วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน 2569

Login
Login

ธปท. เร่งสกัดเงินเทา ปิดช่องฟอกเงินผ่าน USDT ครึ่งปีทะลัก 5-6แสนล้าน

ธปท.เร่งปิดช่องเงินเทา ใช้ USDT เป็นทางผ่านฟอกเงิน หลังพบธุรกรรมพุ่งสูง คาดครึ่งปีมีเงินไหลผ่าน 5–6 แสนล้านบา

KEY POINTS

  • ธปท.เร่งสกัดเงินเทา พบช่องทางการฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล USDT มีการโอนจากต่างประเทศเข้ามาขายเป็นเงินบาทสูงถึง 5-6 แสนล้านบาทต่อครึ่งปี
  • เดินแผนผนึกสถาบันการเงินผู้ให้บริการ ยกระดับมาตรการป้องกันเงินเทาทั้ฝจำกัดการถอนเงินสดจำนวนมาก การตรวจเข้มการซื้อขายทองคำแท่ง

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กล่าวปาฐกถาพิเศษเนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่9ของข่าว“มิติหุ้น”ภายใต้หัวข้อ “Capital Purpose” ว่าอีกประเด็นสำคัญของ “Capital Purpose”

คือการป้องกันไม่ให้ทรัพยากรเงินทุนรั่วไหลออกจากระบบผ่านเงินเทาและการคอร์รัปชัน เพราะเป้าหมายของระบบการเงินไม่ใช่เพียงการมีเงินทุนหมุนเวียน แต่ต้องทำให้เงินทุนไหลไปสู่กิจกรรมที่สร้างประโยชน์และสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจ

หนึ่งในช่องทางที่ต้องเร่งปิดคือการฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะ USDT ซึ่งปัจจุบันพบการโอน USDT จากต่างประเทศเข้ามาเพื่อขายเป็นเงินบาทในปริมาณสูงถึง 5-6 แสนล้านบาทต่อครึ่งปี

ทำให้ธปท.ต้องเร่งปิดช่องโหว่ดังกล่าว เพื่อไม่ให้สินทรัพย์ดิจิทัลถูกนำมาใช้เป็นช่องทางเคลื่อนย้ายเงินทุนที่ผิดวัตถุประสงค์
 

นอกจากนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีอันดับดัชนีคอร์รัปชันอยู่ที่ 116 จาก 180 ประเทศ โดยการคอร์รัปชันเปรียบเสมือนการดึงงบประมาณออกจากระบบไปเก็บไว้เฉยๆ และไม่ได้สร้าง GDP ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เงินทุนรั่วไหลออกจากระบบจึงเป็นอีกภารกิจสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจ

ที่ผ่านมา ธปท.ได้ร่วมมือกับ 11 สมาคมสถาบันการเงินเพื่อยกระดับมาตรการป้องกันเงินเทา โดยเฉพาะการจำกัดการเบิกถอนเงินสดจำนวนมากที่เกิน 5 ล้านบาท ส่งผลให้ปริมาณการเบิกถอนเงินสดลดลงจากเดือนละประมาณ 1 แสนล้านบาท เหลือเพียง 4 หมื่นล้านบาทภายในเวลาไม่กี่เดือน
 

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจเข้มการซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชัน โดยกำหนดให้รายงานข้อมูลการถอนทองคำแท่งเกิน 2 กิโลกรัม หรือประมาณ 10 บาททองคำ ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ทำให้วอลุ่มธุรกรรมที่น่าสงสัยลดลงจากเดือนละ 2 หมื่นล้านบาท เหลือประมาณ 3 พันล้านบาท

  • เสนอภาษีทองคำ 0.01% ปิดช่องฟอกเงิน

นายวิทัยกล่าวว่า อีกแนวทางหนึ่งคือการเสนอให้รัฐบาลพิจารณาจัดเก็บภาษีจากการซื้อขายทองคำในอัตราต่ำ เช่น 0.01% เพื่อให้เกิดหน้าที่ในการรายงานข้อมูลการซื้อขาย ซึ่งจะช่วยปิดช่องทางการฟอกเงินผ่านร้านทอง

จากการตรวจสอบพบว่า 66% ของกลุ่มที่เบิกเงินสดสูงสุด 50 รายแรกของประเทศเป็นร้านทอง โดยบางรายมีการเบิกเงินสดไปซื้อทองจากลูกค้า แต่กลับไม่มีรายงานการขายออกที่เป็นเงินสดกลับมาอย่างสมดุล

นายวิทัยกล่าวว่า เป้าหมายคือการทำให้เงินทุนไหลไปสู่ SME ที่มีประสิทธิภาพ และไปสู่ธุรกิจที่ปรับตัวเข้าสู่ความยั่งยืน ขณะเดียวกันต้องสกัดกั้นไม่ให้เงินทุนถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

ดังนั้น การปิดช่องทางการเคลื่อนย้ายเงินผ่านเงินเทา การคอร์รัปชัน ทองคำ และสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง USDT จึงเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้เงินทุนในระบบไหลไปยังภาคเศรษฐกิจที่ควรได้รับเงินทุนอย่างแท้จริง

นายวิทัยกล่าวว่า หากทุกฝ่ายร่วมมือกันยกระดับมาตรฐานและลงมือทำจริง ไม่ใช่เพียงการวิเคราะห์ ประเทศไทยจะมีความแข็งแกร่ง หรือ Resilience และสามารถสร้างความมั่งคั่ง หรือ Prosperity ให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง