วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ราคาทองคำโลกกลับมาร่วงลง ขณะราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นจากสงคราม

ราคาทองคำโลกยังคงปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นส่งผลให้คาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ขณะสงครามอิหร่าน-สหรัฐยกระดับความรุนแรง

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองคำโลกยังคงทรงตัวในทิศทางปรับตัวลดลง เนื่องจากความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างขึ้นในตะวันออกกลางได้กดดันราคาพลังงาน และเพิ่มความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะเข้มงวดนโยบายการเงินเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ

 

ทองคำแท่ง ซื้อขายอยู่ที่ราว 4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเช้าวันศุกร์ (24 ก.ค. 69) หลังจากร่วงลง 2% ในวันก่อนหน้า หักลบราคาที่ไต่ขึ้นเกือบทั้งหมดที่ทำได้จากการปรับตัวขึ้นในช่วงสองเซสชันก่อนซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว (dip-buying)

สงครามร้อน-สงครามภาษี

สงครามเข้าสู่ระยะใหม่ของการยกระดับความรุนแรงหลังจากข้อตกลงหยุดยิงที่ลงนามเมื่อเดือนที่แล้วพังทลายลง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขู่ว่าจะยกระดับการโจมตีต่ออิหร่าน และกล่าวว่าจะให้อิหร่านรับผิดชอบต่อการโจมตีใดๆ จากกลุ่มฮูตีในเยเมนต่อเรือในทะเลแดง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงเบรนท์ Brent พุ่งขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปี ปรับตัวสูงขึ้นเป็นวันที่หกติดต่อกันในวันพฤหัสบดี

ซ้ำเติมความไม่แน่นอน สหรัฐ ประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าระหว่าง 10% ถึง 12.5% จากคู่ค้าสำคัญส่วนใหญ่ โดยอ้างว่ามีการใช้แรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทานของตน นับเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่สุดของทรัมป์ในการฟื้นฟูระบอบภาษีปกป้องการค้า หลังจากมาตรการภาษีก่อนหน้านี้ถูกศาลสูงยกเลิกไป

 

ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ประกอบกับตลาดแรงงานสหรัฐ ที่ยังดูแข็งแกร่ง เพิ่มความเป็นไปได้ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นถือเป็นปัจจัยลบ (headwind) ต่อโลหะมีค่าที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

 

นักวิเคราะห์จาก TD Securities รวมถึงไรอัน แมกเคย์ (Ryan McKay) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า เงินทุนหมุนเวียนเร็ว (Fast money) ได้ "หันกลับมาเป็นผู้ขายทองคำอย่างรวดเร็ว" อีกครั้งเมื่อราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นและความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมา นอกจากนี้ สำหรับโลหะเงิน การร่วงลงต่ำกว่า 55.19 ดอลลาร์ต่อออนซ์อาจจุดชนวนให้เกิดแรงขายรอบใหม่

 

ปัจจุบันผู้ค้าในตลาดสวอป มองว่ามีโอกาส 34% ที่ Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า โดยตลาดได้สะท้อนราคา (priced in) การขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งครั้งในเดือนกันยายนไปแล้ว และอาจมีครั้งที่สองตามมาก่อนสิ้นปี

 

ราคาทองคำส่วนใหญ่แกว่งตัวอยู่ที่ราว 4,000 ดอลลาร์นับตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งนักเทรดบางรายมองว่าเป็นระดับแนวรับสำคัญ โดยราคาทองคำลดลงราว 25% นับตั้งแต่สหรัฐ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งยุติสภาวะตลาดขาขึ้น (bull run) ยาวนานหลายปีที่เคยดันราคาโลหะมีค่านี้ไปสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใกล้ 5,600 ดอลลาร์ในเดือนก่อนหน้า

อัปเดตราคาเช้าวันศุกร์ (24 ก.ค. 69)

ราคาทองคำสปอต (Spot Gold) เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยอยู่ที่ 4,048.25 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 07:45 น. ในสิงคโปร์ ส่วนราคาเงิน (Silver) ทรงตัวที่ 57.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากร่วงลง 3.6% ในเซสชันก่อนหน้า ขณะที่แพลทินัมและแพลเลเดียมปรับตัวลดลงเล็กน้อย ด้านดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ลดลงเล็กน้อยหลังจากปรับตัวขึ้น 0.3% ในวันพฤหัสบดี