วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

หุ้นไทยวันนี้ 26 มี.ค.69 โบรกคาดระยะสั้นอาจ Take Profit สถานการณ์กลับมาไม่ค่อยแน่นอน

บล.พายเผย สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาผันผวนและไม่แน่นอนอีกครั้ง หลังจากอิหร่านออกมาปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ ทำให้ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวและกลับมาสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น ปัจจัยในประเทศเผชิญแรงกดดันจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันหน้าปั๊มอย่างรุนแรงราว 6 บาท/ลิตร ซึ่งคาดว่าจะทำให้เงินเฟ้อขยับขึ้นและอาจกระทบต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน แนะนักลงทุนระยะสั้นที่เก็งกำไรจากวันก่อนหน้าอาจพิจารณาขายทำกำไร (Take Profit) บางส่วน

KEY POINTS

  • สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาผันผวนและไม่แน่นอนอีกครั้ง หลังจากอิหร่านออกมาปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ ทำให้ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวและกลับมาสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น
  • ปัจจัยในประเทศเผชิญแรงกดดันจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันหน้าปั๊มอย่างรุนแรงราว 6 บาท/ลิตร ซึ่งคาดว่าจะทำให้เงินเฟ้อขยับขึ้นและอาจกระทบต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน
  • เงินบาทที่กลับมาอ่อนค่าลงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อกระแสเงินทุนของต่างชาติ
  • จากความไม่แน่นอนที่กลับมาอีกครั้ง โบรกเกอร์จึงแนะนำให้นักลงทุนระยะสั้นที่เก็งกำไรจากวันก่อนหน้าอาจพิจารณาขายทำกำไร (Take Profit) บางส่วน

หุ้นไทยวันนี้ 26 มี.ค.69 บล.พาย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 0.6% ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับลงราว 2% หลังมีรายงานว่าอิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 2.2% นักลงทุนคลายกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตามเช้านี้ราคาน้ำมันเริ่มฟื้นขึ้นมา

เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ มิได้มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ นักลงทุนหันไปให้น้ำหนักกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งเหตุการณ์ยังค่อนข้างผันผวนในช่วงแรกสหรัฐฯ เผยว่าจะมีการยื่นข้อเสนอให้กับอิหร่านพิจารณาทำให้ตลาดหุ้นปรับขึ้นทั่วโลกและราคาน้ำมันดิบปรับลง 

แต่อย่างไรก็ตามในช่วงกลางคืนตามเวลาประเทศไทยอิหร่านกลับออกมาให้ข้อมูลว่าอิหร่านมิได้รับข้อเสนอจากสหรัฐฯ โดยให้เหตุผลว่าข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นข้อเรียกร้องที่มากเกินไปซึ่งทางอิหร่านจะใช้มาตรการทางทหารต่อไปจนกว่าจะบรรลุเงื่อนไขของตนเองและจะยุติสงครามในเวลาที่อิหร่านเป็นผู้กำหนด

การฟื้นตัวของหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมาจึงเป็นลักษณะของอาการไม่สุด เช้านี้ราคาน้ำมันดิบ WTI กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ตลาดหุ้นเกาหลี -1.3% Dow Jones Future -0.14% แรงกดดันเริ่มกลับมาอีกครั้ง ระยะสั้นอาจ Take Profit สำหรับนักลงทุนที่เก็งกำไรมาจากวานนี้

เมื่อกลับมาที่ปัจจัยในประเทศพบว่า หน้าปั๊มได้ปรับขึ้นราคาน้ำมันทั้งดีเซล , แก๊สโซ E20 , 91 , E85 ราว 6 บาท / ลิตร นับเป็นการปรับขึ้นครั้งเดียวที่ค่อนข้างสูง แรงส่งตรงนี้เชื่อว่าจะทำให้เงินเฟ้อประเทศไทยขยับขึ้น

จากนี้อาจเห็นการส่งผ่านต้นทุนออกไปยังราคาสินค้า บริษัทจดทะเบียนที่หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนได้ก็อาจมีกำไรที่ลดลง ในฝั่งของนโยบายการเงินก็เชื่อว่า ดอกเบี้ยไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วจากนี้มีโอกาสคงดอกเบี้ยยาว ดีกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์แต่กดดันเชิงจิตวิทยาต่อกลุ่ม Non Bank แต่กับกลุ่มค้าปลีก จะโดนแรงกดดันจากการบริโภคที่ชะลอ

คืนนี้รอติดตามตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 2.1 แสนราย วันนี้ประเมิน SET INDEX เสี่ยงปรับฐานในกรอบ 1435 – 1470 รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ขยับขึ้นพร้อมกับสถานการณ์ ที่ผันผวนในตะวันออกกลางและเช้านี้เงินบาทกลับมาอ่อนค่าทดสอบระดับ 32.78 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะสร้างแรงกดดันกระแสเงินทุนต่างชาติแม้วานนี้จะมีสถานะซื้อสุทธิก็ตาม

ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนอาจ Take Profit บางส่วนสำหรับนักลงทุนระยะสั้น ส่วนหุ้นแนะนำเน้นที่มีปัจจัยหนุนอย่างส่งออก (ITC TU) ปัจจัยหนุนเงินบาทอ่อนค่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) ปัจจัยหนุนดอกเบี้ยไทยผ่านจุดต่ำสุด

หุ้นแนะนำซื้อวันนี้ 

TU (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 15.20 บาท)

ปี 26 เบื้องต้น TU ตั้งเป้าเติบโตรายได้ในระดับ 3-4% โดยเป็นการเติบโตมากในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet foods) และอาหารแช่แข็ง ขณะที่ธุรกิจอาหารแปรรูป (Ambient) คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น

KTB (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 35.00 บาท)

งบดุลแข็งแกร่งจากที่มี Coverage ratio สูง 230% และเงินกองทุนขั้นที่ 1 ราว 20% สิ้นปี 2025 ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในการบริหารจัดการ ส่งผลให้ธนาคารสามารถผ่อนคลายสำรองหนี้ฯ