“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (13 ก.ย. 66) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,535.31 จุด ลบ 10.19 จุด หรือ 0.66% โบรก ชี้ นักลงทุนรอฟังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐและแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงาน-โรงไฟฟ้า จากนโยบายลดค่าไฟรัฐบาล คาดพรุ่งนี้แกว่งในกรอบ 1,530 - 1,550 จุด
ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาด “หุ้นไทยวันนี้” วันนี้ (13 ก.ย.) ปิดตลาดอยู่ที่ 1,535.31 จุด ลบ 10.19 จุด หรือ 0.66% โดย ดัชนีตลาดหุ้นไทย ผันผวนในทิศทางปรับตัวลดลงทั้งวัน ซึ่งดัชนีฯ ทำจุดต่ำสุดวันนี้อยู่ที่ 1,533.13 จุด และสูงสุดอยู่ที่ 1,546.47 จุด มูลค่าซื้อขาย 44,264.05 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่
- PTT มูลค่า 2,923.11 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 34.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.72%
- PTTEP มูลค่า 1,527.69 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 167.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 0.91%
- EA มูลค่า 1,496.46 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 58.75 บาท ลดลง 2.25 บาท หรือ 3.69%
- BBL มูลค่า 1,061.19 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 167.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 1.52%
- BDMS มูลค่า 1,052.36 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 27.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.93%
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ลิเบอเรเตอร์ ระบุว่า วันนี้ดัชนีฯ ปรับตัวลดลงเนื่องจาก 3 ปัจจัย
- ตลาดลดความเสี่ยงเพื่อรอตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐคืนวันนี้
- แรงกดดันเรื่องมาตรการลดค่าไฟของรัฐบาลทำให้มีความกังวลในหน้าหุ้นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในหน้าหุ้นพลังงานขนาดใหญ่ที่ปรับฐานลงมาแล้วก็ยังมีโอกาสกระแทกลงไปอีก
- แรงกดดันกลุ่มสถานีเติมน้ำมันที่อาจได้รับผลกระทบจากนโยบายลดราคาพลังงานของรัฐบาล
โดยวันพรุ่งนี้ดัชนีฯ จะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่จะประกาศคืนนี้ โดยประเมินว่าแกว่งอยู่ในกรอบ 1,530 - 1,550 จุด โดยหากหลุดแนวรับ 1,530 จุด ไป แนวรับต่อไปคือ 1,520 จุด
ทั้งนี้ เเนะนำเก็งกำไรหุ้นที่จะได้รับผลประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐคือ ERW และหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลคือ MASTER




