วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก.ล.ต. สั่งคุมเข้มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า มีผลแล้ว 16 ส.ค. 69

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้สอดคล้องกับธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล มีผลแล้ว 16 ส.ค.2569

KEY POINTS

  • ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เข้มงวดขึ้น โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2569
  • ขยายนิยาม "ผู้ถือหุ้นรายใหญ่" ให้ครอบคลุมถึงบุคคลที่มีอำนาจควบคุมการแต่งตั้งกรรมการ และนับรวมการถือหุ้นของคู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และผู้ที่กระทำการร่วมกัน (acting in concert)
  • มีเป้าหมายเพื่อให้การกำกับดูแลสอดคล้องกับธุรกิจหลักทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิทัล เพิ่มความโปร่งใส และป้องกันความเสี่ยงจากการฟอกเงิน
  • ผู้ประกอบธุรกิจต้องทบทวนสถานะและยื่นขอความเห็นชอบผู้ถือหุ้นรายใหญ่ตามเกณฑ์ใหม่ต่อ ก.ล.ต. ภายใน 180 วันนับจากวันที่หลักเกณฑ์มีผลบังคับใช้

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องขอรับความเห็นชอบ เพื่อให้การกำกับดูแลครอบคลุมถึงผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง และสอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 16 สิงหาคม 2569

ตามที่ ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้การกำกับดูแลครอบคลุมถึงผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง โดยมีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569  ก.ล.ต. จึงได้ทบทวนนิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องขอรับความเห็นชอบ เพื่อให้หลักเกณฑ์การกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. มีความสอดคล้องกัน รวมทั้งครอบคลุมถึงผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง และส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดำรงไว้ซึ่งผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มีความน่าเชื่อถือ

ก.ล.ต. จึงออกหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องโดยมีสาระสำคัญ ดังนี้


(1) กำหนดให้นิยามผู้ถือหุ้นรายใหญ่ครอบคลุมถึงบุคคลที่มีอำนาจควบคุมการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการตั้งแต่กึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
(2) กำหนดให้การพิจารณาการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่นับรวมถึงคู่สมรส รวมทั้งผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันคู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตลอดจนกรณีที่มีพฤติกรรมการมีเจตนาร่วมกันในการใช้สิทธิออกเสียงไปในทางเดียวกัน หรือการให้บุคคลอื่นใช้สิทธิออกเสียงของตน (acting in concert) 
(3) กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทบทวนสถานะการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่ และยื่นขอความเห็นชอบผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มีลักษณะตามหลักเกณฑ์ใหม่ แต่ยังไม่เคยได้รับความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์เดิมมาก่อนต่อ ก.ล.ต. ภายใน 180 วันนับจากวันที่หลักเกณฑ์มีผลใช้บังคับ

นอกจากนี้ เพื่อให้สอดคล้องกัน ก.ล.ต. ยังได้กำหนดแนวทางการพิจารณาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ได้แก่ การพิจารณาสัดส่วนการถือหุ้นทางอ้อมแบบเฉลี่ยตามสัดส่วน (pro-rata method) การพิจารณาผู้ให้เงินทุนสำคัญของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งจะช่วยยกระดับความโปร่งใสของโครงสร้างผู้ถือหุ้นและลดความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจจากการถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินหรือถูกครอบงำโดยกลุ่มทุนที่มีแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป