วันอังคาร ที่ 15 กันยายน 2569

Login
Login

น้ำมันโลกพุ่งกด ‘หุ้นไทย’ โบรกเตือน 5 กลุ่มเสี่ยงถูกกระทบต้นทุน

ราคาน้ำมันโลกยังอยู่ในระดับสูง หลังความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านและความเสี่ยงด้านอุปทานเพิ่มแรงกดดันต่อราคาพลังงาน ขณะที่ บล.กสิกรไทย มอง Net Impact ต่อตลาดเป็นบวกเล็กน้อย เพราะหุ้นพลังงานและปิโตรเคมีมีน้ำหนักสูง ทุกน้ำมันขึ้น 10 ดอลลาร์ เพิ่มกำไรกลุ่มราว 3.7 หมื่นล้านบาท ด้าน บล.หยวนต้า น้ำมันสูงกระทบ บรรจุภัณฑ์ ยางมะตอย โรงไฟฟ้า ขนส่ง และไฟแนนซ์ ขณะที่ บล.พาย เผยหุ้นที่ถูกกระทบอย่าง โรงแรม สายการบิน ค้าปลีก ปรับลงมามากเริ่มน่าสะสม

KEY POINTS

  • ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และความเสี่ยงด้านอุปทาน กำลังสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทย
  • โบรกเกอร์เตือนกลุ่มธุรกิจที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น ได้แก่ กลุ่มไฟฟ้า, สายการบิน, ค้าปลีก, ไฟแนนซ์, ขนส่ง, บรรจุภัณฑ์ และรับเหมาก่อสร้าง
  • อย่างไรก็ตาม ผลกระทบสุทธิต่อตลาดโดยรวมยังเป็นบวกเล็กน้อย เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีซึ่งมีน้ำหนักสูงในตลาดได้รับประโยชน์ โดยทุกๆ 10 ดอลลาร์ที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น จะทำให้กำไรของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นราว 3.7 หมื่นล้านบาท
  • บล.หยวนต้า แนะนำให้ใช้หุ้นกลุ่มพลังงานเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่ม Global Play มากกว่า Domestic Play
  • บล.พาย มองว่าหุ้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ เช่น โรงแรม, สายการบิน และค้าปลีก ได้ปรับตัวลงมามากแล้ว จนเริ่มน่าสนใจสำหรับการทยอยสะสมเพื่อรอการฟื้นตัวในอนาคต

สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังมีความผันผวนสูง หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย ขณะที่การปิดท่อส่งน้ำมัน East-West ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการลำเลียงน้ำมันเพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ เพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานและอาจผลักดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้น โดยทิศทางดังกล่าวส่งผลต่อหุ้นไทยแตกต่างกัน ทั้งในกลุ่มพลังงานที่มีโอกาสได้แรงหนุนจากราคาน้ำมัน และกลุ่มที่มีต้นทุนพลังงานสูงซึ่งอาจเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

น้ำมันโลกพุ่งกด ‘หุ้นไทย’ โบรกเตือน 5 กลุ่มเสี่ยงถูกกระทบต้นทุน

วิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กสิกรไทย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า แม้ราคาน้ำมันสูงจะสร้างแรงกดดันต่อตลาด แต่ผลกระทบสุทธิต่อกำไรของตลาดหุ้นโดยรวมยังเป็นบวกเล็กน้อย เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีมีน้ำหนักในตลาดค่อนข้างมาก โดยทุกการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมัน 10 ดอลลาร์ จะช่วยเพิ่มกำไรกลุ่มดังกล่าวราว 37,000 ล้านบาท

ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ ขนส่ง โดยเฉพาะสายการบิน จากต้นทุนน้ำมันเจ็ทและดีเซลที่อยู่ในระดับสูง รวมถึง รับเหมาก่อสร้าง ที่เผชิญต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น

สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้ง ประเมินว่ามีโอกาสยืดเยื้อมากกว่าเดิมที่คาดไว้ 3-6 เดือน ขณะที่ต้องจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ในเดือน พ.ย.2569 ซึ่งอาจเปลี่ยนสมดุลเสียงในสภาและทำให้การผลักดันนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ทำได้ยากขึ้น แต่อาจช่วยลดความผันผวนจากนโยบายที่ไม่เป็นมิตรต่อตลาดหุ้นในระยะถัดไป

ด้านกลยุทธ์ สำหรับนักลงทุนระยะสั้น แนะนำ Global Play โดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่นที่ยังมีค่าการกลั่นอยู่ในระดับสูง และมีโอกาสรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมันในไตรมาส 3 จากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นช่วงปลายไตรมาส โดยแนะนำ TOP ขณะที่กลุ่มบรรจุภัณฑ์เริ่มทยอยปรับราคาขายตามต้นทุนพลังงาน ทำให้มีโอกาสเห็น Margin Expansion แนะนำ SCGP

ส่วนการลงทุนระยะกลาง แนะนำชะลอการลงทุนและรอจังหวะตลาดปรับฐานเพื่อทยอยสะสม โดยมอง กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เป็นเป้าหมายที่น่าสนใจหากตลาดย่อตัวแรง โดยเฉพาะ DELTA ซึ่งมองโซนประมาณ 250 บาท เป็นระดับที่น่าสนใจสำหรับการตั้งรับ

น้ำมันโลกพุ่งกด ‘หุ้นไทย’ โบรกเตือน 5 กลุ่มเสี่ยงถูกกระทบต้นทุน

ณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า กลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ ยางมะตอย และโรงไฟฟ้า ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม ได้แก่ ขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งแม้สามารถส่งผ่านต้นทุนบางส่วนไปยังผู้บริโภคได้ แต่ยังมีต้นทุนบางส่วนที่ไม่สามารถผลักภาระได้ ขณะที่ ไฟแนนซ์ อาจเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น กระทบความสามารถในการชำระหนี้

ด้านกลยุทธ์ แนะนำหุ้นพลังงานทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำเป็นเครื่องมือ Hedging แม้ราคาหุ้นหลายตัวปรับขึ้นมาแล้ว โดยหุ้นต้นน้ำที่น่าสนใจคือ BANPU ซึ่งได้ประโยชน์จากราคาถ่านหินและก๊าซที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ แนะนำเน้นหุ้น Global Play มากกว่า Domestic Play เนื่องจากยังต้องติดตามทิศทางดอกเบี้ย Fed และการเมืองในประเทศ ขณะที่กลุ่ม Soft Commodities อย่างยางพาราและปาล์มมีโอกาสได้อานิสงส์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์

ส่วนกลุ่ม Shipping มีโอกาสได้รับประโยชน์จากค่าบริการขนส่งที่ปรับขึ้นตาม Risk Premium ด้านความปลอดภัย โดยแนะนำ PRM จากธุรกิจเรือเก็บน้ำมัน

น้ำมันโลกพุ่งกด ‘หุ้นไทย’ โบรกเตือน 5 กลุ่มเสี่ยงถูกกระทบต้นทุน

วทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย กล่าวว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานราว 6-7 เดือน ยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบที่เข้าสู่ตลาดโลกลดลงและเพิ่มความกังวลต่อภาวะอุปทาน

ขณะเดียวกัน ข่าวการทำลายท่อส่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบียได้เพิ่มแรงกดดันต่อสถานการณ์ในระยะสั้น เนื่องจากทำให้การจัดหาและลำเลียงน้ำมันทำได้ยากขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงต่อไป

ทั้งนี้ หากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังยืดเยื้อ ราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อไปอีกระยะ และมีโอกาสน้อยที่จะกลับลงสู่ระดับประมาณ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในระยะสั้น ขณะที่ราคาพลังงานสูงจะส่งผ่านไปยังต้นทุนสินค้าและกดดันเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดจับตาการประชุม Fed ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด

สำหรับตลาดหุ้นไทย กลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันสูงยังคงเป็น พลังงานและปิโตรเคมี ขณะที่หุ้นส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ โรงไฟฟ้า ค้าปลีก ท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบิน

อย่างไรก็ตาม มองว่าหุ้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากราคาน้ำมันได้ปรับตัวลงมาค่อนข้างมากแล้ว จึงเริ่มมีโอกาสทยอยสะสม โดยเฉพาะ โรงแรม สายการบิน และค้าปลีก เพื่อรองรับการฟื้นตัวในระยะถัดไป หลังคาดว่าสหรัฐฯ ไม่น่าปล่อยให้ราคาพลังงานอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจนกระทบกำลังซื้อประชาชน และสถานการณ์มีโอกาสคลี่คลายดีขึ้นในอนาคต