วันพุธ ที่ 25 มีนาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยเช้านี้สดใสบวก 25.37% โบรกเผยรับข่าว Peace Deal สหรัฐฯ-อิหร่าน ชี้เป้าเก็บ 'ท่องเที่ยว-โรงพยาบาล'

หุ้นไทยเช้านี้สดใสบวก 25.37% โบรกเผยรับข่าว Peace Deal สหรัฐฯ-อิหร่าน ชี้เป้าเก็บ 'ท่องเที่ยว-โรงพยาบาล'

ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ 25 มี.ค. 2569 เวลา 10.30 น. ปรับขึ้น 25.37 จุด หรือ 1.80% อยู่ที่ 1,435.76 จุด มูลค่าการซื้อขาย 17,552.18 ล้านบาท 

หุ้นไทยเช้านี้สดใสบวก 25.37% โบรกเผยรับข่าว Peace Deal สหรัฐฯ-อิหร่าน ชี้เป้าเก็บ 'ท่องเที่ยว-โรงพยาบาล'

กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และนักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าวันนี้ปรับตัวในทิศทางที่สดใสขึ้น โดยได้รับแรงหนุนหลักจากความคืบหน้าเชิงบวกของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งกำลังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการปรับกลยุทธ์ลงทุนในหลายอุตสาหกรรม

โดยตลาดกำลังจับตาการเจรจาข้อตกลงสันติภาพ (Peace Deal) จำนวน 15 ข้อระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้บางเงื่อนไขอาจทำให้อิหร่านเสียเปรียบและยังต้องรอการตัดสินใจ แต่ภาพรวมถือว่ามีพัฒนาการเชิงบวก นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ โดนัลด์ ทรัมป์ อาจหารือกับผู้นำอิหร่าน เกี่ยวกับการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาคได้

สำหรับทิศทางดัชนีหุ้นไทยวันนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,400–1,450 จุด โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,400 จุด และมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,450 จุด

ขณะที่แนวโน้มราคาน้ำมัน หากข้อตกลงสันติภาพสามารถบรรลุผลและสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ คาดว่า ราคาน้ำมันดิบมีโอกาสปรับตัวลดลงสู่ระดับประมาณ 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ส่วนในเชิงกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนปรับพอร์ตโดยหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะ PTTEP เนื่องจากแนวโน้มราคาน้ำมันเข้าสู่ขาลง ขณะที่กลุ่มที่น่าสนใจคือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการเดินทาง

สำหรับกลุ่มโรงพยาบาล แนะนำ BDMS โดยเฉพาะช่วงที่ราคาต่ำกว่า 20 บาท ถือเป็นจังหวะสะสม รวมถึง BH ที่ได้รับผลกระทบจำกัดและราคายังไม่ปรับขึ้นมากนัก

ด้านกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม แนะนำ MINT เป็นหุ้นเด่น รวมถึงหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มอย่าง AOT และ CENTEL ที่ยังมีโอกาสฟื้นตัวตามการกลับมาของการเดินทาง

"หากข้อตกลง Peace Deal สามารถเกิดขึ้นได้จริงโดยไม่มีเหตุการณ์พลิกผัน จะส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มบริโภค ท่องเที่ยว และบริการ มากกว่ากลุ่มพลังงานในระยะถัดไป"