PLANB ปรับตัวขึ้น 6.90% สวนทาง COM7 ที่อ่อนตัวลง 2.70% หลังตลาดตอบรับการเข้าลงทุนมูลค่า 7.2 พันล้านบาท นักวิเคราะห์มองดีลดังกล่าวช่วยเพิ่มมูลค่าการลงทุน และมีโอกาสหนุนกำไรของ PLANB ในระยะยาว แม้ความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างทั้งสองบริษัทจะยังต้องติดตามความชัดเจน
KEY POINTS
- หุ้น PLANB ปรับตัวขึ้น 6.90% สวนทางกับหุ้น COM7 ที่ร่วงลง 2.70% หลังประกาศดีลลงทุนครั้งสำคัญ
- ปัจจัยบวกมาจากข่าวที่ PLANB เข้าลงทุนในหุ้น COM7 สัดส่วน 11% ด้วยมูลค่าราว 7.2 พันล้านบาท โดยใช้เงินกู้จากธนาคารเป็นหลัก
- โบรกเกอร์มองว่าดีลนี้มีความคุ้มค่า เนื่องจาก PLANB ซื้อหุ้น COM7 ที่อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ราว 13-14 เท่า ซึ่งต่ำกว่า P/E ของ PLANB ที่ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 18 เท่า
- การลงทุนดังกล่าวคาดว่าจะช่วยหนุนกำไรสุทธิของ PLANB ในระยะยาว โดยคาดว่าในปี 2570 จะเพิ่มขึ้นราว 5%
- สำหรับ COM7 ที่ราคาหุ้นปรับตัวลง โบรกเกอร์มีมุมมองเป็นกลาง เนื่องจากธุรกิจยังไม่เข้าสู่รอบการเปิดตัวสินค้าใหม่ และมีความกังวลเรื่องการปรับขึ้นราคาสินค้าของ Apple
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย ณ วันที่ 1 ก.ค.2569 หุ้น PLANB หรือ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) บวก 6.90% เพิ่มขึ้น 0.32 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.96 บาท ขณะที่หุ้น COM7 หรือ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) ร่วง 2.70% ลดลง 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 27.00 บาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัยลูกค้ารายย่อย และนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้น PLANB ปรับตัวเพิ่มขึ้นวันนี้ จากการเข้าลงทุนของ PLANB ในหุ้น COM7 จำนวน 263 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 11% มูลค่าลงทุนราว 7.2 พันล้านบาท ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด ถือเป็นดีลที่ตลาดให้น้ำหนักในเชิงบวก โดยบริษัทใช้แหล่งเงินทุนหลักจากการกู้ยืมจากธนาคาร
โดยจุดเด่นของดีลนี้อยู่ที่ความคุ้มค่า Valuation เนื่องจาก PLANB เข้าซื้อ COM7 ที่ระดับอัตราส่วนราคาต่อกำไร P/E ราว 13-14 เท่า ขณะที่หุ้น PLANB ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 18 เท่า ส่งผลให้การลงทุนครั้งนี้มีลักษณะเป็นการลงทุนที่ช่วยเพิ่มมูลค่า และสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจในระยะยาว แม้ว่าความร่วมมือทางธุรกิจ (Synergy) ระหว่างทั้งสองบริษัทจะยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์
นอกจากนี้ ในด้านผลกระทบทางการเงิน เบื้องต้นคาดว่า ดีลดังกล่าวจะช่วยเพิ่มกำไรสุทธิของ PLANB ในปี 2570 ราว 5% ขณะที่ภาระหนี้จะเพิ่มขึ้นตามการใช้เงินกู้ โดยคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจะเพิ่มขึ้นประมาณ 0.4 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA จะเพิ่มขึ้นราว 2 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้
สำหรับ COM7 มุมมองยังเป็นกลางเนื่องจากธุรกิจยังไม่เข้าสู่รอบการเปิดตัวสินค้าใหม่ประกอบกับยังต้องติดตามผลกระทบจากแนวโน้มการปรับขึ้นราคาสินค้าของ Apple ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค แม้ว่าสินค้าไอทีจะกลายเป็นสินค้าจำเป็นสำหรับผู้บริโภคหลายกลุ่มแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ แนะนำให้นักลงทุนที่สนใจหุ้น PLANB เน้นการลงทุนในลักษณะเก็งกำไรระยะสั้น โดยกำหนดจุดตัดขาดทุนอย่างเคร่งครัด ส่วน COM7 ยังไม่ควรรีบเข้าลงทุนเพื่อเก็งกำไร เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทั้งด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้น และทิศทางธุรกิจ โดยควรรอความชัดเจนของผลประโยชน์จากความร่วมมือระหว่าง PLANB และ COM7 ในระยะถัดไป
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





