วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน 2569

Login
Login

เวเนฯ จ่อถอน OPEC เกมน้ำมันเปลี่ยน หุ้นพลังงานไทยกระทบแค่ไหน?

เวเนซุเอลาจ่อถอน OPEC โบรกมองเพิ่มซัพพลายน้ำมันโลก กดดันราคาน้ำมันระยะยาว จับตา TASCO-TIPCO และธุรกิจโรงกลั่น-โรงไฟฟ้า รับอานิสงส์ต้นทุนวัตถุดิบลดลง

KEY POINTS

  • ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยโดยรวมยังมีจำกัด โดยจะส่งผลกระทบเฉพาะบางกลุ่มธุรกิจเท่านั้น
  • ในระยะยาว หากเวเนซุเอลาเพิ่มการส่งออกน้ำมันได้จริง จะสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันโลก ซึ่งอาจส่งผลลบต่อผลประกอบการของหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำและผู้ผลิตน้ำมัน
  • หุ้นกลุ่มที่ใช้น้ำมันเป็นต้นทุนการผลิตอาจได้รับประโยชน์จากราคาวัตถุดิบที่ลดลง หากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงในระยะยาว
  • TASCO (ทิปโก้แอสฟัลท์) เป็นหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรง เนื่องจากมีโอกาสกลับมาใช้น้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาเป็นวัตถุดิบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกและลดต้นทุนการผลิตยางมะตอย
  • TIPCO (ทิปโก้ฟูดส์) อาจได้รับอานิสงส์ไปด้วยในฐานะผู้ถือหุ้นใน TASCO
  • ผลกระทบในระยะสั้นยังไม่น่ากังวล เนื่องจากตลาดยังต้องประเมินสถานการณ์ และปัจจุบันเวเนซุเอลามีอิทธิพลต่อราคาน้ำมันโลกไม่มากนัก

กรณีเวเนซุเอลาพิจารณาถอนตัวจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (OPEC) กลายเป็นประเด็นที่ตลาดพลังงานต้องจับตา หลังถูกมองว่าอาจส่งผลต่อทิศทางอุปทานน้ำมันดิบโลกในระยะต่อไป โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า หากมีการเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ตลาด อาจจำกัดการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในระยะกลางถึงยาว ขณะที่ผลต่อตลาดหุ้นไทยยังมีจำกัด แต่กลุ่มที่ใช้น้ำมันเป็นต้นทุน รวมถึง TASCO อาจได้รับประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบที่มีแนวโน้มลดลง

พิริยพล คงวาณิช ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บล. บัวหลวง ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า กรณีเวเนซุเอลาพิจารณาถอนตัวจาก OPEC ซึ่งถือว่ามีผลต่อโครงสร้างซัพพลายน้ำมันโลกในระยะยาว โดยหากเวเนซุเอลาหันไปเพิ่มความร่วมมือกับสหรัฐฯ และสามารถเพิ่มการส่งออกน้ำมันได้มากขึ้น จะทำให้ปริมาณน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลต่อทิศทางราคาน้ำมันในระยะต่อไป

ทั้งนี้ในระยะสั้น เหตุการณ์ดังกล่าวอาจยังไม่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบโลก เนื่องจากตลาดยังต้องประเมินรายละเอียดของนโยบายและระยะเวลาในการเพิ่มกำลังการผลิต รวมถึงปัจจัยด้านอุปสงค์พลังงานของโลก

แต่ในระยะยาว หากความร่วมมือกับสหรัฐช่วยให้เวเนซุเอลาสามารถเพิ่มและส่งออกอุปทานน้ำมันดิบเข้าสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น จะทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หรืออย่างน้อยจำกัดโอกาสที่ราคาน้ำมันจะปรับขึ้นไปอยู่ในระดับสูงมาก

สำหรับกลุ่มพลังงาน มองว่า ระยะสั้นโรงกลั่นและโรงไฟฟ้ายังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่หากราคาน้ำมันลดลงในระยะยาวจากอุปทานที่เพิ่มขึ้น จะช่วยลดต้นทุนของธุรกิจที่ใช้น้ำมันและผลิตภัณฑ์พลังงาน อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความต้องการใช้พลังงานควบคู่กัน เพราะหากดีมานด์ชะลอตัวอาจกระทบรายได้และกำไรของกลุ่มพลังงานได้

อีกหนึ่งบริษัทที่อาจได้รับประโยชน์คือ TASCO ผู้ผลิตและจำหน่ายยางมะตอย ซึ่งใช้น้ำมันดิบเป็นวัตถุดิบสำคัญ หากเวเนซุเอลากลับมาเพิ่มการส่งออกและข้อจำกัดด้านการค้าผ่อนคลาย จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดหาวัตถุดิบและบริหารต้นทุนของบริษัท

ส่วนผลกระทบต่อหุ้นไทยยังจำกัด เนื่องจากประเด็นดังกล่าวกระทบเฉพาะบางกลุ่มธุรกิจ โดยระยะสั้นราคาน้ำมันยังไม่น่าผันผวนมาก แต่หากเวเนซุเอลาเพิ่มการส่งออกในระยะยาว อาจกดดันราคาน้ำมันและเป็นประโยชน์ต่อบริษัทที่มีต้นทุนเชื่อมโยงกับน้ำมัน ขณะที่ทิศทางตลาดหุ้นไทยยังขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย เงินทุนต่างชาติ และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน

ประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด กล่าวว่า การที่เวเนซุเอลาเตรียมออกจากกลุ่ม OPEC เป็นสัญญาณสำคัญว่าโครงสร้างการควบคุมอุปทานน้ำมันของกลุ่มกำลังเข้าสู่ “End Game” หลัง UAE เคยส่งสัญญาณในลักษณะเดียวกัน สะท้อนว่าการจำกัดโควต้าการผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมันอาจเริ่มไม่ตอบโจทย์สมาชิกอีกต่อไป

สำหรับเวเนซุเอลา การออกจาก OPEC เปิดทางให้สามารถเพิ่มการผลิตและระบายน้ำมันดิบออกสู่ตลาดได้มากขึ้น โดยไม่ต้องติดข้อจำกัดด้านโควต้า ซึ่งหากเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง จะเพิ่มแรงกดดันต่อราคาน้ำมันโลก และอาจทำให้ตลาดเปลี่ยนจากภาวะขาดแคลน (Deficit) ไปสู่ภาวะล้นตลาด (Surplus)

ประกิตระบุว่า ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงปริมาณน้ำมันที่เวเนซุเอลาจะส่งออกเพิ่มขึ้น แต่คือสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของ OPEC ซึ่งอาจสะท้อนว่ากลไกการจำกัดกำลังการผลิตแบบเดิมกำลังเสื่อมประสิทธิภาพ

ส่วนผลกระทบต่อหุ้นพลังงานไทย ยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่ชัดเจน เพราะหากอุปทานน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นจนล้นตลาด ราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลง ซึ่งโดยทั่วไปจะกดดันผลประกอบการของหุ้นพลังงานต้นน้ำและผู้ผลิตน้ำมันในประเทศมากกว่า

ณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า การที่เวเนซุเอลาเตรียมออกจากกลุ่ม OPEC จะทำให้การควบคุมอุปทานน้ำมันโลกทำได้ยากขึ้น และลดความเป็นเอกภาพของกลุ่มในการจำกัดกำลังการผลิตเพื่อพยุงราคา ส่งผลให้ซัพพลายน้ำมันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยลบต่อราคาน้ำมันดิบในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบระยะสั้นยังจำกัด เนื่องจากเวเนซุเอลามีอิทธิพลต่อราคาน้ำมันโลกไม่มากนัก โดยหลังมีข่าวดังกล่าวราคาน้ำมันไม่ได้ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ทิศทางราคาน้ำมันยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นหลัก

สำหรับตลาดหุ้นไทย มองว่ามีเพียง TASCO และ TIPCO ที่ได้รับประโยชน์ โดย TASCO มีโอกาสนำโรงงานเก่ากลับมาผลิต หากสามารถกลับมาใช้น้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดหาวัตถุดิบและเพิ่มความยืดหยุ่นด้านต้นทุน รวมถึงมีโอกาสหนุนมาร์จินให้ดีขึ้น หากเงื่อนไขด้านการผลิตและราคาวัตถุดิบเอื้ออำนวย

ส่วน TIPCO มีโอกาสได้รับอานิสงส์ตาม TASCO เนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นใน TASCO ขณะที่หุ้นพลังงานไทยรายอื่นยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะไม่ได้ใช้น้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาเป็นวัตถุดิบในการผลิต