หุ้น IVL ร่วงกว่า 9% ในการซื้อขายภาคเช้า หลังโบรกเกอร์ต่างชาติปรับลดคำแนะนำเป็น Underweight พร้อมหั่นราคาเป้าหมายเหลือ 19 บาท ขณะที่ บล.พาย มองกลุ่มปิโตรเคมียังเผชิญแรงกดดันจากอุปทานส่วนเกิน ต้นทุนสูง และแรงขายทำกำไร แนะหลีกเลี่ยงการลงทุนระยะสั้น พร้อมโยกเงินสู่หุ้นกลุ่ม Defensive อย่างสื่อสารและธนาคาร
KEY POINTS
- หุ้น IVL ปรับตัวลดลงกว่า 9% ในการซื้อขายภาคเช้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่โบรกเกอร์ต่างชาติรายใหญ่ปรับลดคำแนะนำเป็น "Underweight"
- โบรกเกอร์ต่างชาติได้ปรับลดราคาเป้าหมายของหุ้น IVL ลงจาก 27 บาท เหลือ 19 บาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยตรง
- นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีในระยะนี้ เนื่องจากเผชิญปัจจัยลบหลายด้าน เช่น ภาวะอุปทานส่วนเกินและต้นทุนสูง
- คำแนะนำสำหรับนักลงทุนคือให้พิจารณาโยกย้ายเงินลงทุนไปยังหุ้นกลุ่ม Defensive ที่มีความผันผวนต่ำกว่า เช่น กลุ่มธนาคารและกลุ่มสื่อสาร
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 30 ก.ค.2569 หุ้น IVL หรือ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ร่วง 9.13% ลดลง 2.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 21.90 บาท
วทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น IVL ปรับตัวลดลงแรงในวันนี้ มาจากการที่โบรกเกอร์ต่างชาติรายใหญ่ปรับลดคำแนะนำจาก Overveight เป็น Underveight พร้อมลดราคาเป้าหมายจาก 27 บาท เหลือ 19 บาท ซึ่งเป็นปัจจัยเฉพาะตัวที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยตรง
นอกจากนี้ หุ้นในกลุ่มปิโตรเคมียังเผชิญแรงกดดันจากการขายทำกำไร หลังจากก่อนหน้านี้ราคาหุ้นหลายตัวปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ PTTGC ที่ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดราว 30% ทำให้มีแรงขายเพื่อล็อกกำไรออกมาตามธรรมชาติ ประกอบกับบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ที่อ่อนตัวลง ยิ่งกดดันต่อ Sentiment ของหุ้นในกลุ่มดังกล่าว
ส่วนในด้านปัจจัยพื้นฐานอุตสาหกรรมปิโตรเคมียังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะอุปทานส่วนเกินที่ทำให้ราคาผลิตภัณฑ์ยังไม่สามารถปรับตัวได้ดี ขณะที่ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น เมื่อประกอบกับราคาขายที่ยังอ่อนแอ จึงกดดันอัตรากำไรของผู้ประกอบการในกลุ่มอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยลบทั้งจากภาพรวมอุตสาหกรรมและแนวโน้มผลประกอบการ จึงแนะนำให้นักลงทุน หลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีในระยะนี้ และหากต้องการลงทุนในหุ้นที่มีความผันผวนต่ำกว่า ควรพิจารณาโยกเงินไปยังหุ้นกลุ่ม Defensive ได้แก่ กลุ่มสื่อสาร และ กลุ่มธนาคาร ซึ่งยังมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและได้รับผลกระทบจากวัฏจักรเศรษฐกิจน้อยกว่าในช่วงปัจจุบัน





