background-default

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม 2569

Login
Login

สุดยอด 6 หุ้น SETHD บิ๊กแคปแสนล้าน ปันผลสูงเกิน 4% แถม P/E ต่ำกว่า 10 เท่า

สุดยอด 6 หุ้น SETHD บิ๊กแคปแสนล้าน ปันผลสูงเกิน 4% แถม P/E ต่ำกว่า 10 เท่า

แม้ภายหลังช่วง ปีใหม่ 2569 ตลาดหุ้นไทย จะกลับมาคึกคักอย่างมีนัยสำคัญ จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดมากขึ้น แต่ทว่า หุ้นกลุ่มปันผล (Dividend Stock) ยังคงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในหมู่นักลงทุน โดยเฉพาะผู้ที่มองหาการลงทุนระยะยาวและต้องการลดความผันผวนของพอร์ต

นอกจากนี้ หุ้นปันผล ไม่เพียงช่วยสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอในรูปแบบ Passive Income เท่านั้น แต่ในบางหลักทรัพย์ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนจาก ส่วนต่างราคา (Capital Gain) ควบคู่ไปด้วย ทำให้เหมาะกับภาวะตลาดที่ยังมีความไม่แน่นอน

ทั้งนี้ “กรุงเทพธุรกิจ” ได้ทำการคัดกรองหุ้นขนาดใหญ่จากกลุ่ม SETHD ซึ่งเป็น หุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ โดยเลือกเฉพาะบริษัทที่มี มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) มากกว่า 1 แสนล้านบาท และมี อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ต่ำกว่า 10 เท่า เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงควบคู่กับมูลค่าที่น่าสนใจ

1.บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) PTTEP

  • มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  • มาร์เก็ตแคป 470,443 ล้านบาท
  • เงินปันผลตอบแทน YTD 8.12%
  • P/E 7.70 เท่า
  • ราคา YTD +4.87%
  • ราคาสูงสุด / ต่ำสุด รอบ 1 ปี ที่  129.00 / 93.00 บาท 

บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุว่า ราคาน้ำมันชะลอตัวแต่โครงสร้างราคาก๊าซทำให้กำไรยังอยู่ระดับสูงคาดทิศทางราคาน้ำมันปีนี้จะลดลงYoY (สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย US$65/bbl vs ปี 2568 ที่ US$68/bbl) จะกดดันผลประกอบการ อย่างไรก็ตามคาดกำไรปกติปีนี้อยู่ที่ 5.7 หมื่นล้านบาทประคองตัวYoY ยังอยู่ในเกณฑ์ดีเทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มฯด้วย ROE ระดับ 9.8% หนุนจาก

1) ปริมาณขายเร่งตัวขึ้นเป็น 545 kboed (ไม่รวมEquity-accounted) โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ที่แผนปิดซ่อมบำรุงลดลง

2) การควบคุมต้นทุนการผลิต

3) โครงสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีสัดส่วนก๊าซสูงราว 70% ซึ่งราคามี Lag-time น้ำมัน 6-12 เดือน ทำให้ราคาขายเฉลี่ยไม่ลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก

ทั้งนี้ จุดเด่นจากเงินปันผลช่วยหนุนราคาหุ้นหุ้นมีจุดเด่นจากฐานะการเงินแข็งแกร่งใกล้เคียง Net Cash ทำให้สามารถจ่ายเงินปันผลระดับสูงได้ปัจจุบันมี Div.Yield ปีนี้ที่ 7.4% และคาดเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังของปี 2568 ที่ 4.40 บาท/หุ้น (Yield 4.1%) จึงคงคำแนะนำ TRADING ราคาเหมาะสม 123.00 บาท คาดว่าราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวได้ดีโดยเฉพาะช่วงเข้าใกล้การประกาศผลประกอบการพร้อมเงินปันผล

2.บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) SCB

  • อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  • มาร์เก็ตแคป 462,977 ล้านบาท
  • เงินปันผลตอบแทน YTD 7.59%
  • P/E 9.44 เท่า
  • ราคา YTD -1.08%
  • ราคาสูงสุด / ต่ำสุด รอบ 1 ปี ที่  143.00 / 111.00 บาท

บล. เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุวา ในการประชุมนักวิเคราะห์ CEO ได้ประกาศเป้าหมายทางการเงินปี 2569 ได้แก่การเติบโตของสินเชื่อ2-5% และการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ 5-8% ขณะที่ NIM มีแนวโน้มลดลงจาก 3.44% ในปี 2568 มาอยู่ที่ 3.0–3.2% ในปี 2569 ภายใต้สมมติฐานการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25bps 

โดยภายในปีนี้เราเชื่อว่าการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อไปสู่สินเชื่อคุณภาพสูงรวมถึงผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จะเป็นแรงกดดันต่อ NIM เพิ่มเติมโดยสินเชื่อไม่มีหลักประกันและสินเชื่อจำนำทะเบียนซึ่งให้ผลตอบแทนสูงปรับลดลงในอัตราเลขสองหลักYoY ในปี 2568 

อย่างไรก็ดีปัจจัยบวกคือรายได้ค่าธรรมเนียมมีแนวโน้มเติบโตYoY จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่แข็งแกร่งค่าธรรมเนียมจากสินเชื่อที่ปรับตัวดีขึ้นและธุรกิจประกันผ่านธนาคาร  (bancassurance)   

ขณะที่ Credit cost ลดลงจากการตั้งสารองล่วงหน้าและคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นในสินเชื่อผลตอบแทนสูงผู้บริหารคาดว่า credit cost จะลดลงYoY มาอยู่ที่ 135-155 bps ในปี 2569 จาก 174bps ในปี 2568 โดย credit  cost ปกติอยู่ที่ 155bps หลังจากธนาคารตั้งสำรองพิเศษเพิ่มเติม 4.5 พันล้านบาท ในปี 2568 ธนาคารคาดว่าคุณภาพสินทรัพย์จะปรับตัวดีขึ้นจาก NPL ที่ลดลงในกลุ่มบัตรเครดิตและสินเชื่อไม่มีหลักประกันหลังจากมีการเข้มงวดเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อ

โดยเชื่อว่า ธนาคารจะมุ่งเน้นการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมการควบคุมค่าใช้จ่ายและการรักษาคุณภาพสินทรัพย์พร้อมคงการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง

3.ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) TTB

  • ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  • มาร์เก็ตแคป 197,094 ล้านบาท
  • เงินปันผลตอบแทน YTD 6.59%
  • P/E 9.34 เท่า
  • ราคา YTD -%
  • ราคาสูงสุด / ต่ำสุด รอบ 1 ปี ที่  2.10 / 1.74 บาท 

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า แนวโน้มกําไรสุทธิปี 2569 เราปรับประมาณการกําไรสุทธิปี 2569 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 3% เพื่อสะท้อนผลประกอบการไตรมาส 4/68 ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับประมาณการ credit cost ลดลง 5 bps ปัจจุบันเราคาดว่ากําไรสุทธิปี 2569 จะลดลง 5% ภายใต้สมมติฐานสินเชื่อหดตัว 1% NIM ลดลง 6 bps credit cost ลดลง 5 bps non-NII เติบโต 2% และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้น 

ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลดี เราคาดว่า TTB จะปรับ DPS เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.132 บาท ในปี 2567 เป็น 0.136 บาท (0.07 บาท สําหรับครึ่งปีหลังของปี 2568) คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 6.7% (3.4% สําหรับครึ่งปีหลังของปี 2568) 

อย่างไรก็ตาม ยังคงคําแนะนํา NEUTRAL สําหรับ TTB และปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2 บาท เป็น 2.05 บาท (อิงจาก PBV 0.8 เท่า สําหรับปี 2569) โดยมีปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ดีและการดําเนินโครงการซื้อหุ้นคืนอย่างต่อเนื่อง 

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่สําคัญที่ต้องระวังคือ 1) ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและสงครามการค้า 2) ราคารถมือสองลดลง และ 3) ความเสี่ยงด้าน ESG จากการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (market conduct) และความปลอดภัยทางไซเบอร์

4.ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) KBANK

  • ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  • มาร์เก็ตแคป 447,803 ล้านบาท
  • เงินปันผลตอบแทน YTD 6.39%
  • P/E 8.94 เท่า
  • ราคา YTD -2.83%
  • ราคาสูงสุด / ต่ำสุด รอบ 1 ปี ที่  198.00 / 145.00 บาท

บล.กรุงศรี ระบุว่า เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ลง -4% อยู่ที่ 4.63 หมื่นล้านบาท จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) มากกว่าเราคาดจากค่าใช้จ่ายทางด้าน IT เป็นหลัก 

นอกจากนี้เราปรับคำแนะนำเป็น NEUTRAL เดิม BUY และปรับลดปีนี้เหลือ 195 บาท เดิม 205 บาท เพราะเรามองว่าราคาหุ้น KBANK ที่ปรับขึ้น +25% ในช่วงปีที่ผ่านมา สะท้อนปัจจัยบวกเรื่องการบริหารเงินทุน (Capital Management)ไปมากแล้ว ทั้งนี้เราคงคาดธนาคารสามารถรักษาระดับเงินปันผลต่อปี dividend yield ที่ราว 6% ได้สำหรับ ครึ่งปีหลังของปี 2568 คาดจ่ายปันผลที่ 10 บาท/หุ้น dividend yield 5%

5.ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) KTB

  • ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่
  • มาร์เก็ตแคป 387,836 ล้านบาท
  • เงินปันผลตอบแทน YTD 5.57%
  • P/E 8.09 เท่า
  • ราคา YTD -1.77%
  • ราคาสูงสุด / ต่ำสุด รอบ 1 ปี ที่  29.50 / 19.70 บาท 

บล.กรุงศรี ระบุว่า เราคาดกำไรสุทธิปีนี้จะลดลง -4%y-y เพราะการลดลงของ NIM จากดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลงเราคาดดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.0% ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ จากปัจจุบันที่ 1.25% การขยายไปกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ และการลดภาระดอกเบี้ยในโครงการคุณสู้เราช่วย และการลดลงของเงินลงทุน 

อย่างไรก็ตาม เราคงคำแนะนำซื้อ และคงเป้าหมายปีนี้ที่ 30 บาท เพราะคาดธนาคารสามารถรักษาระดับเงินปันผล dividend yield 6% สำหรับครึ่งปีหลังของปีนี้ คาดจ่ายเงินปันผลที่ 1.295บาท /หุ้น dividend yield 5% และเป็นธนาคารที่มีความเสี่ยงทางด้านคุณภาพสินทรัพย์น้อยจากลูกหนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำ ขณะเดียวกันมีโอกาสเห็นธนาคารทำการซื้อหุ้นคืนในอนาคต

6.ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) BBL

  • ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่
  • มาร์เก็ตแคป 306,369 ล้านบาท
  • เงินปันผลตอบแทน YTD 5.30%
  • P/E 6.30 เท่า
  • ราคา YTD -5.31%
  • ราคาสูงสุด / ต่ำสุด รอบ 1 ปี ที่  174.50 / 131.00 บาท 

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า แนวโน้มกําไรปี 2569 คาดว่ากําไรสุทธิจะลดลง 13% ซึ่งเป็นผลมาจากกําไรจากเงินลงทุนที่น้อยลง และกําไรจากการดําเนินงานปกติที่อ่อนแอ โดยคาดว่าสินเชื่อจะเติบโต 1%, NIM แคบลง 15 bps, credit cost ลดลง 5 bps, non-NII ลดลง 6% หลัก ๆ เกิดจากกําไร FVTPL และกําไรจากเงินลงทุน และมีการควบคุม opex ที่เข้มงวดขึ้น 

ส่วนอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลดีและมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น เราคาดว่า BBL จะปรับ DPS เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 8.5 บาทในปี 2567 เป็น 9.75 บาท (7.75 บาท ในครึ่งปีหลังของปี 2568) อ้างอิงจากอัตราการจ่ายเงินปันผลที่  40% ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงถึง  6.1% (4.5% สําหรับ 2H68) เนื่องจาก BBL มีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่สูงถึง 17.2% ประกอบกับสินเชื่อที่ทรงตัว จึงมีโอกาสอีกมากในการปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลให้สูงกว่ากรอบนโยบายที่ 30-40% 

สำหรับคำแนะนํา OUTPERFORM สําหรับ BBL และคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 180 บาท (อิงกับ PBV กลางปี 2569 ที่ 0.56 เท่า) เนื่องจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลดีและมีโอกาสปรับขึ้น  

สุดยอด 6 หุ้น SETHD บิ๊กแคปแสนล้าน ปันผลสูงเกิน 4% แถม P/E ต่ำกว่า 10 เท่า