วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยเปิดตลาดวันนี้ ร่วงหนัก เกือบ25 จุด หลุดระดับ 1,600 จุด หุ้นอิเล็กฯ ร่วง-สงครามขยายวง

ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 30 ก.ค. 2569 ปรับร่วง 24.63 จุด หรือ 1.52% อยู่ที่ 1,599.84 จุด มูลค่าการซื้อขาย 16,04.63 ล้านบาท

หุ้นไทยเปิดตลาดวันนี้ ร่วงหนัก เกือบ25 จุด หลุดระดับ 1,600 จุด หุ้นอิเล็กฯ ร่วง-สงครามขยายวง

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เอเซีย พลัส  เปิดเผย กรุงเทพธุรกิจ ว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดเช้าวันนี้ ปรับลดลงอย่างรุนแรง มีปัจจัยหนุนหลักมาจาก ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) ของหุ้น Delta ซึ่งเป็นหุ้นมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดโดยตรง โดยราคาปรับตัวลดลงจากระดับ 285 บาท สู่ 266 บาท หรือลดลงกว่า 20 จุด ซึ่งสอดคล้องกับกระแสการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (Tech Sell-off) ในตลาดต่างประเทศที่มีมูลค่า (Valuation) สูง

ประกอบกับ มรสุมนอกประเทศและผลกระทบสะสมจากวันหยุด บรรยากาศการลงทุนยังถูกซ้ำเติมจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความกังวลเรื่องสถานการณ์สงครามที่กลับมาตึงเครียด ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจนเกิดความกังวลด้านเงินเฟ้อ (Inflation) และ แนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังของปี เป็นอีกปัจจัยลบที่กดดันตลาดหุ้น

ปัจจัยเหล่านี้กดดันให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 1-2% และส่งอิทธิพลต่อตลาดในภูมิภาค ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปิดทำการไป 2 วัน ทำให้ต้องมารับผลกระทบจากความผันผวนสะสมทั้งหมดในวันเปิดทำการเพียงวันเดียว

 

 

 

 

นอกจากนี้ ประเด็นความกังวลเกี่ยวกับ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) ที่มีการเชื่อมโยงไปถึงระบบบัญชีธนาคาร ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยต่อบรรยากาศการลงทุนบ้าง แต่ไม่สามารถระบุขอบเขตของผลกระทบได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการออกมาชี้แจงและดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์ คาดว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนกลับคืนมาได้

แม้ตลาดจะมีความผันผวน แต่ นายเทิดศักดิ์ ระบุว่าสถานการณ์นี้ไม่น่ากังวลจนเกินไป เนื่องจากกำไร บจ.ในไตรมาส2นี้ ยังมีแนวโน้มแข็งแกร่ง แม้จะลดลงจากระดับสูงสุดประวัติการณ์ในไตรมาสแรกที่ 3.57 แสนล้านบาท แต่คาดว่าจะยังคงอยู่เหนือระดับ 3 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดเคยประเมินไว้ที่ 2.7-2.8 แสนล้านบาท ปัจจัยนี้จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้ดัชนีกลับมาทะลุผ่าน 1,600 จุด ได้ไม่ยาก

สำหรับกลยุทธ์ในช่วงนี้ แนะนำให้นักลงทุนเน้นหุ้นในกลุ่ม ธนาคาร (Bank) เพื่อเป็นหลุมหลบภัย และกลุ่ม สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) อาทิ พลังงาน ปิโตรเคมี และโรงกลั่น เพื่อเก็งกำไรตามทิศทางราคาน้ำมัน รวมถึงกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากปัจจัยในประเทศ (Domestic Play) หุ้นเด่น (Top Picks) ที่แนะนำ ได้แก่ PTTEP รับประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้น, SJWD หุ้นกลุ่มโลจิสติกส์ที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว, KTB หุ้นกลุ่มธนาคารที่มีความแข็งแกร่ง

ทั้งนี้ เราประเมินกรอบแนวรับสำคัญไว้ที่ 1,580 จุด ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ควรหลุดเพื่อรักษาทิศทางการฟื้นตัว และแนวต้านไว้ที่ 1,600 - 1,615 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยด้วยว่า  ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสปรับตัวลง โดยในช่วงที่ตลาดบ้านเราปิดทำการ 28-29 ก.ค. หุ้นเทคโนโลยีเอเชียปรับตัวลงแรง กดดันหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ DELTA ที่จัดประชุมนักวิเคราะห์ เรามีมุมมองเป็นลบ และปรับคำแนะนำเป็น”ขาย” คาดตลาดก็น่าจะมีมุมมองเชิงลบเช่นกัน 

อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมาแรง ทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีจะช่วยพยุงไม่ให้ตลาดลงลึก โดยคาดว่าจะแกว่ง Sideway down ซึ่งมองว่าหุ้นไทยยังมีความยืดหยุ่น

ขณะที่สงครามตะวันออกกลางขยายวงไปที่ซาอุดิอาระเบียและอิรัก อาจทำให้การเจรจาสันติภาพยากมากขึ้น

ส่วนผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มีมติคงดอกเบี้ย แต่เสียงแตกด้วยมติ 9 ต่อ 3 เนื่องจากราคาน้ำมันขึ้นไปแรงส่งผลแนวโน้มเงินเฟ้อสูงขึ้น ทำให้ตลาดคาดว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 30 ปี (Bond Yield) ขึ้นมาที่ 5.2% ทำไฮใหม่จากช่วงก่อนเกิดวิกฤตซับไพรม์ กดดันตลาดหุ้น

พร้อมติดตามการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE), ตัวเลข GDP ไตรมาส 2/69 เบื้องต้นของสหรัฐ และ PCE ของสหรัฐด้วย

มองกรอบวันนี้ แนวรับ 1,620 และ 1,610 จุด แนวต้าน 1,640 และ 1,650 จุด