หุ้น GULF และ KBANK ปรับตัวขึ้นแรง โดย GULF บวก 2.53% มาอยู่ที่ 60.75 บาท และ KBANK บวก 2.05% มาอยู่ที่ 199.50 บาท ในช่วงเช้าวันที่ 16 ก.พ. 2569 โบรกเกอร์เผยว่าปัจจัยหนุนหลักมาจากกระแสข่าวดีลใหญ่ที่ GULF เข้าถือหุ้น KBANK ในเชิงกลยุทธ์ประมาณ 10% ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
KEY POINTS
- หุ้น GULF และ KBANK ปรับตัวขึ้นแรง โดย GULF บวก 2.53% มาอยู่ที่ 60.75 บาท และ KBANK บวก 2.05% มาอยู่ที่ 199.50 บาท ในช่วงเช้าวันที่ 16 ก.พ. 2569
- โบรกเกอร์เผยว่าปัจจัยหนุนหลักมาจากกระแสข่าวดีลใหญ่ที่ GULF เข้าถือหุ้น KBANK ในเชิงกลยุทธ์ประมาณ 10% ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
- ดีลดังกล่าวส่งผลบวกต่อ KBANK ในเชิงจิตวิทยาจากความคาดหวังว่า GULF อาจลงทุนเพิ่ม ขณะที่ GULF ได้รับผลดีจากการกระจายพอร์ตการลงทุนนอกเหนือจากธุรกิจโรงไฟฟ้า
- นักวิเคราะห์จาก บล. ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล ประเมินว่า GULF ยังมีอัพไซด์เหลืออยู่ โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 66.50 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบัน (60.75 บาท) ประมาณ 10%
- คำแนะนำสำหรับนักลงทุนคือให้ผู้ที่มีหุ้นอยู่แล้วถือต่อ (Hold) เพื่อให้กำไรวิ่งต่อตามโมเมนตัม ส่วนผู้ที่ยังไม่มีหุ้นควรรอจังหวะย่อตัวเนื่องจากราคาทั้งสองเข้าใกล้แนวต้านสำคัญ
ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 16 ก.พ.2569 เวลา 10.00 น. หุ้น GULF บวก 2.53% เพิ่มขึ้น 1.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 60.75 บาท ขณะที่ KBANK บวก 2.05% เพิ่มขึ้น 4.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 199.50 บาท
กรรณ์ หทัยศรัทธา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน และนักเศรษฐศาสตร์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยเช้านี้ว่า GULF และ KBANK ปรับตัวขึ้นโดดเด่น จากกระแสข่าวการเข้าถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ราว 10% ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ การปรับขึ้นของราคาหุ้นมีปัจจัยหลักจากข่าวที่ GULF เข้าถือหุ้น KBANK ประมาณ 10% โดยในเชิงกฎระเบียบ การถือครองระดับดังกล่าวอาจยังไม่ต้องรายงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ต้องรายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ตามเกณฑ์ที่กำหนด
โดยในมุมมองของตลาด เกิดแรงหนุนเชิงจิตวิทยาต่อ KBANK จากความคาดหวังว่า GULF อาจเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในอนาคต ขณะที่ฝั่ง GULF ได้รับการตอบรับเชิงบวกจากทิศทางการกระจายพอร์ตจากธุรกิจโรงไฟฟ้าไปสู่การลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งกลุ่มสื่อสารและธนาคาร ช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตระยะยาว
นอกจากนี้ได้ประเมินราคาเป้าหมาย GULF ที่ 66.50 บาท เทียบกับราคาตลาดราว 60 บาท ยังมีอัพไซด์ประมาณ 10% นอกจากปัจจัยพื้นฐานแล้ว GULF ยังถูกมองเป็นหุ้นนำตลาดที่ได้อานิสงส์จากปัจจัยการเมือง หากรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพและรวมเสียงได้เกิน 300 เสียง มีโอกาสหนุนแรงซื้อเชิงโมเมนตัมให้หุ้นปรับตัวขึ้นต่อ
ส่วนในเชิงกลยุทธ์ นักลงทุนที่ถือหุ้นอยู่แล้ว แนะนำถือต่อ เพื่อปล่อยกำไรวิ่งตามโมเมนตัม ขณะที่ผู้ที่ยังไม่มีหุ้นควรรอจังหวะย่อตัว เนื่องจาก GULF และ KBANK เข้าใกล้แนวต้านสำคัญที่ระดับ 60 บาท และ 200 บาทตามลำดับ
สำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการไล่ราคาหุ้นหลักแนะนำมองหาหุ้นโรงไฟฟ้ากลุ่มแถวสอง หรือหุ้น Laggard โดยเลือก BCPG เป็นตัวเด่น ให้ราคาเป้าหมาย 10 บาท ซึ่งเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากหุ้นพลังงานทางเลือก





