ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดแทบไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่ความกังวลเรื่องอิหร่าน ราคาน้ำมันสูง และการเทขายหุ้นชิปฉุดตลาดหุ้นสหรัฐ
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนี S&P 500 ปิดทรงตัวในวันศุกร์ (24 ก.ค. 69) โดยถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มชิป ขณะที่นักลงทุนประเมินสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
โดยดัชนีตลาดวงกว้างขยับขึ้นเพียง 0.05% ปิดที่ 7,411.98 จุด ขณะที่แนสแด็ก Nasdaq Composite ร่วงลง 0.64% ปิดที่ 24,975.82 จุด ด้านดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average บวก 235.60 จุด หรือ 0.46% ปิดที่ 51,947.25 จุด โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้น 3.5% ของหุ้น Apple
ช่วงแรกของการซื้อขาย ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นขณะที่ราคาน้ำมันย่อตัวลง หลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวจากปากีสถาน 3 ราย รายงานว่า ปากีสถานกำลังพิจารณาแนวทางผลักดันการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างสหรัฐ กับอิหร่าน โดยการผลักดันนี้เริ่มมาจากจีน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่าอุปสรรคในการเจรจากับสหรัฐ ยังคงมีสูง
ทรัมป์ชั่งใจโจมตีอิหร่านครั้งมโหฬาร
ช่วงต้นสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า เขาจะตัดสินใจในเร็วๆ นี้ว่าจะเปิดการ "โจมตีครั้งมโหฬาร" ต่ออิหร่านหรือไม่ หลังจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ขยายไปสู่สมรภูมิใหม่ในทะเลแดง ทรัมป์กล่าวกับสำนักข่าว Axios ว่า การโจมตีที่เขาคิดไว้จะรุนแรงกว่าครั้งใดๆ ที่เคยเห็นในสงครามนี้จนถึงปัจจุบัน และอิหร่านยัง "ได้รับความเจ็บปวดไม่พอ"
"ผมกำลังพิจารณาการโจมตีครั้งใหญ่ ใหญ่กว่าครั้งไหนๆ ที่เคยมีมา ผมใกล้จะตัดสินใจแล้ว พวกเราเตรียมพร้อมไว้ทั้งหมดแล้ว" ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์
หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ทรัมป์ได้ประชุมร่วมกับที่ปรึกษาระดับสูงและสมาชิกคณะรัฐมนตรีเพื่อตัดสินใจว่าจะยกระดับการโจมตีอิหร่าน หรือไม่
น้ำมันดิบเบรนท์กลับมาต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์
ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดหลังรายงานดังกล่าว โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ Brent ซึ่งพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมในสัปดาห์นี้ ชะลอตัวลงมาปิดที่ 96.78 ดอลลาร์ ลดลงเกือบ 4% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐ ลดลง 3% ปิดที่ 89.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักลงทุนดูเหมือนลังเลที่จะเปิดสถานะซื้อ (stay long) ค้างไว้ เมื่อเข้าสู่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ซึ่งอาจมีการโจมตีอิหร่านที่รุนแรงยิ่งขึ้น
กองกำลังสหรัฐ ได้ระดมโจมตีเป้าหมายในอิหร่านตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกองบัญชาการกลาง (CENTCOM) ได้เสร็จสิ้นการโจมตีเป็นคืนที่ 13 ติดต่อกันเมื่อคืนที่ผ่านมา
"สิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางมีศักยภาพที่จะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจที่แท้จริง ทั้งในเรื่องการจำกัดการไหลเวียนของปิโตรเลียมและความสามารถของเศรษฐกิจโลกในการรับมือกับเรื่องนั้น" บิล นอร์ธี ผู้อำนวยการด้านการลงทุนของ U.S. Bank Asset Management Group กล่าว
แม้ นอร์ธี เชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงในสัปดาห์หน้าเมื่อพิจารณาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ แต่เขากล่าวเพิ่มเติมว่า "เควิน วอร์ช ประธานเฟด มีท่าทีชัดเจนมากเกี่ยวกับการดึงระดับเงินเฟ้อของสหรัฐ กลับสู่เป้าหมาย และใช้สิ่งนั้นเป็นตัวเลือก ซึ่งเราเชื่อตามคำพูดของเขา"
หุ้น Intel กลับทิศร่วงลงเกือบ 8% ซึ่งเป็นการดิ่งลงหลังจากบวกขึ้นในช่วงแรก แม้ว่าผลประกอบการไตรมาสสองของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้จะสูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ก็ตาม หุ้นผู้ผลิตชิปรายอื่นก็ปรับตัวลงตามกัน โดย Broadcom ลดลง 2.7%, Advanced Micro Devices (AMD) ลดลง 3.3%, Micron Technology ลดลง 7% และกองทุนอีทีเอฟ VanEck Semiconductor ETF (SMH) ถอยลง 3%
"ผมคิดว่าเราแค่กำลังเห็นเม็ดเงินจำนวนมากไหลเข้าและออกจากกลุ่มนี้ในแต่ละวัน แต่เมื่อเราถอยออกมามองภาพรวมและดูว่าการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งอยู่ที่ไหน อยู่ตรงไหนในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน และอะไรเป็นตัวขับเคลื่อนประมาณการปี '26 และ '27 หุ้นกลุ่มนี้ก็คือผู้ได้รับประโยชน์หลัก" นอร์ธี กล่าว
"เราแค่ต้องเข้าใจว่าจะมีความผันผวนของกระแสเงินทุนตามความเชื่อมั่นของตลาดเกิดขึ้นรอบๆ หุ้นกลุ่มนี้" เขากล่าวต่อ
ทั้งนี้ ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ลดลงสองสัปดาห์ติดต่อกัน โดยลดลง 0.6% และ 2.1% ตามลำดับ ขณะที่ Dow Jones ลดลง 0.4% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สาม


