วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2569

Login
Login

ก.ล.ต.เปิดเฮียริ่งเกณฑ์ใหม่ 'ผู้ให้เงินทุนสำคัญ' เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ยกระดับกำกับดูแล

ก.ล.ต.เปิดเฮียริ่งเกณฑ์ใหม่ 'ผู้ให้เงินทุนสำคัญ' เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ยกระดับกำกับดูแล

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้ให้เงินทุนสำคัญเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องขอรับความเห็นชอบ
 

ก.ล.ต. มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการกำกับดูแลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้สะท้อนถึงผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริง โดยเฉพาะในกรณีที่มีผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งถือเป็นประเด็นที่มีความสำคัญ เนื่องจากบุคคลดังกล่าวอาจมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดทิศทางหรือการตัดสินใจดำเนินธุรกิจ โดยหากเงินทุนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกฎหมาย เช่น การฟอกเงิน เป็นต้น อาจส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงด้านกฎหมาย ความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงความน่าเชื่อถือของตลาดทุนโดยรวม

ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการในช่วงเดือนเมษายน 2569 ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เห็นด้วยในหลักการดังกล่าว ก.ล.ต. จึงยกร่างประกาศที่เกี่ยวข้อง โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

(1) กำหนดให้บุคคลที่เป็น “ผู้ให้เงินทุนสำคัญ” แก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการได้มาซึ่งหุ้นของผู้ประกอบธุรกิจหรือหุ้นของนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นในผู้ประกอบธุรกิจทุกทอด ถือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ต้องขอรับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต.

ทั้งนี้ “ผู้ให้เงินทุนสำคัญ” ครอบคลุมการสนับสนุนทางการเงินทุกรูปแบบ เช่น การให้เงินหรือทรัพย์สินอื่นใด การค้ำประกัน การทำสัญญา หรือการลงทุนในตราสารอื่นใดที่ทำให้ฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินมีสถานะเป็นหรือเสมือนเป็นผู้ให้เงินทุนสำคัญแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และให้พิจารณานับรวมบุคคลที่เป็นตัวกลางหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือดังกล่าว ในการขอรับความเห็นชอบผู้ถือหุ้นรายใหญ่จาก ก.ล.ต.

นอกจากนี้ กำหนดให้ “บุคคลที่มีผู้ให้เงินทุนสำคัญเดียวกัน” หมายถึง บุคคลที่ได้รับเงินทุนหลักมาจากเจ้าของเงินทุนเดียวกัน ต้องนำมานับรวมการถือหุ้นหรือการมีอำนาจควบคุมเหนือผู้ประกอบธุรกิจหรือหุ้นของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อพิจารณาการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจ (ในลักษณะเดียวกันกับการนับรวมคู่สมรสหรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) เพื่อให้สามารถตรวจสอบที่มาของเงินทุนได้อย่างเหมาะสม และการพิจารณาโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่มีความโปร่งใส ตลอดจนป้องกันการกระจายการถือหุ้นในหลายบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกันที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโดยรวม

(2) ยกเว้นการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นในลำดับถัดไป (พิจารณาการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในระดับหน่วยงานเท่านั้น) สำหรับหน่วยงานที่ ก.ล.ต. กำหนด เช่น กระทรวง ทบวง กรม องค์การมหาชน หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานอิสระที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะ เนื่องจากแหล่งที่มาของเงินทุนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและการตรวจสอบของภาครัฐอยู่แล้ว จึงมีความเสี่ยงด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้นในระดับต่ำ

 

ทั้งนี้ ก.ล.ต. จึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศข้างต้น โดยได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/TH/Pages/PB_Detail.aspx?SECID=1176 และระบบกลางทางกฎหมายhttps://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NzMxN0RHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail: [email protected] และ [email protected] (สำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์) หรือ [email protected] และ [email protected] (สำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล) จนถึงวันที่ 23 มิถุนายน 2569