หุ้นไทยรีบาวด์ตามตลาดโลก รับบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ลดลง หนุนแรงซื้อกลับระยะสั้น โบรกชู DELTA เก็งกำไร พร้อมเตือนระวังกลุ่ม Data Center และโรงไฟฟ้า
KEY POINTS
- ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปรับตัวขึ้น 14.64 จุด หรือ 0.93% ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกที่ฟื้นตัว
- ปัจจัยหนุนหลักมาจากการปรับตัวลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นปัจจัยกดดันตลาด
- บรรยากาศการลงทุนยังได้รับแรงบวกจากข่าวที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตรียมซื้อพันธบัตรคืน และแรงกดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 3 ก.ย.2569 บวก 14.64 จุด หรือ 0.93% อยู่ที่ 1,589.71 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6,214.53 ล้านบาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา, IAA, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในลักษณะของการดีดตัวกลับระยะสั้น โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะการปรับตัวลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร หรือ Bond Yield ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกและตลาดหุ้นไทย
นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตรียมอัดฉีดวงเงินกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อพันธบัตรคืน ขณะที่ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เผชิญแรงกดดันให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเยน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะดัชนีดาวโจนส์รีบาวด์ขึ้นในวันก่อนหน้า และส่งต่อแรงบวกมายังตลาดหุ้นไทยในวันนี้
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำเน้นเก็งกำไรระยะสั้นใน DELTA หลังราคาปรับตัวลงมาค่อนข้างลึก มองว่ามีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับและฟื้นตัวได้ดีในช่วงตลาดรีบาวด์ ขณะที่แนะนำให้ระมัดระวังหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Data Center และโรงไฟฟ้า เช่น GULF แม้ยังมีปัจจัยบวกจากกระแส Data Center แต่ยังมีประเด็นเฉพาะตัวในประเทศที่กดดันหุ้นกลุ่มดังกล่าว ทำให้ระยะสั้นการเน้น DELTA จึงมีความปลอดภัยมากกว่าในการเก็งกำไรช่วงตลาดรีบาวด์





