ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคบ่าย ณ วันที่ 25 มี.ค.2569 เวลา 15.35 น. ปรับขึ้น 49.58 จุด หรือ 3.52% อยู่ที่ 1,459.97 จุด มูลค่าการซื้อขาย 58,560.65 ล้านบาท
นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ตลาดหุ้นไทยภาคบ่ายปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง โดยดัชนีปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 50 จุด เคลื่อนไหวสอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเชีย
โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากพัฒนาการเชิงบวกของสถานการณ์ความขัดแย้งระดับโลก และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงช่วยลดแรงกดดันต่อประเทศผู้นำเข้าน้ำมันในภูมิภาคเอเชีย
"การปรับขึ้นของดัชนีมี 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การฟื้นตัวหลังตลาดเอเชียปรับตัวลงแรงก่อนหน้า เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ความคืบหน้าเชิงบวกของสถานการณ์สงครามที่กดดันราคาน้ำมันให้ลดลงราว 10-15% และแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เช่น DELTA, HANA และ KCE ซึ่งช่วยผลักดันดัชนีมากกว่าครึ่งของการปรับขึ้นทั้งหมด"
ขณะที่ข้อมูลการส่งออกล่าสุด แม้ภาพรวมเติบโตต่ำกว่าคาดที่ราว 10% แต่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังขยายตัวโดดเด่นถึง 56% สวนทางสินค้าบางกลุ่มที่ชะลอตัว เช่น ข้าวและยางพารา นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากต้นทุนการผลิตที่ลดลง ทั้งราคาทองแดงที่ปรับลง และสถานการณ์ก๊าซฮีเลียมที่เริ่มคลี่คลาย
สำหรับแนวโน้มตลาด หากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลายภายใน 1 เดือน คาดว่า ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสรีบาวด์ขึ้นสู่ระดับ 1,480 จุด โดยคาดว่า GDP ไทยอาจปรับลดเล็กน้อยจาก 1.9% เหลือ 1.6-1.7% และกำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดจะอยู่ที่ราว 92-93 บาท
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนสลับไปลงทุนในหุ้นที่ยังฟื้นตัวช้า และได้อานิสงส์จากเศรษฐกิจในประเทศ เช่น กลุ่มการเงิน ได้แก่ MTC และ TIDLOR รวมถึงกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและก่อสร้าง
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความชัดเจนของการเจรจาและร่างข้อตกลงในประเด็นความขัดแย้งภายใน 5 วันข้างหน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางตลาดในระยะถัดไป





