วันอังคาร ที่ 8 กันยายน 2569

Login
Login

หุ้นไทยเปิดตลาดวันนี้ บวก 2.00 จุด พลังงานพยุงตลาด หลังน้ำมันพุ่ง

หุ้นไทยเปิดตลาดบวก 2 จุด โบรกเกอร์ มองกรอบ 1,605-1,630 จุด ชูหุ้นพลังงานรับราคาน้ำมันขาขึ้น พร้อมแนะสะสม BDMS คาดกำไรไตรมาส 3 ฟื้นเด่น 45%

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปรับตัวขึ้น 2.00 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,620.82 จุด
  • ปัจจัยหนุนตลาดมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น หลังมีข่าวการโจมตีคลังน้ำมันขนาดใหญ่ของ Saudi Aramco
  • ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะ PTTEP, PTT, BCP และ TOP ซึ่งช่วยพยุงดัชนีไม่ให้ปรับตัวลงแรง

ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 8 ก.ย. 2569 ปรับขึ้น 2.00 จุด หรือ 0.12% อยู่ที่ 1,620.82 จุด มูลค่าการซื้อขาย 10,554.38 ล้านบาท
 

หุ้นไทยเปิดตลาดวันนี้ บวก 2.00 จุด พลังงานพยุงตลาด หลังน้ำมันพุ่ง

กรรณ์ หทัยศรัทธา, IAA, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบ 1,605-1,630 จุด โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,600 จุด ซึ่งประเมินว่ายังสามารถยืนได้ แม้ตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียมีโอกาสปรับตัวลงเล็กน้อยและผันผวนระหว่างวัน

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทย มีโอกาสพักตัวหลังจากปรับตัวขึ้นแรงในวันก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจาก หุ้น DELTA ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม หลังมีข่าวการโจมตีคลังน้ำมันขนาดใหญ่ของ Saudi Aramco ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะ PTTEP PTT BCP และ TOP ซึ่งจะช่วยพยุงดัชนีไม่ให้ปรับตัวลงแรง และเปิดโอกาสให้เกิดการเก็งกำไรในกลุ่ม Energy Trading ในช่วงเช้านี้

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ในไตรมาส 3/2569 ประเมินว่าโบรกเกอร์เริ่มมีแนวโน้มทยอยปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มโรงพยาบาล โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เริ่มได้รับการปรับคำแนะนำเพิ่มขึ้นทั้งกลุ่ม และมองเป็นจังหวะทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง

โดยหุ้นเด่นในกลุ่มดังกล่าว ได้แก่ DELTA และ HANA โดยหากราคาปรับตัวลดลงแรงจากความกังวลเรื่องราคาน้ำมันหรือสถานการณ์ความไม่สงบจากการโจมตีต่างๆ จะถือเป็นจังหวะเข้าสะสมเพื่อเก็งกำไร ขณะที่แนะนำหลีกเลี่ยง KCE ในช่วงนี้ เนื่องจากราคาทองแดงปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกดดันต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรของบริษัท

ส่วนกลุ่มโรงพยาบาลถือเป็นกลุ่มที่มีความมั่นใจต่อการฟื้นตัวมากที่สุด โดยหุ้นเด่น ได้แก่ BDMS BH และ PR9 และให้น้ำหนักกับ BDMS มากที่สุด เนื่องจากแนวโน้มรายได้จากผู้ป่วยฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเดือน ส.ค.2569 รายได้เติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่เดือน ก.ค.2569 เติบโตประมาณ 8%

อย่างไรก็ตาม หากรายได้ยังรักษาระดับการเติบโตดังกล่าวได้ คาดว่าผลประกอบการของ BDMS ในไตรมาส 3/2569 จะฟื้นตัวจากไตรมาส 2/2569 ได้อย่างโดดเด่นประมาณ 45% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนว่ากลุ่มโรงพยาบาลมีแนวโน้มผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว หลังไตรมาส 2/2569 ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนต่างๆ ซึ่งกดดันจำนวนผู้ป่วยที่เดินทางมาใช้บริการ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มค้าปลีก ไฟแนนซ์ และอสังหาริมทรัพย์ แม้เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวเช่นกัน แต่ยังไม่โดดเด่นเท่ากลุ่มโรงพยาบาล เนื่องจากกำลังซื้อในต่างจังหวัดยังไม่แข็งแกร่งมากนัก

ดังนั้น มองว่าการฟื้นตัวของกลุ่มโรงพยาบาลในไตรมาส 3/2569 ยังไม่ได้สะท้อนเข้าสู่ราคาหุ้นอย่างเต็มที่ เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนยังไม่เชื่อมั่นหรือยังไม่เห็นภาพการฟื้นตัวที่ชัดเจน จึงมองเป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โดยเฉพาะ BDMS