วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

หุ้นไทยปิดร่วง 13.61 จุด Bond Yield โลกพุ่ง กด Valuation ตลาดหุ้นทั่วโลก โบรกเกอร์ชี้ SET เสี่ยง Sideway Down

หุ้นไทยปิดร่วง 13.61 โบรกเกอร์เผย SET ช่วง 2 สัปดาห์แรกเดือนก.ย. มีโอกาส Sideway Down หลัง Bond Yield โลกพุ่ง กดดัน Valuation ตลาดหุ้น แนะถือพลังงาน-แบงก์ ตั้งรับที่ 1,565 จุด รอความชัดเจนหลังประชุม FOMC 16 ก.ย.69 ก่อนพิจารณากลับเข้าสะสม DELTA

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันที่ 2 ก.ย.2569 ร่วงลง 13.61 จุด (0.86%) มาอยู่ที่ 1,575.07 จุด ตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาค
  • ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐ ที่พุ่งแตะ 4.8% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี
  • การเพิ่มขึ้นของ Bond Yield ส่งผลให้นักลงทุนกังวล และกดดันระดับมูลค่า (Valuation) ของตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับลด Valuation ลง
  • บล.กสิกรไทยคาดการณ์ว่าดัชนี SET ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนกันยายน มีความเสี่ยงที่จะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway Down โดยให้แนวรับแรกที่ 1,565 จุด

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (2 ก.ย.2569) ปิดตลาดที่ 1,575.07 จุด ร่วง 13.61 จุด หรือ 0.86% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,589.88 จุด และจุดต่ำสุดที่ 1,572.44 จุด มีมูลค่าการซื้อขายรวม 64,337.82 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. PTT ราคาปิด 41.00 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.20% มูลค่าการซื้อขาย 5,161.91 ล้านบาท

2. DELTA ราคาปิด 246.00 บาท ลดลง 5.00 บาท หรือ 1.99% มูลค่าการซื้อขาย 3,244.19 ล้านบาท

3. PTTEP ราคาปิด 149.50 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 0.99% มูลค่าการซื้อขาย 3,215.56 ล้านบาท

4. GULF ราคาปิด 61.25 บาท ลดลง 0.75  บาท หรือ 1.21% มูลค่าการซื้อขาย 2,428.88 ล้านบาท

5. KTB ราคาปิด 43.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.57% มูลค่าการซื้อขาย 2,187.04 ล้านบาท

หุ้นไทยปิดร่วง 13.61 จุด Bond Yield โลกพุ่ง กด Valuation ตลาดหุ้นทั่วโลก โบรกเกอร์ชี้ SET เสี่ยง Sideway Down

สรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า การปรับตัวลดลงของดัชนีหุ้นไทยกว่า 13 จุด เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ของหลายประเทศทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐ อังกฤษ และญี่ปุ่น ซึ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี

ทั้งนี้ Bond Yield อายุ 10 ปีของญี่ปุ่นปรับขึ้นแตะระดับ 3% ขณะที่ Bond Yield 10 ปีของสหรัฐ พุ่งขึ้นแตะ 4.8% ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อระดับมูลค่าหุ้นทั่วโลก ซึ่งจากสถิติย้อนหลัง 60 ปี พบว่าในช่วงที่ Bond Yield ขยับเข้าใกล้ระดับ 5% ทิศทางตลาดหุ้นส่วนใหญ่มักปรับตัวเป็นลบ ขณะเดียวกันตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหา Bond Yield ที่เพิ่มขึ้น โดยมองว่ามาตรการในปัจจุบันยังเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่าการแก้ที่ต้นเหตุ

โดยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ Valuation ของตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มถูกกดดัน โดย S&P 500 ของสหรัฐ ปรับ Valuation จากระดับประมาณ 22 เท่า ลงมาอยู่ที่ 19.5 เท่า และคาดว่าแนวโน้มการปรับลด Valuation จะเกิดขึ้นในตลาดหุ้นทั่วโลกเช่นกัน

สำหรับตลาดหุ้นไทย มองแนวรับแรกที่ระดับ 1,565 จุด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากระดับปัจจุบัน โดยในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนกันยายน 2569 คาดว่าดัชนีจะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway Down

ส่วนกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้น แนะนำให้นักลงทุนเน้นถือหรือทยอยลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน และกลุ่มธนาคารก่อน เนื่องจากมีความเหมาะสมกับภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวนสูง

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตาม หลังการประชุม FOMC วันที่ 16 กันยายน 2569 เป็นต้นไป หากสถานการณ์ตลาด และทิศทาง Bond Yield มีความชัดเจนมากขึ้น แนะนำให้นักลงทุนพิจารณากลับเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ DELTA อีกครั้ง

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์