วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน 2569

Login
Login

CPALL เงินสดอิสระแกร่ง 3.7 หมื่นล้าน ลุ้นเพิ่มปันผล ดันยีลด์แตะ 5.3%

นักวิเคราะห์ เผย CPALL โชว์ศักยภาพธุรกิจหลักแกร่ง กำไรปี 70 มีโอกาสโต 11% ขณะที่กระแสเงินสดอิสระคาดแตะ 3.7 หมื่นล้านบาทต่อปี เปิดทางเพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ลุ้นยีลด์ปันผลขยับสู่ 5.3% หากเพิ่มสัดส่วนจ่ายเป็น 70%

KEY POINTS

  • CPALL มีกระแสเงินสดอิสระ (FCF) ที่แข็งแกร่ง โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 3.3-3.7 หมื่นล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2569-2571
  • กระแสเงินสดที่แข็งแกร่งนี้เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถเพิ่มการจ่ายเงินปันผลเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นได้ในอนาคต
  • มีการวิเคราะห์ว่าหากบริษัทปรับอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) ขึ้นเป็น 70% จะทำให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ในปี 2570 เพิ่มขึ้นแตะระดับ 5.3%
  • แม้จะเพิ่มการจ่ายปันผลเป็น 70% บริษัทยังคงมีกระแสเงินสดอิสระเหลือประมาณ 1.1-1.2 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งเพียงพอสำหรับแผนการลดหนี้

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เดินหน้าสร้างการเติบโตจากธุรกิจหลักท่ามกลางกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ หลังยอดขายสาขาเดิมยังขยายตัว ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นและกระแสเงินสดอิสระ (FCF) ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เปิดทางเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในระยะข้างหน้า โดยหากบริษัทปรับอัตราการจ่ายเงินปันผลขึ้นเป็น 70% มีโอกาสทำให้ Dividend Yield ปี 2570 เพิ่มขึ้นแตะ 5.3% ขณะที่ยังมีกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับเดินหน้าลดหนี้ตามแผน

จินดานุช ประเวศโชตินันท์ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า  CPALL กำลังสร้างผลลัพธ์จากธุรกิจหลักได้มากขึ้น ทั้งยอดขายสาขาเดิมที่ยังเติบโต อัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวต่อเนื่อง และกระแสเงินสดอิสระที่แข็งแกร่ง โดยปัจจัยหนุนระยะถัดไปอาจมาจากการเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากเครือข่ายสาขา ขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2570 เพียง 12 เท่า ทำให้มูลค่าหุ้นยังน่าสนใจเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรจากธุรกิจปกติ

ทั้งนี้ แนวโน้มกำไรของ CPALL ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของการบริโภค แม้ภาพรวมการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังอ่อนแอ แต่จากการตรวจสอบพบว่า อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของ 7-Eleven ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 จนถึงปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1% ขณะที่การขยายสาขายังคงช่วยเพิ่มการเติบโตของยอดขาย นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นของสินค้าเพิ่มขึ้น 20 bps YoY ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จากสัดส่วนสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงในยอดขายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอาหารพร้อมรับประทาน เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล

ขณะที่ ROE เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 23% สะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นโดยไม่ได้เพิ่ม Leverage โดยคาดว่ากำไรหลักจะเติบโต 11% YoY ในปี 2570 จากประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น มากกว่าการพึ่งพาการฟื้นตัวของการบริโภค

สำหรับกระแสเงินสดอิสระที่แข็งแกร่ง เปิดโอกาสให้ CPALL เพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นได้โดยไม่กระทบต่อแผนลดหนี้ โดยประมาณการ FCF อยู่ที่ 3.3-3.7 หมื่นล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2569-2571 ขณะที่ฐานะการเงินยังมี Headroom เพียงพอ โดยคาดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในปี 2569 อยู่ที่เพียง 0.8 เท่า ต่ำกว่า Covenant ของเจ้าหนี้ที่ 2.0 เท่าอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นคาดอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ที่ 53% คิดเป็น Dividend Yield ปี 2570 ประมาณ 4.0% โดยทุกการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล 10% จะทำให้ Dividend Yield เพิ่มขึ้นราว 0.7% หากเพิ่ม Payout Ratio เป็น 70% จะทำให้ Dividend Yield เพิ่มขึ้นเป็น 5.3% ขณะที่ CPALL ยังคงมีกระแสเงินสดอิสระหลังการจ่ายเงินปันผลประมาณ 1.1-1.2 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งเพียงพอที่จะเดินหน้าลดหนี้ได้ตามแผน

นอกจากนี้ CPALL ยังมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจากเครือข่ายสาขาและ Digital Ecosystem ผ่าน ALL PharmaSee หลัง อย. อนุมัติบริการเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy) ในเดือนมิถุนายน 2569 โดยบริษัทอยู่ระหว่างทดลองให้บริการใน 2,000 สาขา มีเภสัชกรประมาณ 300 คนให้คำปรึกษาและจัดส่งยาผ่าน 7-Eleven และ 7App ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับผู้บริหารพบว่า ยอดขายยาคิดเป็นประมาณ 2-3% ของยอดขาย 7-Eleven โดยทั่วไป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการต่อยอดเครือข่ายสาขาที่มีอยู่เพื่อสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มในอนาคต