CPAXT ปิดดีลซื้อ The Food Purveyor ซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมในมาเลเซีย มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท เสร็จสิ้น 1 ก.ย. 2569 หวังต่อยอดตลาดพรีเมียมและสร้าง Synergy ระยะยาว ขณะที่ดีลไม่กระทบกำไรและภาระหนี้
KEY POINTS
- บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor Sdn. Bhd. ผู้ประกอบการซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมในประเทศมาเลเซีย
- มูลค่าการลงทุนในดีลนี้อยู่ที่ประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท โดยธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569
- การเข้าซื้อครั้งนี้ดำเนินการผ่าน Lotuss Stores (Malaysia) Sdn. Bhd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ CPAXT ถือหุ้นทางอ้อม 100%
- เป้าหมายหลักคือการขยายธุรกิจค้าปลีกในต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดพรีเมียมในมาเลเซียที่มีศักยภาพเติบโตสูง
- บริษัทคาดหวัง Synergy ในระยะยาว และมีแผนนำความหลากหลายของสินค้าไปต่อยอดกับธุรกิจในประเทศอื่นๆ
- นักวิเคราะห์มองว่าดีลดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกำไรและโครงสร้างหนี้ของบริษัทในระยะสั้น
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เดินหน้าขยายธุรกิจค้าปลีกในต่างประเทศ หลังเข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor Sdn. Bhd. ผู้ประกอบการซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมในมาเลเซีย มูลค่าราว 1.3 หมื่นล้านบาท โดยธุรกรรมเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ดีลดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อกำไรและโครงสร้างหนี้ในระยะสั้น แต่บริษัทคาดหวัง Synergy จากตลาดพรีเมียมมาเลเซียที่มีศักยภาพเติบโต รวมถึงการต่อยอดความหลากหลายของสินค้าไปยังธุรกิจในประเทศอื่นๆ
ธิดารัตน์ ผโลดม นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า CPAXT ได้จัดกิจกรรมเยี่ยมชมโครงการ Happitat ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสย่านบางนา ภายใต้แนวคิด “Happy+Habitat” มุ่งสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ลูกค้าทุกวัย ผ่านพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่และการตกแต่งบรรยากาศในรูปแบบแฟนตาซี โดยโครงการมีพื้นที่ให้เช่าในส่วนร้านค้าปลีกและสำนักงานรวมประมาณ 67,000 ตารางเมตร
โครงการ Happitat เริ่มเปิดให้บริการบางส่วนตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ซึ่งประกอบด้วย 7-Eleven Flagship Store และโลตัสพรีเว่ (โลตัสระดับพรีเมียม) ขณะที่ร้านอาหารจะทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป ปัจจุบันพื้นที่ร้านค้ามีอัตราการเช่า (Occupancy Rate) ประมาณ 70% ส่วนพื้นที่สำนักงานอยู่ที่ราว 40% โดยคาดว่าในปี 2569 โครงการอาจมีผลขาดทุนประมาณ 500 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าเพิ่มอัตราการเช่าพื้นที่ร้านค้าเป็นประมาณ 85% ในปี 2570 ซึ่งจะช่วยให้ผลขาดทุนลดลง นอกจากนี้ CPAXT จะนำข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการ Happitat ไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาสาขาอื่นๆ ของแม็คโครและโลตัสต่อไป
ขณะเดียวกัน CPAXT รายงานความคืบหน้าการเข้าซื้อกิจการซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมในมาเลเซีย The Food Purveyor Sdn. Bhd. โดยธุรกรรมดังกล่าวเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ด้วยเงินลงทุนประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้ยืม 80% และกระแสเงินสดภายในบริษัท 20% ทั้งนี้ เอเซีย พลัสมองว่าการลงทุนดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระดับหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/E) รวมถึงกำไรของบริษัทในปี 2569 และปี 2570
อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดหวัง Synergy ในระยะยาวจากการขยายตัวของตลาดซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมในมาเลเซีย ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูง รวมถึงมีแผนนำประเภทสินค้าที่มีความหลากหลายมากกว่าโลตัสในประเทศไทยมาปรับใช้กับธุรกิจในประเทศอื่นๆ ต่อไป
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการ เอเซีย พลัสยังคงมุมมองว่ากำไร CPAXT ในไตรมาส 3/2569 มีแนวโน้มชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่คาดว่าจะยังทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ก่อนที่กำไรจะกลับมาเติบโตได้ทั้ง QoQ และ YoY ในไตรมาส 4/2569 จากปัจจัยฤดูกาลและฐานกำไรที่อยู่ในระดับต่ำในไตรมาส 4/2568
เอเซีย พลัสยังคงประมาณการกำไร CPAXT ปี 2569 ที่ 9.45 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน พร้อมคงราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 15.70 บาท อิง PER ที่ระดับ 15.6 เท่า หรือประมาณ -1.0 S.D. และยังคงคำแนะนำการลงทุน “Trading” โดยมองว่าปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือการฟื้นตัวของกำไรอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4/2569 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจ
ด้าน บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า การเข้าซื้อหุ้นสามัญในกลุ่มบริษัท The Food Purveyor Sdn. Bhd. ซึ่งจัดตั้งในประเทศมาเลเซีย ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว
ก่อนหน้านี้ CPAXT แจ้งเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ว่า Lotuss Stores (Malaysia) Sdn. Bhd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ CPAXT ถือหุ้นทางอ้อม 100% จะเป็นผู้เข้าซื้อหุ้นสามัญใน The Food Purveyor ในสัดส่วน 100% ของทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว
ล่าสุด คู่สัญญาได้ดำเนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อนที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น (Share Sale and Purchase Agreement) ครบถ้วน และธุรกรรมดังกล่าวได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องแล้ว ส่งผลให้การเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มบริษัท The Food Purveyor เสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569
ทั้งนี้ The Food Purveyor Sdn. Bhd. มีสถานะเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของ CPAXT นับตั้งแต่วันที่ธุรกรรมเสร็จสิ้น





