ดัชนี S&P 500 และ NASDAQ ฟิวเจอร์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังวอลล์สตรีทปิดสัปดาห์อย่างแข็งแกร่ง ขณะที่นักลงทุนรอรายงานการประชุมเฟดที่จะถูกเปิดเผยในวันพุธนี้
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐ เคลื่อนไหวผสมผสานกันในคืนวันอาทิตย์ (5 ก.ค. 69) หลังจากสัปดาห์ที่แข็งแกร่งของวอลล์สตรีทซึ่งผลักดันให้ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
โดย S&P 500 ฟิวเจอร์ ขยับขึ้น 0.4% และ Nasdaq-100 ฟิวเจอร์ บวกขึ้น 1.3% ขณะที่ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ลดลง 28 จุด หรือ 0.1%
ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มที่จะซื้อขายแบบผสมผสานในวันจันทร์ (6 ก.ค. 69) เนื่องจากนักลงทุนเริ่มทบทวนการลงทุนในหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประกอบกับความสนใจพุ่งไปที่รายงานการประชุมเดือนมิถุนายนของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในช่วงปลายสัปดาห์นี้
ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นมีแนวโน้มเปิดตลาดในแดนบวก โดยสัญญาฟิวเจอร์ที่ตลาดชิคาโกอยู่ที่ระดับ 70,040 จุด เทียบกับราคาปิดล่าสุดของดัชนีที่ 69,744.07 จุด
ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียคาดว่าจะเปิดตลาดลดลง โดยดัชนีฟิวเจอร์สอยู่ที่ 8,794 จุด เทียบกับราคาปิดล่าสุดที่ 8,844.40 จุด ด้านดัชนีฮั่งเส็งฟิวเจอร์ของฮ่องกงในการซื้อขายล่าสุดอยู่ที่ 23,253 จุด ซึ่งต่ำกว่าราคาปิดก่อนหน้าที่ 23,350.03 จุด
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 2% ทำให้เกือบจะแตะระดับ 53,000 จุด ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะที่ดัชนี S&P 500 และแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ก็ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน โดยบวกขึ้น 1.8% และ 2.1% ตามลำดับ
นักลงทุนกระจายการลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มชิป
การปรับตัวขึ้นเหล่านี้เกิดขึ้นแม้ว่า หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนตลาดส่วนใหญ่ในปีนี้) จะสะดุดลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยนักลงทุนได้ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นผู้ผลิตชิปและโยกเม็ดเงินไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ ส่งผลให้กองทุน VanEck Semiconductor ETF (SMH) ลดลง 3.2% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สอง
“การกระจายตัวของการสลับกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Rotation) ถือเป็นปัจจัยบวกอย่างมาก โดยกลุ่มการเงิน กลุ่มเฮลท์แคร์ และกลุ่มอุตสาหกรรม ต่างปิดตัว ณ ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ประจำสัปดาห์ ซึ่งช่วยชดเชยการพักฐานของหุ้นกลุ่มชิปได้เป็นอย่างดี” มาร์ก นิวตัน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ทางเทคนิคของ Fundstrat ระบุ “แม้ว่าการร่วงลงของหุ้นกลุ่มชิปจะเป็นอุปสรรคในระยะสั้นที่ทำให้การถือครองหุ้นกลุ่มอื่นน่าสนใจกว่าในช่วงที่ตลาดกำลังทรงตัว แต่มันก็ไม่ได้ทำลายภาพรวมของดัชนีหลัก ๆ แต่อย่างใด”
นิวตันคาดการณ์ว่าดัชนี S&P 500 จะพุ่งแตะระดับ 8,000 จุดได้ภายในช่วงกลางเดือนสิงหาคม โดยดัชนีอ้างอิงดังกล่าวปิดตลาดสัปดาห์ที่แล้วที่ระดับ 7,483.24 จุด ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย 8,000 จุด อยู่ราว 7%
ในสัปดาห์นี้ บรรดาผู้ซื้อขายในตลาดจะจับตามองไปที่ธนาคารกลางสหรัฐ โดยรายงานการประชุมประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกภายใต้การนำของประธานเฟดคนใหม่ ‘เควิน วอร์ช’ (Kevin Warsh) มีกำหนดการจะเปิดเผยออกมาในวันพุธนี้


