วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ (26 พ.ค. 2569) ปิดบวก 6.40 จุด สหรัฐ-อิหร่านใกล้ได้ข้อสรุป หวังเม็ดเงินสะพัดแห่รับสิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส"

"หุ้นไทย" วันนี้ (26 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,556.73 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.40 จุด หรือ 0.41% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีความคืบหน้าใกล้ได้ข้อสรุป รวมถึงตลาดคาดหวังต่อเม็ดเงินที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจากโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" 

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (26 พ.ค. 2569) ปิดตลาดเช้าที่ 1,556.73 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.40 จุด หรือ 0.41% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,559.38 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,547.86 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 33,203.26 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. KBANK ราคาปิด 199.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.53% มูลค่าซื้อขาย 2,860.02 ล้านบาท
     
  2. BBL ราคาปิด 173.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 2.37% มูลค่าซื้อขาย 2,291.48 ล้านบาท
     
  3. DELTA ราคาปิด 338.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 1.20% มูลค่าซื้อขาย 1,973.25 ล้านบาท
     
  4. KTB ราคาปิด 35.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.71% มูลค่าซื้อขาย 1,326.51 ล้านบาท
     
  5. SCB ราคาปิด 135.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 1.12% มูลค่าซื้อขาย 1,226.28 ล้านบาท

ทีมนักวิเคราะห์ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยได้รับแรงหนุนจากความคลายกังวลสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง และความคาดหวังเม็ดเงินจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่อัปไซด์ยังจำกัด หลัง CCET ติดเกณฑ์ Cash Balance

ปัจจัยต่างประเทศอยู่ในโหมดคลายกังวลจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง สะท้อนจากราคาน้ำมันดิบ WTI เช้านี้ที่ร่วงลงมาอยู่ที่ 90.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภาพรวมเกิดจากการเจรจาที่นักลงทุนมีแนวโน้มให้น้ำหนักกับข่าวสารหรือถ้อยแถลงที่บ่งชี้ไปสู่การเจรจาสันติภาพเป็นหลัก

โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่าได้ข้อสรุปในประเด็นสำคัญส่วนใหญ่ที่อยู่ระหว่างการหารือแล้ว ทั้งนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงอาจเป็นแรงกดดันหุ้นในกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่นได้

ด้านปัจจัยภายในประเทศมีแรงหนุนมาจากภาพความคืบหน้าของการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส และจากการลงทะเบียนในวันแรกพบว่ามีประชาชนมาลงทะเบียนรับสิทธิแล้วกว่า 24 ล้านสิทธิ จึงมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม Domestic จากเม็ดเงินที่กำลังจะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในระยะใกล้

อย่างไรก็ตาม ตลาดเผชิญปัจจัยกดดันจากกลุ่มกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ จากการที่ ตลท. ประกาศให้ CCET เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค. - 15 มิ.ย. 69 ทำให้นักลงทุนมีความกังวลว่าหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ตัวอื่นๆ โดยเฉพาะ DELTA อาจเผชิญกับสถานการณ์เดียวกัน ดังนั้นในวันนี้จึงมีแนวโน้มการลดสถานะเสี่ยงในกลุ่มหุ้นดังกล่าว

ในระยะต่อไป คาดดัชนี SET Index แกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,540 จุด และแนวต้าน 1,560 จุด โดยปัจจัยที่ต้องจับตามองคือมาตรการของ ก.ล.ต. ที่ระบุว่าจะเดินหน้ามาตรการสำคัญเพื่อเพิ่มความโปร่งใสให้ตลาดทุนไทย ทั้งในกระบวนการ IPO และการผลักดัน TISA

กลยุทธ์การลงทุน หุ้นเด่นประจำวันแนะนำ GPSC จากปัจจัยต้นทุนลดลง และเพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่อง และ WHA จากยอดขายที่ปรับสูงขึ้นและกำไรปีนี้ทำออลไทม์ไฮ