าว และระบุถึงการนำระบบผู้ประเมินอิสระมาใช้ รวมถึงการเลื่อนแผน IPO ออกไปอย่างน้อยปี 2570 สะท้อนว่าบริษัท AI อาจให้น้ำหนักกับความปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเทียบกับการเร่งพัฒนาโมเดลเพียงอย่างเดียว

ด้าน Elon Musk และ Demis Hassabis จาก Google DeepMind มีท่าทีสนับสนุนทิศทางการเพิ่มความปลอดภัยของ AI แต่ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนว่าจะนำไปสู่การลดงบลงทุนหรือยกเลิกโครงการ Data Center ที่วางแผนไว้แล้วหรือไม่ ขณะที่ Donald Trump มีจุดยืนไม่สนับสนุนการชะลอการพัฒนา หากกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐฯ กับจีน

ดังนั้น มุมมองของตลาดจึงยังให้น้ำหนักว่า AI Warning เป็นคำเตือนด้านความเสี่ยงมากกว่าสัญญาณการลด AI Capex ในทันที โดยเฉพาะเมื่อความต้องการ Compute ในช่วง 18 เดือนข้างหน้ายังมีแนวโน้มเติบโต ขณะที่การเพิ่มระบบประเมินโมเดล การตรวจสอบ และ Sandboxing เพื่อความปลอดภัย อาจทำให้การใช้ Compute ต่อหนึ่งงานเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ

สำหรับผลกระทบรายกลุ่ม Semiconductor และ GPU มีแนวโน้มเป็นลบในระยะสั้นจากการลดความคาดหวังต่อการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ แต่ผลกระทบระยะกลางยังจำกัด เนื่องจากความต้องการ Inference ยังเติบโต ขณะที่ Memory และ Storage อาจได้รับผลกระทบจำกัดเช่นกัน เพราะแม้ Training จะชะลอ แต่การสร้างข้อมูลและการใช้งาน AI ยังต้องใช้หน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บจำนวนมาก

ส่วนกลุ่ม Networking, Cooling และ Power ยังได้รับแรงหนุนจากโครงการ Data Center ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างหรือมีการทำสัญญาแล้ว ขณะที่ Data Center และ Neocloud อาจเผชิญแรงกดดันด้านความเชื่อมั่นมากกว่า เนื่องจากตลาดกังวลต่อการเติบโตของ Capex ในอนาคต แม้รายได้ระยะใกล้ยังมีแรงหนุนจากสัญญาระยะยาว

ในทางกลับกัน Cybersecurity, AI Monitoring และ Safety Infrastructure มีแนวโน้มเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการเพิ่มมาตรการควบคุมความเสี่ยงของ AI ทั้งการประเมินโมเดล การตรวจสอบ AI Agent, Sandboxing และระบบ Monitoring ขณะที่ AI Software และ Application อาจได้ประโยชน์ หากอุตสาหกรรมเปลี่ยนจากการเร่งสร้างโมเดลใหม่ไปสู่การสร้างรายได้จากการใช้งานจริงมากขึ้น

สิทธิชัยกล่าวว่า ประเด็น Circular Financing ทำให้ตลาดต้องกลับมาตั้งคำถามว่า AI Capex ที่เติบโตอย่างรวดเร็วเกิดจากความต้องการใช้งานจริงของลูกค้าปลายทางมากน้อยเพียงใด เมื่อเทียบกับเงินทุนที่หมุนเวียนอยู่ภายในระบบ AI

โครงสร้างดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อบริษัทในห่วงโซ่ AI มีหลายบทบาท ทั้งผู้ลงทุน ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน และผู้ขายกำลังประมวลผลให้กับ AI Labs ทำให้เงินทุนที่ใส่เข้าไปใน AI Labs สามารถย้อนกลับมาเป็นรายได้ผ่านการซื้อ GPU, Cloud หรือ Compute

ดังนั้น หาก AI Labs ชะลอการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย การเติบโตของ Capex จะต้องพึ่งพา Inference และการใช้งานเชิงพาณิชย์ มากขึ้น ซึ่งจะเป็นบททดสอบว่าโครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนไปแล้วสามารถสร้างรายได้และผลตอบแทนได้จริงหรือไม่

หาก Inference, AI Agent และการใช้งาน AI ในองค์กรยังเติบโตต่อเนื่อง แม้ Training จะชะลอลง จะถือเป็นสัญญาณบวก เพราะสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากช่วง “สร้างโครงสร้างพื้นฐาน” สู่ “สร้างรายได้จากสินทรัพย์ที่ลงทุนไปแล้ว” และช่วยลดความกังวลเรื่อง Circular Financing

แต่หาก Training ชะลอตัว ขณะที่รายได้จากการใช้งานจริงเติบโตไม่ทัน และ AI Labs ยังต้องพึ่งเงินทุนจากผู้ผลิตชิปหรือผู้ให้บริการ Cloud เพื่อเดินหน้าการลงทุน ตลาดอาจกลับมาตั้งคำถามต่อความยั่งยืนของ AI Capex และกดดันมูลค่าหุ้นที่ราคาสะท้อนการเติบโตของ AI Infrastructure ต่อเนื่องหลายปี

สำหรับมุมมองการลงทุน InnovestX มองว่า AI Warning เป็นลบต่อ Sentiment ของหุ้น Semiconductor และ AI Infrastructure ระยะสั้น มากกว่าการเปลี่ยนแนวโน้มกำไรปี 2569–2570 โดย Capex ที่ผูกสัญญาแล้วและการเติบโตของ Inference ยังสนับสนุนความต้องการ GPU, Memory, Networking, Cooling และ Power

หุ้นที่พื้นฐานยังได้แรงหนุน ได้แก่ NVIDIA, Broadcom, SK hynix, Micron, Arista Networks, Vertiv และ Eaton ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญจะเลื่อนไปอยู่ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป ซึ่งตลาดต้องพิสูจน์ว่า AI สามารถสร้างรายได้ปลายทางได้มากพอรองรับ Capex โดยไม่ต้องพึ่ง Circular Financing เพิ่มขึ้น

กลุ่มที่อ่อนไหวต่อประเด็นดังกล่าวมากกว่า ได้แก่ CoreWeave และผู้ให้บริการ Neocloud ขณะที่กลุ่ม Cybersecurity, AI Monitoring และ Safety Infrastructure มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการเพิ่มงบลงทุนด้านการตรวจสอบโมเดล การควบคุม AI Agent และการป้องกันความเสี่ยง โดยหุ้นที่น่าจับตา ได้แก่ Palo Alto Networks, CrowdStrike, Fortinet, Cloudflare และ Zscaler