“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (30 พ.ค. 66) ปิดตลาดอยู่ที่ 1,534.81 จุด ลบ 6.16 จุด หรือ 0.40% “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” ชี้ ตัวเลขส่งออกไทยย่อตัวลงกว่า 7% เข้ามากดดันดัชนีฯ คาดพรุ่งนี้อาจรีบาวด์หาก กนง. ส่งสัญญาณหยุดขึ้นดอกเบี้ย ประเมิน พรุ่งนี้ ดัชนีฯ แกว่งระหว่าง 1,528 - 1,545 จุด
ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาด “หุ้นไทย” วันนี้ (30 พ.ค.) ปิดตลาดอยู่ที่ 1,534.81 จุด ลบ 6.16 จุด หรือ 0.40% โดย “ตลาดหุ้นไทย” ผันผวนในทิศทางปรับตัวลดลงตลอดทั้งวัน ซึ่งดัชนีฯ ทำจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,531.30 จุด และสูงสุดอยู่ที่ 1,545.55 จุด มูลค่าซื้อขาย 46,569.15 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่
1. KBANK มูลค่า 2,295.25 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 130.00 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ 1.89%
2. CPALL มูลค่า 1,967.18 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 63.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.40%
3. SCB มูลค่า 1,376.34 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 103.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลงไปจากราคาปิดก่อนหน้า
4. AOT มูลค่า 1,353.05 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 70.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.35%
5. DELTA มูลค่า 1,327.93 ล้านบาท ราคาหุ้นอยู่ที่ 96.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.52%
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ กล่าวว่า วันนี้ดัชนีฯ ปรับตัวเป็นลบ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาปรับตัวเป็นบวกมากแล้ว
ประกอบกับ ตัวเลขการส่งออกของประเทศไทยออกมาย่อตัวลงกว่า 7% และขาดดุลทางการค้าอย่างรุนแรง โดยถ้าหากตัดตัวเลขการส่งออกทองออกไป ตัวเลขการส่งออกในภาพรวมของประเทศไทยอาจจะแย่ลงกว่าเดิม รวมทั้งตัวเลขการส่งออกผลไม้ปรับตัวสดใสแค่สำหรับประเทศจีน นอกนั้นย่อหมด
ทั้งนี้ วันพรุ่งนี้ (31 พ.ค.) ดัชนีฯ อาจกลับมาเป็นบวกได้ แต่ยังคงเเกว่งตัวกรอบแคบ หากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แสดงท่าทีว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งสุดท้าย ประเมินแนวรับ 1,528 จุด ส่วนแนวต้าน 1,545 จุด
สำหรับการลงทุนระยะสั้นแนะนำเก็งกำไรหุ้นรายตัว (Selective Buy) ในกลุ่มสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค (Consumer Finance) และยานยนต์ เป็นต้น
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





