วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน 2569

Login
Login

กทม.เบรก Data Center กังวลน้ำมัน-ความปลอดภัย กระทบลงทุนแค่ไหน?

กทม.ชะลอพิจารณา Data Center แห่งใหม่ชั่วคราว ทบทวนเกณฑ์ความปลอดภัย-ผังเมือง นักวิเคราะห์ชี้ไม่กระทบดีมานด์ แต่อาจเร่งย้ายลงทุนสู่ EEC หนุน GULF-BGRIM รับอานิสงส์ทางอ้อม

KEY POINTS

  • กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมทบทวนหลักเกณฑ์และชะลอการอนุมัติโครงการ Data Center แห่งใหม่ชั่วคราว หลังมีข้อร้องเรียนด้านความปลอดภัย การสำรองน้ำมันดีเซล และผลกระทบต่อชุมชน
  • การดำเนินการของ กทม. ไม่ใช่การห้ามลงทุน แต่เป็นการปรับปรุงมาตรฐานและปิดช่องว่างทางกฎหมายให้เหมาะสมกับธุรกิจ Data Center มากขึ้น
  • นักวิเคราะห์มองว่าผลกระทบจะไม่ทำให้ความต้องการใช้ Data Center ลดลง แต่อาจทำให้การลงทุนใหม่ย้ายไปยังพื้นที่ที่มีความพร้อมมากกว่า เช่น พื้นที่ EEC และนิคมอุตสาหกรรม
  • ผู้ประกอบการที่มีโครงการ Data Center นอกพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะใน EEC คาดว่าจะได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากประเด็นนี้ เช่น GULF และ BGRIM
  • ในระยะยาว การทบทวนกฎเกณฑ์จะสร้างความชัดเจนให้กรอบการลงทุน ซึ่งอาจเป็นผลดีและสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจ Data Center ในอนาคต

กรุงเทพมหานคร เตรียมทบทวนหลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงการ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพฯ หลังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการตั้งศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในพื้นที่ชุมชน ทั้งประเด็นการสำรองน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ผังเมือง ความปลอดภัย และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยมองเป็นการปรับปรุงกฎเกณฑ์ให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจมากขึ้น

ธัญญา อุดม, IAA นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล. เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ประเด็น Data Center ในกรุงเทพฯ อยู่ในความสนใจมากขึ้น หลังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการตั้ง Data Center ขนาดใหญ่ในพื้นที่ชุมชน ส่งผลให้ กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทบทวนหลักเกณฑ์ ทั้งด้านนิยามโครงการ ผังเมือง มาตรฐานอาคาร ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม
 

ปัจจุบัน กทม.ระบุว่า มี Data Center ราว 30–40 แห่ง แต่ส่วนใหญ่เป็นศูนย์ข้อมูลเดิมหรือระบบ Cloud ภายในองค์กร ขณะที่ Data Center ขนาดใหญ่แบบ Stand-alone มีการยื่นขออนุญาตในช่วงปี 2564-2565 จำนวน 6 แห่ง โดยได้รับอนุมัติแล้ว 3 แห่ง และอีก 3 แห่งอยู่ระหว่างการระงับหรือทบทวน

ทั้งนี้ กทม.เตรียมชะลอการพิจารณาใบอนุญาตโครงการใหม่เป็นการชั่วคราว เพื่อทบทวนหลักเกณฑ์และปิดช่องว่างทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังไม่ถือเป็นการห้ามลงทุน Data Center ในกรุงเทพฯ แต่เป็นการกำหนดมาตรฐานให้สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจมากขึ้น

สำหรับผลกระทบต่อการลงทุน มองว่า ข้อจำกัดการลงทุนในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่น่าจะลดความต้องการใช้ Data Center ในภาพรวม แต่มีโอกาสทำให้การลงทุนใหม่ย้ายไปยังพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานมากกว่า โดยเฉพาะพื้นที่ EEC และนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกทางอ้อมต่อผู้ประกอบการที่มีโครงการและความพร้อมในพื้นที่ดังกล่าว

ทั้งนี้ ในกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ได้แก่ GULF ซึ่งมี Data Center ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 25 MW ในสมุทรปราการ และอยู่ระหว่างพัฒนาอีก 38 MW ในพื้นที่ EEC รวมถึงมีแผนขยายกำลังการผลิตในระยะถัดไปอีก 100 MW

ขณะที่ BGRIM มีโครงการร่วมกับ Digital Edge ขนาด 96 MW ในพื้นที่ EEC โดยคาดว่าโครงการเฟสแรกขนาด 48 MW จะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์บางส่วนในไตรมาส 4/2569

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสระยะยาวให้แก่ผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างขยายธุรกิจเข้าสู่ Data Center อาทิ GPSC, EGCO และ RATCH ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการนำสินทรัพย์เดิมมาต่อยอดเพื่อรองรับลูกค้า Data Center รวมถึง GUNKUL ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากงานระบบไฟฟ้าแรงสูงและอุปกรณ์สนับสนุน Data Center

ส่วนด้านกลยุทธ์การลงทุน ให้น้ำหนัก GULF มูลค่าพื้นฐาน 80 บาท และ BGRIM มูลค่าพื้นฐาน 22 บาท เป็นผู้ประกอบการที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากประเด็นดังกล่าว เนื่องจากมีโครงการ Data Center หรือมีรายได้จากลูกค้า Data Center ที่ชัดเจนแล้ว

นอกจากนี้ ส่วนผู้ประกอบการรายอื่นที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องหรืออยู่ระหว่างเตรียมเข้าสู่ธุรกิจ Data Center มองเป็นโอกาสเชิงบวกระยะยาว เนื่องจากการทบทวนกฎเกณฑ์จะช่วยให้กรอบการลงทุนมีความชัดเจนมากขึ้น และอาจสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจ Data Center ในระยะต่อไป