เอเซีย พลัส เปิดโผ 7 หุ้นเด่น น่าเก็บเข้าพอร์ต หลัง 'เอลนีโญ' กำลังมา

เอเซีย พลัส เปิดโผ 7 หุ้นเด่น น่าเก็บเข้าพอร์ต หลัง 'เอลนีโญ' กำลังมา

เอเซีย พลัส เปิดโผ 7 หุ้นเด่น น่าเก็บเข้าพอร์ต หลัง 'เอลนีโญ' กำลังมา จากข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน ในช่วงที่เกิด เอลนีโญ รอบปี 2558 พบว่ามีหลายบริษัท ที่มีผล ประกอบการเพิ่มขึ้น อย่างเช่น ASIAN, CPF, CBG, EASTW, TTW เป็นต้น

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า หลังจากที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ของสหประชาชาติ ออกมาประกาศ ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และยังคาดการณ์ว่าในครั้งนี้จะรุนแรงขึ้น มากกว่าเดิม โดยอุณหภูมิจะค่อยๆ สูงขึ้น และในปี 2567 มีแนวโน้มทำลายสถิติอันดับ 1 ของปี 2016 ที่เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์

ขณะที่ค่าดัชนีชี้วัดที่คำนวณจากค่าอุณหภูมิที่ผิวน้ำทะเล (SST) ที่เปลี่ยนไปจากค่า อุณหภูมิน้ำทะเลปกติหรือ Oceanic Nino Index (ONI) ล่าสุดอยู่ที่ 0.47 องศาเซลเซียส ซึ่งเข้าใกล้ระดับของการเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญมากขึ้นเรื่อยๆ (ONI > 0.5) อีกทั้งอุณหภูมิบนพื้นผิวโลกยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในทุกปี

เอเซีย พลัส เปิดโผ 7 หุ้นเด่น น่าเก็บเข้าพอร์ต หลัง 'เอลนีโญ' กำลังมา

ส่วนกรมอุตุนิยมวิทยาในบ้านเรา ก็ออกมาเตือนถึวปรากฏการณ์นี้เช่นกัน โดยคาดว่า เอลนีโญจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงปลายฝนนี้ต่อเนื่องไปจนถึงฤดูร้อนของปีหน้า โดย เมื่อพิจารณาปริมาณน้ำฝนของไทยในปัจจุบัน (เส้นสีแดง) ถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าค่า ปกติ(เส้นสีน้ำเงิน) ซึ่งหลังจากนี้ประเทศไทยอาจจะต้องเผชิญกับความแห้งแล้งมากขึ้น

จากปัจจัยดังกล่าว ฝ่ายวิจัยฯ ทำการค้นหา “หุ้นรับมือผลกระทบเอลนีโญ” โดยการ เปรียบเทียบกับปี 2558 ที่เกิดปรากฏการณ์ El Niño แรงกว่าปกติ ตอนนั้น พบว่า SET Index มีกำไรสุทธิ ลดลง 7% จากปีก่อน เหลือ 6.56 แสนล้านบาท โดย Sector ที่ลงแรงถูกกดดันจากประเด็นดังกล่าว อาทิ กลุ่มเกษตร กำไรสุทธิลดลง -37% จากปีก่อน ขณะที่กลุ่มอาหาร และการเงิน กำไรยังเติบโตได้ดี 5% และ 7% ตามลำดับ

และหากลงรายละเอียดเป็นรายหุ้น พบว่า หุ้นที่อาจได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ (ภัยแล้งหนัก ฝนขาดช่วง) คือ กลุ่มเกษตร อาทิ STA KSL GFPT และกลุ่มพลังงานน้ำ อาทิ CKP ที่กำไรมีการลดลงเฉลี่ยในช่วงปี 2558 - 2559

ในทางตรงกันข้ามมีหุ้นที่ได้Sentiment เชิงบวก แบบเชิงประจักษ์ หรือมีกำไรเพิ่มขึ้น เฉลี่ยในช่วงปี 2558 -2559 คือ กลุ่มอาหารครบวงจร CPF ซึ่งน่าจะส่งผ่านต้นทุนไปสู่ ผู้บริโภคได้, กลุ่มอาหารสัตว์ ASIAN ยอดขายมีโอกาสเพิ่มจากสัตว์เลี้ยงอาจบริโภค อาหาร และน้ำในช่วงแล้งสูงขึ้นได้, กลุ่มธุรกิจน้ำดิบ-น้ำประปา อาทิ TTW และ EASTW คาด ในช่วงสั้น ปริมาณน้ำสำรองในแหล่งเก็บน้ำจะยังคงมีเพียงพอต่อการบริหารจัดการ โดยสภาวะภัยแล้งจากเหตุการณ์เอลนีโญ คาดจะเป็นแรงหนุนให้กลุ่มลูกค้า อุตสาหกรรมมีปริมาณน้ำสำรองน้อยลง และหันมาเรียกซื้อน้ำกับทางผู้ประกอบการ น้ำดิบมากขึ้น, กลุ่มเครื่องดื่ม (หากอากาศร้อนขึ้น) ดีต่ออุปสงค์ธุรกิจเครื่องดื่ม CBG, รวมถึงกลุ่มการเงิน SAWAD MTC

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์