วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ 22 ก.ค. 2569 ปิดร่วง 12.12 จุด ขายกลุ่มแบงก์หันลงทุน Real sector

"หุ้นไทย" เช้านี้ 22 ก.ค. 2569 ปิดตลาดที่ 1,640.85 จุด ปรับตัวลดลง 12.12 จุด หรือ 0.73% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากมูลค่าหุ้นที่เริ่มตึงตัว และแรงขายทำกำไรหลังการรายงานผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (22 ก.ค. 2569) ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1,640.85 จุด ปรับตัวลดลง 12.12 จุด หรือ 0.73% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,655.74 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,637.86 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 65,926.45 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. BBL ราคาปิด 187.50 บาท ลดลง 12.50 บาท หรือ 6.25% มูลค่าซื้อขาย 7,972.57 ล้านบาท
     
  2. SCB ราคาปิด 151.00 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ 2.58% มูลค่าซื้อขาย 7,255.22 ล้านบาท
     
  3. KBANK ราคาปิด 233.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.85% มูลค่าซื้อขาย 3,844.60 ล้านบาท
     
  4. KTB ราคาปิด 41.50 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 2.35% มูลค่าซื้อขาย 3,298.25 ล้านบาท
     
  5. PTT ราคาปิด 39.25 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.26% มูลค่าซื้อขาย 3,016.95 ล้านบาท

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้รับแรงกดดันจากมูลค่าหุ้นที่เริ่มตึงตัว P/E ที่ 16.7 เท่า เข้าใกล้ค่าเฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่ปี 2563 ที่ 17.1 เท่า ทำให้อาจต้องเผชิญแรงขายของนักลงทุนหลังการรายงานผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคาร

อย่างไรก็ดี มองเป็นโอกาสของกลุ่ม Real sector ที่มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินที่จะหมุนเวียนมาเก็งกำไรผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าผลประกอบการจะออกมาดี

นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากความหวังต่อมาตรการตลาดทุน หลังรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยความคืบหน้าโครงการ TISA ว่าปัจจุบันกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการเร่งศึกษา เพื่อผลักดันโครงการออกมาให้ทันภายในเดือน ก.ย. ปี 2569

ปัจจัยต่างประเทศ รับแรงกดดันความกังวลนโยบายการค้าสหรัฐ โดยคาดว่าอัตราภาษีรอบใหม่จะอยู่ในกรอบ 10-12.5% ภายใต้มาตรา 301 อ้างเหตุผลเรื่องการค้าที่ไม่เป็นธรรมและการใช้แรงงานบังคับ ทั้งนี้ เป็นบรรยากาศเชิงลบเนื่องจากไทยอาจโดน 12.5% ซึ่งสูงกว่าอัตราเดิมที่ 10% ซึ่งกำลังจะหมดอายุ

นอกจากนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด หลังประธานาธิบดีขู่ว่าสหรัฐจะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ในภูเขาพิกซอนซอกของอิหร่านเร็วๆ นี้ สะท้อนผ่านราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้น 2.02% ปิดที่ 84.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  

ขณะที่แนวโน้มดัชนีวันนี้ (22 ก.ค.) คาดว่าแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,640 จุด แนวต้าน 1,665 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามในคืนนี้ ได้แก่ ผลการดำเนินงานของ Tesla และ Alphabet ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับรายจ่ายลงทุน (CAPEX) ทางด้านเทคโนโลยีของโลก

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ SCC หลังภาพรวมธุรกิจทยอยฟื้นตัว มีการปรับพอร์ตการลงทุนเสริมสภาพคล่อง ต่อมาคือ STECON หลังซีพี กรุ๊ป แจ้งยกเลิกสัญญารถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบินแล้ว