วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

11 หุ้นแบงก์ดิ่งยกแผง 2 วันติด BBLหนักสุด 5.75% โบรกเกอร์ชี้แรงขายทำกำไรหลังประกาศงบ

ความเคลื่อนไหว "ตลาดหุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 22 ก.ค.2569 หุ้นกลุ่มแบงก์ ร่วงยกแผง นำโดย 

หุ้น BBL ร่วง 5.75% ลดลง 11.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 188.50 บาท

หุ้น TCAP ร่วง 4.44% ลดลง 3.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 70.00 บาท 

หุ้น BAY ร่วง 3.53% ลดลง 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 41.00 บาท

หุ้น SCB ร่วง 2.58% ลดลง 4.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 151.00 บาท 

หุ้น CREDIT ร่วง 2.40% ลดลง 0.60 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 24.40 บาท

หุ้น KKP ร่วง 1.76% ลดลง 2.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 111.50 บาท

หุ้น KTB ร่วง 1.76% ลดลง 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 41.75 บาท 

หุ้น TISCO ร่วง 1.53% ลดลง 2.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 128.50 บาท

หุ้น TTB ร่วง 1.36% ลดลง 0.04 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.90 บาท 

หุ้น KBANK ร่วง 0.85% ลดลง 2.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 233.00 บาท

หุ้น LHFG ร่วง 0.79% ลดลง 0.01 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.26 บาท 
 

11 หุ้นแบงก์ดิ่งยกแผง 2 วันติด BBLหนักสุด 5.75% โบรกเกอร์ชี้แรงขายทำกำไรหลังประกาศงบ

วีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัท หลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด FSS บริษัทในเครือ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เป็นแรงขายทำกำไรกระจายตัวทั้งกลุ่มหลังราคาปรับขึ้นแรงก่อนหน้า นอกจากนี้ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารอ่อนตัวลง มาจากระดับมูลค่าหุ้น (Valuation) ที่ปรับตัวขึ้นมาสูงเกินไป หลังราคาหุ้นกลุ่มแบงก์ปรับขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงก่อนหน้า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างตึงตัว

สำหรับปัจจัยเฉพาะรายธนาคาร อย่าง SCB แม้ผลกำไรออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด แต่ทว่าตลาดกังวลต่อคุณภาพสินทรัพย์ หลังหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ BBL รายงานกำไรต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด จึงเป็นอีกปัจจัยที่เร่งแรงขายออกมา ส่วนด้าน KTB แม้ผลประกอบการจะออกมาดีกว่าคาด และถือว่าแข็งแกร่งในหลายรายการ แต่ทว่าราคาหุ้นยังปรับตัวลงตามทิศทางของกลุ่มจากแรงขายทำกำไรในภาพรวม

อย่างไรก็ตาม มองว่าการปรับฐานรอบนี้เป็นจังหวะที่ดีสำหรับการทยอยสะสมหุ้นธนาคาร เพราะช่วยลดความร้อนแรงของราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมามากก่อนหน้านี้ ทำให้ระดับ Valuation กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าภาพรวมการลงทุนของประเทศไทยในระยะกลางถึงระยะยาวมีแนวโน้มฟื้นตัว และเร่งตัวขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อ และผลประกอบการของกลุ่มธนาคาร

หุ้นเด่นกลุ่มธนาคาร ยังคงให้น้ำหนัก KTB และ BBL เป็น Top Picks เนื่องจากทั้งสองธนาคารมีการเติบโตของสินเชื่อที่โดดเด่น สะท้อนการฟื้นตัวของภาคการลงทุน และมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์