หุ้นญี่ปุ่นทำนิวไฮทะลุ 72,000 จุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ รับแรงหนุนแผนลงทุนใหญ่ 370 ล้านล้านเยน ใน 17 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ถึงปี 2040 เมินความผันผวนดีลสหรัฐ-อิหร่าน แต่ยังคงจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด
วันนี้ (22 มิ.ย. 69) ดัชนีนิกเกอิ 225 ตลาดหุ้นโตเกียว บวกขึ้นอย่างร้อนแรงกว่า 1,400 จุด ขึ้นไปทำสถิติใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งเหนือ 72,000 จุดได้เป็นครั้งแรก หลังจากเพิ่งทุบสถิติ 70,000 และ 71,000 จุด ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังแรงหนุนจากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีน้ำหนักมากกว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน
ดัชนีนิกเกอิ 225 ตลาดหุ้นโตเกียว ปิดตลาดภาคเช้าบวกไป 1,398.41 จุด หรือ +1.96% ไปอยู่ที่ 72,648.47 โดยทำสถิติระหว่างวันที่ 72,731.10 จุด
แรงหนุนสำคัญมาจากรายงานของหนังสือพิมพ์นิกเกอิเมื่อวันศุกร์ที่ระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่น เตรียมตั้งเป้าการลงทุนจากภาครัฐและเอกชนรวมกันถึงราว 370 ล้านล้านเยน (ราว 75 ล้านล้านบาท) ในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ เช่น AI, อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และการพัฒนาอวกาศ ภายในปี 2040 ภายใต้ยุทธศาสตร์การเติบโตฉบับใหม่ของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ
ตลาดยังขยายช่วงบวกต่อเนื่อง หลังจากประเทศกาตาร์และปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน เปิดเผยว่าการเจรจามีความคืบหน้าและจะเดินหน้าต่อ แม้การหารือในช่วงแรกจะเป็นไปอย่างตึงเครียด
วาตารุ อากิยามะ นักกลยุทธ์หุ้นจากบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ กล่าวว่า “บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI กลับมาเป็นผู้นำการปรับขึ้นของตลาดอีกครั้ง” แต่นักลงทุนก็ยังคงจับตาพัฒนาการในอิหร่านและตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
ในรายกลุ่มอุตสาหกรรม หุ้นกลุ่มโลหะนอกกลุ่มเหล็กปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี TOPIX โดยพุ่ง 7.57% ตามด้วยกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและกลุ่มแก้ว-เซรามิก ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.08% และ 2.05% ตามลำดับ ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด โดยลดลง 1.07%
เปิดแผนลงทุนใหญ่พลิกโฉมญี่ปุ่น
นิกเกอิเอเชียระบุว่า ภายใต้เป้าหมายลงทุนใหญ่ 370 ล้านล้านเยน ซึ่งคาดว่าจะได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเติบโตของญี่ปุ่นในสัปดาห์หน้านั้น ญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายให้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันลงทุนในเทคโนโลยี “Physical AI” รวม 10.5 ล้านล้านเยน (กว่า 2 ล้านล้านบาท) ภายในปีงบประมาณ 2040 ภายใต้แผนพัฒนา 17 อุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ที่เปิดเผยเมื่อวันศุกร์
“Physical AI” นับเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ครั้งนี้ ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นมองว่าจะถูกนำไปใช้งานอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ระบบอัตโนมัติในโรงงาน การขนส่งไร้คนขับ ไปจนถึงการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีเป้าหมายเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจผ่านการใช้ AI และหุ่นยนต์เข้ามาทำงานภาคสนามในอุตสาหกรรมที่กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก เช่น ภาคการผลิต การก่อสร้าง และโลจิสติกส์
การคาดการณ์บางฉบับระบุว่า ตลาด Physical AI ทั่วโลกอาจมีมูลค่าสูงถึง 50 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2050 ขณะที่ตลาดหุ่นยนต์อเนกประสงค์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยเฉพาะ คาดว่าจะเริ่มขยายตัวอย่างรวดเร็วตั้งแต่ราวปี 2030 ก่อนจะมีมูลค่าประมาณ 60 ล้านล้านเยน ภายในปี 2040
นอกจาก Physical AI แล้ว ยุทธศาสตร์การเติบโตของญี่ปุ่นยังครอบคลุมสาขาอื่นอีกหลายด้าน เช่น การพัฒนาทางทะเล ซึ่งรวมถึงโดรนด้านความมั่นคงและการสำรวจทรัพยากร อุตสาหกรรมการบินและอวกาศที่เกี่ยวข้องกับดาวเทียม พลังงานฟิวชัน ตลอดจนศูนย์ข้อมูลและแบตเตอรี่ ซึ่งญี่ปุ่นตั้งเป้าการลงทุนภาครัฐและเอกชนรวม 32.7 ล้านล้านเยนภายในปีงบประมาณ 2035
รัฐบาลยังเพิ่มเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เข้าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยตั้งเป้าสร้างเรือประเภทนี้ปีละ 3-5 ลำ เริ่มตั้งแต่ราวปี 2035 เป็นต้นไป
สำหรับที่มาของ "แหล่งเงินทุน" นั้น รัฐบาลมีแผนบริหารงบลงทุนเหล่านี้แยกออกจากรายจ่ายประเภทอื่น พร้อมจัดตั้งกรอบการลงทุนใหม่ที่เน้นความต่อเนื่องและความคาดการณ์ได้ เพื่อช่วยให้ภาคเอกชนสามารถวางแผนการลงทุนระยะยาวได้ง่ายขึ้น
รายงานยังระบุว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาจัดทำกรอบงบประมาณระยะหลายปี เพื่อรับประกันความต่อเนื่องของแหล่งเงินทุนสำหรับการลงทุนที่ถูกมองว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยการใช้จ่ายบางส่วนอาจได้รับการสนับสนุนผ่านการออก “พันธบัตรเพื่อจัดหาเงินทุนชั่วคราว” (bridging bonds) ซึ่งจะออกภายใต้การกำหนดแหล่งเงินสำหรับชำระคืนไว้อย่างชัดเจน เพื่อช่วยให้รัฐบาลญี่ปุ่นซึ่งมีภาระหนี้สาธารณะสูง สามารถยืนยันได้ว่ายังคงให้ความสำคัญกับ "วินัยการคลัง" แม้จะเดินหน้าเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐก็ตาม





