ดัชนีดาวโจนส์ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังทำสถิติสูงสุดระหว่างวัน แนสแด็กอ่อนตัวรับเดือนกรกฎาคม จากขายทำกำไรหุ้นกลุ่มชิป
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ระหว่างการซื้อขายในวันพุธ (1 ก.ค. 69) ก่อนจะอ่อนตัวลงช่วงท้ายตลาด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กคอมโพสิต Nasdaq Composite เผชิญแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นผู้ผลิตชิป
ดัชนีดาวโจนส์ซึ่งมีหุ้น 30 ตัว ปรับลดลง 13.96 จุด หรือราว 0.03% มาปิดที่ 52,305.24 จุด ช่วงก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ดาวโจนส์พุ่งขึ้นไปทำระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 52,742.66 จุด ก่อนจะถอยลงหลังจากหุ้น Caterpillar ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้อานิสงส์จากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ร่วงลงเกือบ 7%
ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.22% ปิดที่ 7,483.23 จุด ส่วนดัชนีแนสแด็กคอมโพสิต ลดลง 0.66% มาที่ 26,040.03 จุด ดัชนีที่มีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูงนี้อ่อนตัวลง เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ทำกำไร หลังจากหุ้นกลุ่มนี้จำนวนมากพุ่งขึ้นมากกว่า 80% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026
- เทขายหุ้นกลุ่มชิป
หุ้น Micron ร่วงลงมากกว่า 10% แม้ยังปรับตัวขึ้นแล้วกว่า 260% ตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ Sandisk ก็ร่วงลงมากกว่า 10% เช่นกัน แต่ราคาหุ้นตลอดปี 2026 ยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 750% ส่วน Nvidia และ Broadcom ลดลงราว 1% และ 2% ตามลำดับในการซื้อขายรอบนี้
เจฟฟ์ คิลเบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ KKM Financial ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซีว่า “กระแสการหมุนเวียนการลงทุนครั้งใหญ่ (Great Rotation) ยังคงต่อเนื่องเข้าสู่ไตรมาสสาม ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ซึ่งมักถูกมองว่าน่าเบื่อในดัชนีดาวโจนส์ยังคงดึงดูดเงินทุนไหลเข้าโดยตรง จากเม็ดเงินที่มาจากการขายทำกำไรหุ้นเทคโนโลยีในระยะหลัง นี่เป็นสัญญาณที่ดีมาก และตอกย้ำถึงการกระจายตัวที่กว้างขึ้นของหุ้นในตลาดกระทิงที่ดำเนินมาเป็นปีที่สี่”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังดัชนีสำคัญต่าง ๆ ปิดฉากครึ่งปีแรกของ 2026 ได้อย่างแข็งแกร่ง ในช่วงหกเดือนแรก ดาวโจนส์ปรับขึ้น 8.9% ซึ่งเป็นผลงานครึ่งปีแรกที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 9.6% ขณะที่แนสแด็กเพิ่มขึ้น 12.8% ส่วนดัชนีกลุ่มหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 พุ่งขึ้นเกือบ 22% ทำผลงานครึ่งปีแรกดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1991
- หุ้นเทคยักษ์ใหญ่พยุงตลาด
หุ้นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ตัวอื่นช่วยชะลอการร่วงลงของแนสแด็ก โดยหุ้น Meta Platforms พุ่งขึ้นเกือบ 9% หลังบริษัทประกาศว่าจะเปิดธุรกิจคลาวด์และขายกำลังประมวลผลส่วนเกิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจช่วยหนุนรายได้ ส่วนหุ้นยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีรายอื่นอย่าง Microsoft และ Apple ก็ปรับตัวขึ้น 3% และเกือบ 2% ตามลำดับ
นักค้าหุ้นยังจับตาการเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขณะที่ประธานเฟด เควิน วอร์ช กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมของธนาคารกลางยุโรปที่โปรตุเกส เขาไม่ได้ส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในการประชุมที่จะมีขึ้นภายในเดือนนี้ แต่ระบุว่า “เราพบแล้วว่าราคาสินค้าทั้งหลายยังอยู่ในระดับที่สูงเกินไป”


