"หุ้นปันผลสูง"ยังเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทจดทะเบียนทยอยประกาศผลประกอบการและเตรียมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ล่าสุดจากการสำรวจหุ้นในดัชนี SETHD พบว่ามี 7 บริษัท ที่ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) สูงกว่า 6% พร้อมกับราคาหุ้นที่ปรับตัวโดดเด่น สะท้อนความแข็งแกร่งของปัจจัยพื้นฐานและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งรายได้จากเงินปันผลและโอกาสรับผลตอบแทนจากการปรับขึ้นของราคาหุ้น โดย "กรุงเทพธุรกิจ" ได้คัดเลือกหุ้นที่น่าสนใจไว้ดังนี้
1.) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) SIRI
ประกอบกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก โดยพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนจังหวัดต่าง ๆ ที่สำคัญ นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ โดยให้บริการด้านการบริหารและจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ บริหารงานขายโครงการ และบริการตัวแทนซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์
- อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่
- เงินปันผล YTD 8.54%
- ราคา YTD +12.69%
- กำไร 1/69 ที่ 864.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.19%
- มาร์เก็ตแคป 26,544 ล้านบาท
นวลพรรณ น้อยรัชชุกร, CISA นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุนและทางเทคนิค บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทมีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จากแผนเปิดโครงการใหม่ 21 โครงการ มูลค่ารวม 2.7 หมื่นล้านบาท และการทยอยโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมใหม่ 7 โครงการ มูลค่า 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งหลายโครงการมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า 35% ส่งผลให้กำไรปกติไตรมาส 3/69 มีโอกาสเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน
นอกจากนี้ ยังมีโอกาสรับรู้กำไรพิเศษจากธุรกรรมร่วมทุน (JV) การขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT และผลตอบแทน Earnout จากดีล The Standard ซึ่งยังไม่ได้รวมในประมาณการ ทำให้กำไรทั้งปี 2569 ที่คาดไว้ 4.32 พันล้านบาทยังมีความเป็นไปได้
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมาย 1.72 บาท โดยมองว่ากำไรจะทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง ราคาหุ้นซื้อขายที่ PER ต่ำกว่า 6 เท่า และคาดให้ผลตอบแทนเงินปันผลปีนี้ราว 8.6% ต่อปี
2.) บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) SCB
ดำเนินธุรกิจในลักษณะบริษัทลงทุนและเข้าถือหุ้นในบริษัทอื่นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการมีอำนาจควบคุมกิจการในบริษัทอื่น และเป็นผู้กำหนดยุทธศาสตร์รวมของกลุ่ม มองหาโอกาสการลงทุน และจัดสรรเงินลงทุนในธุรกิจที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีและสร้างการเติบโตให้กลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ยังมีบทบาทในการกำหนดนโยบายและกำกับดูแล การดำเนินธุรกิจ การบริหารความเสี่ยง และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจของบริษัทต่าง ๆ ในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ทั้งนี้ ขอบเขตการประกอบธุรกิจของ SCBX เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
- อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- เงินปันผล YTD 7.30%
- ราคา YTD +11.15%
- กำไร 1/69 ที่ 10,195 ล้านบาท ลดลง 18.45%
- มาร์เก็ตแคป 520,218 ล้านบาท
ภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า ผลประกอบการของ SCB ในช่วงครึ่งหลังปี 2569 คาดมีกำไรเฉลี่ยราว 1 หมื่นล้านบาทต่อไตรมาส ใกล้เคียงประมาณการของตลาด โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังอัตราดอกเบี้ยนโยบายทรงตัว ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์และต้นทุนเครดิตยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดว่า หากใช้อัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) ที่ 80% จะทำให้เงินปันผลต่อหุ้นปี 2569-2570 อยู่ที่ 9.92 บาท และ 10.44 บาทตามลำดับ ซึ่งเป็นปัจจัยช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้น โดยคาดเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2 บาทต่อหุ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับธนาคารขนาดใหญ่อื่น SCB ยังมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) และระดับเงินสำรอง (Coverage Ratio) ที่ด้อยกว่า KBANK และ KTB ทำให้ความยืดหยุ่นของผลประกอบการและกันชนรองรับความเสี่ยงยังไม่โดดเด่น
นอกจากนี้ประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2570 ที่ 160 บาท และยังคงคำแนะนำ "Trading" โดยมองว่าราคาหุ้นที่ปรับฐานลงหลังประกาศงบประมาณ 5% ประกอบกับอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจ จะช่วยพยุงราคาหุ้นในระยะสั้น แต่เชิงกลยุทธ์ยังให้น้ำหนักการลงทุนใน KBANK และ KTB มากกว่า จากแนวโน้มผลประกอบการและฐานเงินสำรองที่แข็งแกร่งกว่า
3.) บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) RCL
RCL เป็นสายการเดินเรือที่ประกอบธุรกิจขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเลที่มีฐานประกอบกิจการในประเทศไทยก่อตั้งในปี 2523 กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจในสายธุรกิจหลักสามประเภท ได้แก่ (1) Shipper Owned Container (SOC) หรือตู้สินค้าของเรือเดินสมุทรข้ามทวีป (2) Carrier Owned Container (COC) หรือตู้สินค้าของกลุ่มบริษัทฯ ที่ให้บริการภายในภูมิภาค และ (3) การให้บริการที่สร้างมูลค่าเพิ่มในด้านโลจิสติกส์ โดยมีเครือข่ายการให้บริการในทวีปเอเชีย โดยมีกิจกรรมทางธุรกิจที่ครอบคลุม เอเชียเหนือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อนุทวีปอินเดีย ตะวันออกกลาง ทะเลแดง แอฟริกาตะวันออก และลาตินอเมริกา
- ทวินโชค ตันธุวนิตย์ กรรมการผู้จัดการ
- เงินปันผล YTD 7.35%
- ราคา YTD +24.77%
- กำไร 1/69 ที่ 1,671 ล้านบาท ลดลง 18.80%
- มาร์เก็ตแคป 28,178 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ได้ RCL ปรับเพิ่มราคาเป็น 40.0 บาท จาก 33.0 บาท และปรับเพิ่มเป้า trailing PBV เป็น 0.50 เท่า จาก 0.45 เท่า ควบคู่ไปกับการปรับเพิ่มประมาณการกำไร
ขณะที่ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ทางเดินเรือผ่านคลองสุเเผชิญความเสี่ยงจากอุปทานเรือคอนเทนเนอร์ส่วนเกินที่อาจเร่งตัวขึ้นจากคำสั่งต่อเรือใหม่ที่อยู่ในระดับสูง
4.) บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) BA
บริษัทประกอบธุรกิจสายการบิน ธุรกิจสนามบิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสนามบิน ได้แก่ การให้บริการกิจการภาคพื้นดิน การให้บริการอาหารบนเที่ยวบิน และการให้บริการคลังสินค้าระหว่างประเทศ ให้กับสายการบินของบริษัทและสายการบินอื่นๆ
- พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ รักษาการประธานกรรมการบริษัท
- เงินปันผล YTD 6.56%
- ราคา YTD +24.32%
- กำไร 1/69 ที่ 2,091 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.85%
- มาร์เก็ตแคป 38,640 ล้านบาท
ดิษฐนพ วัธนเวคิน นักวิเคราะห์อาวุโส บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น BA พร้อมราคาเป้าหมาย 22 บาท โดยมองว่าบริษัทมีจุดแข็งจากจำนวนผู้โดยสารเส้นทางสมุยที่เติบโตต่อเนื่อง และมีความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงจากสถานการณ์สงครามมากกว่าสายการบินอื่น
ปัจจัยสนับสนุนมาจากสัดส่วนต้นทุนน้ำมันที่ต่ำเมื่อเทียบกับต้นทุนรวม การเป็นสายการบินแบบ Full Service ที่มีอัตรากำไรสูง ทำให้สามารถรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ดี รวมถึงการมีฝูงบินขนาดเล็กเพียง 22 ลำ ช่วยให้บริหารจัดการต้นทุนและกำลังการบินได้อย่างคล่องตัวในช่วงที่อุปสงค์ชะลอตัว
นอกจากนี้ BA ยังมีรายได้เสริมจากเงินปันผลที่ได้รับจากการลงทุนใน BDMS และ BAFS ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ขณะที่ความคืบหน้าโครงการสนามบินอู่ตะเภายังเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
5.) บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) QH
ประกอบกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและให้เช่า บ้านพร้อมที่ดิน หน่วยในอาคารชุดพักอาศัย อาคารที่พักอาศัยให้เช่า (ธุรกิจโรงแรม) อาคารสำนักงาน รวมทั้งรับจ้างบริหารอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า และร่วมลงทุนในธุรกิจอื่นๆ
- เฉลิม เกียรติธนะบำรุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- เงินปันผล YTD 6.52%
- ราคา YTD +4.51%
- กำไร 1/69 ที่ 463 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.25%
- มาร์เก็ตแคป 14,893 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า หุ้น QH คาดยอดพรีเซลไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1.45 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน แต่ยังต่ำกว่าระดับปกติ โดยแรงหนุนหลักมาจากคอนโดมิเนียม ขณะที่ยอดขายโครงการแนวราบยังอ่อนตัวจากกำลังซื้อที่ชะลอ อัตราปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ที่สูง และการแข่งขันในตลาดที่รุนแรง
โดยฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสแรก โดยยังพึ่งพาส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนเป็นหลัก ขณะที่ธุรกิจหลักมีผลกำไรเพียงเล็กน้อย พร้อมคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 1.81 พันล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อน จากการควบคุมต้นทุนและภาระดอกเบี้ยที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม มองว่าแนวโน้มครึ่งปีหลังยังขาดปัจจัยบวกสำคัญ เนื่องจากบริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่เพียง 1 โครงการ และยังใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายเพื่อระบายสต๊อก ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ คงราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 1.40 บาท พร้อมคำแนะนำ "Neutral" โดยมองว่าจุดเด่นของหุ้นยังอยู่ที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่คาดสูงราว 7.2% ซึ่งช่วยพยุงราคาหุ้นได้ในระยะสั้น
6.) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) KTB ประกอบกิจการธุรกิจธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ โดยมีสาขาอยู่ทั่วภูมิภาคในประเทศไทย และในบางภูมิภาคหลักของโลก
- ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่
- เงินปันผล YTD 6.14%
- ราคา YTD +53.98%
- กำไร 1/69 ที่ 12,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.18%
- มาร์เก็ตแคป 607,959 ล้านบาท
ภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการของ KTB ในไตรมาส 3/2569 คาดกลับมาเติบโตจากไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่เริ่มมีเสถียรภาพหลังวัฏจักรดอกเบี้ยเข้าสู่ช่วงทรงตัว
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากการรับรู้กำไรจากมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน (FVTPL) ในหุ้น THAI ที่เหลืออีก 75% หลังพ้นระยะเวลา Lock-up ในวันที่ 4 ส.ค. ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี
ด้านฐานะเงินกองทุนยังแข็งแกร่ง โดยคาดอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 (CET-1) อยู่ที่ราว 18.7% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 8% อย่างมาก ช่วยรองรับการขยายสินเชื่อและการบริหารเงินทุน (Capital Management) ได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 45.50 บาท อิงวิธี GGM และยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" พร้อมเลือก KTB เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มธนาคาร จากความสามารถในการรักษาคุณภาพสินทรัพย์ที่โดดเด่นกว่ากลุ่มอย่างต่อเนื่อง
7.) บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) TISCO
บริษัทประกอบธุรกิจการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินทิสโก้ โดยมีธนาคารทิสโก้เป็นหลัก ซึ่งได้รับอนุมัติให้เป็นธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบ ปัจจุบันให้บริการทางด้านการเงินอันประกอบด้วย บริการสินเชื่อลูกค้ารายย่อยและสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม บริการสินเชื่อพาณิชย์ธนกิจ บริการเงินฝากรายย่อย บริการลูกค้าธนบดีธนกิจ บริการตัวแทนขายประกันผ่านธนาคาร บริการจัดการการเงิน และบริการคัสโตเดียน
- ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- เงินปันผล YTD 6.01%
- ราคา YTD +16.74%
- กำไร 1/69 ที่ 1,734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.49%
- มาร์เก็ตแคป 103,283 ล้านบาท
ตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 คิดเป็น 51% ของประมาณการทั้งปี โดยยังคงมุมมองว่าผลประกอบการไตรมาส 3/69 จะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่มีแนวโน้มขยายตัวตามการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามือหนึ่ง ซึ่งธนาคารรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับกลางถึงพรีเมียมที่มีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ต่ำ
นอกจากนี้ ผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เริ่มลดลง ขณะที่การทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำจะช่วยหนุนส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ให้กลับมาขยายตัว โดยยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 6,909 ล้านบาท เติบโต 3.8% จากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม แม้ TISCO จะยังรักษาคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี แต่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาจนมูลค่าค่อนข้างตึงตัว โดยมี Downside ราว 11.7% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมปี 2569 ที่ 110 บาท ทำให้ยังคงคำแนะนำ "Trading" พร้อมคาดเงินปันผลระหว่างกาล 2 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ราว 1.6%



