วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

นักลงทุนมองบวก ‘หุ้นบิ๊กเทคสหรัฐ’ ท่ามกลางกระแส ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

นักลงทุนมองบวก ‘หุ้นบิ๊กเทคสหรัฐ’ ท่ามกลางกระแส ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ผลการสำรวจ “มาร์เก็ต ไลฟ์ พลัส” ของบลูมเบิร์ก พบว่า นักลงทุนประเมิน “หุ้นบิ๊กเทค” มีแนวโน้ม “เอ้าท์เพอร์ฟอร์ม” ตลาดปีนี้ ท่ามกลางกระแส “สภาวะเศรษฐกิจถดถอย” อื้ออึง

Key Points

  • ตลอดทั้งปี 2566 หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • กระแสการเกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐอื้อ
  • กว่า 41% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าปัจจัยด้าน “การทำกำไร”มีผลต่อการสร้างผลตอบแทนของหุ้นอย่างมาก

จากผลสำรวจของ มาร์เก็ต ไลฟ์ พลัส (Markets Live Pulse) ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) พบว่า ตลอดทั้งปี 2566 หุ้นกลุ่ม “บิ๊กเทค” หรือ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพราะความเสี่ยงของการเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ในสหรัฐ ผลักให้บรรดานักลงทุนทยอยเข้าซื้อหุ้นมีผลกำไรเติบโต ท่ามกลางช่วงเวลาที่ยากลำบาก 

โดยผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถาม 41% จากทั้งหมด 492 คน ให้ความเห็นว่า ผลตอบแทนสูงสุดในปีนี้มาจากการซื้อ “หุ้นคุณภาพ” ที่เน้นความสามารถในการทํากําไร และขายหุ้นที่ไม่สามารถทำผลกำไรได้ออกไป

ทั้งนี้หุ้นบิ๊กเทคเหล่านั้นรวมถึงการลงทุนระยะยาวในบริษัทเทคโนโลยีอย่าง แอปเปิล (Apple) และ ไมโครซอฟต์ (Microsoft) ซึ่งที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดยอมรับการเติบโต และหลีกเลี่ยงหุ้นที่อ่อนไหวต่อสภาวะเศรษฐกิจ

นักลงทุนมองบวก ‘หุ้นบิ๊กเทคสหรัฐ’ ท่ามกลางกระแส ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

บทวิเคราะห์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ประเมินว่า บรรดานักลงทุนกำลังก้าวเข้าสู่เดือนใหม่ ที่แแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและความเป็นไปของเศรษฐกิจยังคงผันผวน จากเหตุผลข้างต้นจึงทำให้บริษัทที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่งและการเติบโตของรายได้ที่มีแนวโน้มสดใส น่าสนใจมากขึ้น แม้ว่าจะแลกมาด้วยราคาที่สูงมากก็ตาม 

โดยดัชนีแนสแด็ก 100 (Nasdaq 100) ซึ่งมีสัดส่วนการในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจำนวนมากกลับสดใสอีกครั้งจากอานิสงส์เรื่องกระแสการเข้ามาของระบบปัญหาประดิษฐ์ (AI)

"ไม่มีใครอยากเสี่ยงหรอก" จีน่า มาร์ติน อดัมส์ (Gina Martin Adams) หัวหน้านักกลยุทธ์ด้านหุ้นของบลูมเบิร์ก อินเทลลิเจนซ์ (Bloomberg Intelligence) กล่าว พร้อมเสริมว่า "เหล่านักลงทุนกำลังชื่นชอบบรรดาหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนการลงทุนในตลาดหุ้นมาเป็นเวลานาน”

 

โดยจากผลการสำรวจพบว่า บรรดานักลงทุนมองว่าปัจจัยที่ส่งเสริมให้หุ้นของบริษัทหนึ่งๆ จะสร้างผลตอบแทนสูงสุดในปี 2023 คือ “คุณภาพและความสามารถในการทำกำไร” อยู่ที่ 40.9% 

นอกจากนี้ นักกลยุทธ์บางท่านก็ปรับมุมมองว่าตลาดหุ้นสหรัฐอยู่ในภาวะขาขึ้น (Bullish) เช่นเดียวกัน  โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วซิตี กรุ๊ป (Citigroup) เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี โดยคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากการเข้ามาของเอไอ และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นของสหรัฐชะลอตัว

ทั้งนี้ สถานการณ์ที่เหล่านักลงทุนแห่เข้าซื้อหุ้นเทคโนโลยีทําให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น โดยอยู่ในระดับที่แพงที่สุดเมื่อเทียบกับภาคส่วนอื่นในดัชนีเอสแอนด์พี 500 (S&P 500) โดย นักวิเคราะห์จากบลูมเบิร์ก อินเทลลิเจนซ์ ตั้งข้อสังเกตว่า การประเมินค่าหุ้น (Valuation) ใกล้แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2022

ขณะที่ผู้ตอบแบบสํารวจเชื่อว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะเคลื่อนไหวได้ดีกว่าภาคส่วนอื่น (Outperform) แต่ "มีได้ก็ต้องมีเสีย" คริสโตเฟอร์ เคน (Christopher Cain) นักยุทธศาสตร์ด้านความเสมอภาคเชิงปริมาณของ บีไอ ยูเอส (BI US) กล่าว พร้อมเสริมว่า "หลายครั้งนักลงทุนนำปัจจัยที่เกิดขึ้นทั้งหมดใส่เข้าไปในราคาแล้ว (Price In) "

นักลงทุนมองบวก ‘หุ้นบิ๊กเทคสหรัฐ’ ท่ามกลางกระแส ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ส่วน จูเลียน เอมานูเอล (Julian Emanuel) หัวหน้าฝ่ายทุนและนักยุทธศาสตร์เชิงปริมาณที่เอเวอร์คอร์ ไอเอสไอ (Evercore ISI) ระบุว่า "ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจจะเริ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และตลาดตราสารทุนอาจย่อตัวลงก่อนแล้วจึงจะกลับขึ้นมาอีกครั้ง"

ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถาม 42% มองว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดสําหรับตลาดหุ้นในปีหน้า ตามความเสี่ยงจากด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ 23% ท่ามกลางสภาวะปัจจุบันที่อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงแต่ยังอยู่ในระดับสูง กอปรกับสภาวะสินเชื่อตึงตัว รวมทั้ง ตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่งและผู้บริโภคยังคงใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง

อ้างอิง

1. Bloomberg