WHA เล็งผุด“ดาต้าเซ็นเตอร์พาร์ค” 1,000-2,000 ไร่ บนทำเลศักยภาพ “อีอีซี -สระบุรี“พร้อมอ้าแขนรับพันธมิตร 2-3 ราย รอบอร์ดฯเคาะเกณฑ์ชัดใน1 เดือน หนุนไทยสู่เอไอฮับและประเทศรายได้สูง ส่วนปีนี้มีลุ้นนิวไฮต่อ หลังทำได้แล้วถึง4 ปีซ้อนและยอดขายที่ดินเข้าเป้า 2,500 ไร่
KEY POINTS
- WHA วางแผนจัดตั้ง "ดาต้าเซ็นเตอร์พาร์ค" ขนาดใหญ่ 1,000-2,000 ไร่ ในพื้นที่ EEC และสระบุรี เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ครบวงจร
- โครงการนี้มุ่งดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่ระดับโลก (Hyper Scaler) เพื่อรองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI ที่เติบโตสูง
- มีเป้าหมายเพื่อผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง AI (AI Hub) และเป็นประเทศรายได้สูงในระยะยาว
```
การลงทุน Data Center กำลังกลายเป็นหนึ่งในเกมยุทธศาสตร์ใหม่ของไทย เมื่อความต้องการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่เพียงการมีพื้นที่รองรับ แต่ต้องพร้อมทั้งไฟฟ้า สายส่ง น้ำ พลังงาน และระบบนิเวศที่เชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ทำให้ “ทำเล” และ “กติกาการลงทุน” กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าไทยจะคว้าโอกาสจากการลงทุนก้อนใหญ่ได้มากน้อยเพียงใด
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ WHA Group เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมแผนจัดตั้ง Data Center Park ขนาดใหญ่ 1,000-2,000ไร่ เพื่อสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ครอบคลุมทั้ง Data Center, Supply Chain, ศูนย์ฝึกอบรม ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และน้ำ
โดยเน้นพื้นที่หลักในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จังหวัดชลบุรี-ระยอง และขยายไปยังจังหวัดสระบุรี ซึ่ง WHA มีพื้นที่นิคมฯ เดิมและกำลังขยายพื้นที่เพิ่มอีกเกือบ 3,000 ไร่ เพื่อรองรับทั้งกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB)
สำหรับทำเลที่ตั้ง Data Center Park ขนาดใหญ่ นางสาวจรีพร ระบุว่า การเลือกพื้นที่ต้องพึ่งพาความพร้อมของสายส่งไฟฟ้าและจุดเชื่อมต่อสายเคเบิลใต้น้ำ (Submarine Cable) จึงไม่สามารถไปตั้งในพื้นที่ห่างไกลได้
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรทั้งในไทยและต่างชาติ 1–2 ราย เพื่อร่วมพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาด ซึ่งปัจจุบันเน้นพลังงานแสงอาทิตย์และเตรียมแผนระยะยาวรองรับเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR)
นางสาวจรีพร มีมุมมองต่อการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อกำหนดเกณฑ์ Data Center ให้ชัดเจน มองว่าเป็นเรื่องดีที่ภาครัฐตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้นมากำหนดเกณฑ์ Data Center ให้ชัดเจน วางกรอบเวลาไว้ภายใน 1 เดือน ตอนนี้ผ่านมา 1 สัปดาห์
เราเห็นด้วยกับการจัดโซนนิ่ง กำหนดให้ลงพื้นที่ผังเมืองสีม่วงเท่านั้น เพื่อป้องกันการลงทุนกระจายสะเปะสะปะหรือเข้าไปตั้งในเขตเมืองและกรุงเทพฯ
อีกทั้ง สนับสนุนให้ผู้ขอใช้ไฟฟ้าต้องวางหลักประกันการจองไฟ (Bank Guarantee) เพื่อป้องกันการจองไฟไว้แล้วไม่ใช้งานจริง หากไม่ใช้ก็ถูกยึดเงินประกัน
ส่วนทางด้านโครงสร้างค่าไฟฟ้า เราเห็นด้วยกับการคิดค่าไฟ Data Center ตามราคาแก๊สธรรมชาติเหลวนำเข้า (Imported LNG) ซึ่งสะท้อนราคาตลาดโลก โดยไม่ต้องนำไปเฉลี่ยกับราคาแก๊สอ่าวไทยที่มีราคาถูกกว่า เพื่อความยุติธรรมต่อประชาชนไทย และลูกค้ายินดีรับหากคิดอย่างโปร่งใส
ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 49,000 เมกะวัตต์ มีการใช้อยู่ 35,000 เมกะวัตต์ และมีสำรองอยู่ 15,000 เมกะวัตต์ แต่ความท้าทายสำคัญคือการวางแผนระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) ดังนั้นสนอให้ภาครัฐยืดอายุโรงไฟฟ้าเก่าที่หมดอายุออกไปอีก 5–10 ปี เนื่องจากใช้เงินปรับปรุงไม่สูง และช่วยจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ทันที ในขณะที่การสั่งซื้อเครื่องกังหันแก๊ส (Gas Turbine) สำหรับโรงไฟฟ้าใหม่ต้องรอคิวยาวหลายปี
ดังนั้นหากเปรียบเทียบกับเวียดนาม ตอนนี้ยังประสบปัญหาพลังงานไฟฟ้าไม่เพียงพอและโครงสร้างพื้นฐานไม่พร้อม ทำให้รัฐบาลเวียดนามต้องเป็นผู้ลงทุนเอง ในขณะที่ไทยมีความพร้อมมากกว่าในการดึงดูดผู้ลงทุน มองว่า เรายังเหมือนสาวงามที่เลือกได้ ด้วยนโยบายจะคัดเลือกผู้ลงทุน
"เราพูดมาตลอดว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น (Early Stage) เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ มีมากกว่า 4,000 แห่ง สิงคโปร์ หรือมาเลเซีย ไทยจึงควรกำหนดโควตาเมกะวัตต์ และเลือกเฉพาะรายใหญ่หรือHyper Scaler ที่สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ปรับตัวสู่ AI Hub และเป็นโอกาสยะยาว ปลดล็อคสู่ประเทศรายได้สูง และป้องกันกลุ่มเก็งกำไร"
นอกจากนี้ WHA ในฐานะผู้สนับสนุนกองทรัสต์และผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ ยังมีโอกาสนำทรัพย์สิน Data Center เข้ากองทรัสต์ WHART ในอนาคต หากสามารถพัฒนาโครงการ Data Center Park ในรูปแบบ Build-to-Suit และสร้างอาคาร Data Center ให้เช่า แล้วเสร็จ หลังเงื่อนไขData Centerชัดเจน เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการ Data Center ส่วนใหญ่นิยมซื้อที่ดินและพัฒนาอาคารเอ
สำหรับเป้าหมายยอดขายที่ดินรวมทั้งในไทยและเวียดนาม นางสาวจีพร กล่าวว่า ปีนี้เรายังคงเป้าไว้ที่ 2,500 ไร่ โดยยอดขายครึ่งปีแรกทะลุ 1,000 ไร่ไปแล้ว พร้อมตั้งเป้าทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ต่อเนื่อง หลังจากทำนิวไฮมาแล้ว 4ปีซ้อน
ปัจจุบันบริษัทสามารถปิดยอดขายที่ดินให้กลุ่ม Data Center ในไทยได้สูงถึง 900 ไร่ ยืนยันว่าการชะลอตัวเพื่อรอกฎเกณฑ์ภาครัฐของลูกค้าบางรายในช่วงนี้ จะไม่กระทบเป้าหมายรวม เนื่องจากฐานลูกค้าของบริษัทมีความหลากหลายสูง แต่หากกฎเกณฑ์มีความชัดเจนภายใน 1 เดือนจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายการดำเนินในปีนี้เพิ่มเติมเช่นกัน





