ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 3 ก.ค.2569 หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าบวก นำโดย
- หุ้น RATCH บวก 3.94% เพิ่มขึ้น 1.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 33.00 บาท
- หุ้น GPSC บวก 3.89% เพิ่มขึ้น 1.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 46.75 บาท
- หุ้น BPP บวก 2.68% เพิ่มขึ้น 0.30 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 11.50 บาท
- หุ้น EGCO บวก 2.09% เพิ่มขึ้น 2.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 122.00 บาท
- หุ้น GUNKUL บวก 1.87% เพิ่มขึ้น 0.08 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.36 บาท
- หุ้น GULF บวก 1.19% เพิ่มขึ้น 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 63.75 บาท
- หุ้น BGRIM บวก 1.17% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 17.30 บาท
- หุ้น TPIPP บวก 0.57% เพิ่มขึ้น 0.01 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.77 บาท
ธีร์ธนัตถ์ จิราศิริวัชร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ากลับมาเป็นที่สนใจของนักลงทุนอีกครั้ง หลังได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่เริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย หลังจากให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มธนาคารเป็นหลักเงินทุนได้เริ่มหมุนเวียนเข้าสู่หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ที่ยังมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวรองรับ
นอกจากนี้ การที่ Bond Yield ของสหรัฐเริ่มลดความร้อนแรงลง ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนมูลค่าหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า เนื่องจากธุรกิจมีลักษณะเป็นสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดระยะยาวและอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน ความชัดเจนของแผน PDP ฉบับใหม่ยังช่วยเพิ่มมุมมองบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยคาดว่าจะมีรายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้นในช่วงไตรมาส 4/2569 หลังจากที่ภาครัฐกำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็นประมาณ 70% และพร้อมที่จะผลักดันการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้แตะ 270,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2050 รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กจากเดิม 600 เมกะวัตต์ เป็น 2,400 เมกะวัตต์
อย่างไรก็ดี การเร่งขยายกำลังผลิตไฟฟ้าดังกล่าวมีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อรองรับการลงทุนในธุรกิจ Data Center ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณสูง และจะกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจโรงไฟฟ้าในอนาคต
สำหรับ หุ้นเด่นแนะนำ ได้แก่ GULF GPSC และ GUNKUL โดย GULF ยังคงเป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่ม เนื่องจากมีโอกาสสูงที่จะได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า PPA รอบใหม่ ทั้งโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่และโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ขณะเดียวกันคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ อีกทั้งยังเป็นบริษัทที่มีความชัดเจนที่สุดในการต่อยอดธุรกิจ Data Center โดยมีโครงการขนาดใหญ่หลายร้อยเมกะวัตต์ที่อยู่ระหว่างรอข้อสรุป
ส่วน GPSC ได้มีการปรับคำแนะนำขึ้นเป็น "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 60 บาท คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าราคาก๊าซธรรมชาติจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ทว่าจะกระทบผลประกอบการเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากแผนนำบริษัทร่วมทุนในประเทศอินเดียเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ช่วงต้นปีหน้า ซึ่งจะช่วยปลดล็อกมูลค่าการลงทุนและสนับสนุนการปรับเพิ่มมูลค่าหุ้นในระยะถัดไป
และ GUNKUL มองว่าจะเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากนโยบายเร่งลงทุนพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะเป้าหมายการขยายกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศ ซึ่งจะสร้างโอกาสทั้งจากการได้รับสัญญา PPA งานรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้า รวมถึงงานก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้า
นอกจากนี้ ทั้ง GPSC และ GUNKUL ยังอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนในธุรกิจ Data Center เช่นเดียวกับ GULF โดยคาดว่า จะมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าในระยะยาว


