ภาวะเทขายหุ้นที่ต้องอาศัยนโยบายภาครัฐมีมาให้เห็นรายวันคราวนี้มาถึงคิว “ หุ้นรับเหมา” ตัวเต็ง 3 บริษัทใหญ่ของไทย
๐๐๐ รอบรับเหมา
ภาวะเทขายหุ้นที่ต้องอาศัยนโยบายภาครัฐมีมาให้เห็นรายวันคราวนี้มาถึงคิว “ หุ้นรับเหมา” ตัวเต็ง 3 บริษัทใหญ่ของไทย
ITD -STEC และ CK ที่ราคาหุ้นพร้อมใจลงต่อเนื่อง ด้วยทุกครั้งหลังเลือกตั้งกลุ่มรับเหมาจะได้รับอานิสงส์โครงการภาครัฐที่ตั้งเป็นนโยบายหาเสียง ยิ่งช่วงหลังมีโครงการเมกะโปรเจกต์ ต่อด้วย EEC เลยทำให้งานในมือสุดจะคึกคักทำตัวเลข Back Log ทะลุนิวไฮเป็นว่าเล่น
STEC ลงไปแตะ 9.95 บาท เจอแรงขายตั้งแต่หลังการเลือกตั้งเพราะถือว่าเห็นได้ชัดขั้วเปลี่ยน - เกมพลิก - สถานการณ์ลุ้นถ้าจะให้ “พรรคภูมิใจไทย ” ได้โควตาในซีกพรรครัฐบาล ต้องอาศัยดีลลับ
ส่วน ITD ปัญหาเก่ายังไม่คลี่คลายจากสถานการณ์ขาดทุน อาจจะต้องเผชิญทั้งแรงกดดันสัญญาสัมปทานใหม่
และ CK ราคาหุ้น 19.60 บาท ลดลง 8.84 % ที่พึ่งดีใจได้สอยโครงการใหญ่รถไฟฟ้าสายสีส้ม ไม่รู้จะพลิกอีกรอบหรือไม่ เพราะกว่าจะคว้ามาได้ต้องอาศัยคำตัดสินของศาล
ปัจจัยลบกดดัน ระยะสั้น ก็ว่าได้ ... ส่วน ระยะยาว ยังตัดสินไม่ได้ว่าจะกระทบเพราะงานโครงสร้างขนาดใหญ่ถ้าไม่มีชื่อ “3 รายบิ๊กเนม” ใครจะมีโปรไฟล์มารับงานได้อีก
๐๐๐
หุ้นไทยยังลงต่อแกว่งลบเกือบตลอดทั้งวัน แต่ไม่แรงเท่าวันก่อน โดยยังมีแรงกดดันจากความไม่ชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ อาจทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และบรรยากาศการลงทุน ส่วนประเด็นในต่างประเทศยังรอติดตามความคืบหน้าเจรจาขยายเพดานหนี้ของสหรัฐ หลังเข้าใกล้เส้นตายเข้ามาทุกที
โดยดัชนี ปิดการซื้อขายที่ 1,539.84 จุด ลดลง 1.54 จุด หรือ 0.10% ระหว่างวันแตะระดับสูงสุดที่ 1,545.74 จุด และระดับต่ำสุดที่ 1,536.36 จุด มูลค่าการซื้อขาย 53,189.35 ล้านบาท
๐๐๐
หุ้นพลังงานต้นน้ำฟื้นตัวตามราคาน้ำมันดิบตลาดโลก หลังตลาดเริ่มกลับมากังวลว่าจะเกิดภาวะอุปทานตึงตัวในช่วงครึ่งปีหลัง จากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปก หนุนหุ้นบมจ.ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ปิด 148 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท หรือ 2.42% ส่วนหุ้นถ่านหิน บมจ.บ้านปู (BANPU) ก็ไม่น้อยหน้า ปิด 8.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 3.07%
๐๐๐
“หุ้นน้ำตาล” พร้อมใจบวก นำโดยบมจ.น้ำตาลครบุรี (KBS) พุ่งแรงติดจรวด จนชนซิลลิง 8.30 บาท ก่อนมาปิดการซื้อขายที่ 7.90 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 23.44% หลังกำไรไตรมาส 1 ปี 2566 โตแรง 147% YoY จาก 347.4 ล้านบาท เป็น 859.4 ล้านบาท รับอานิสงส์จากรายได้ และราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำตาลตลาดโลก
๐๐๐
หุ้นบมจ.เอสไอเอสบี (SISB) งบสวยเช่นกัน โกยกำไรไปทั้งหมด 159 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 152% YoY จาก 63 ล้านบาท หลังสามารถกลับมาเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ จำนวนนักเรียนทั้งไทย และต่างชาติเพิ่มขึ้นจาก 2,622 คน เป็น 3,284 คน
ด้านผู้บริหารมั่นใจงบ ไตรมาส 2 ยังแรงต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดโรงเรียนใหม่เพิ่มอีก 2 แห่ง ที่นนทบุรี และระยอง ในเดือนส.ค. นี้ หนุนจำนวนนักเรียนทั้งปีเพิ่มเป็น 3,700 คน ดันราคาหุ้นปิด 35.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท หรือ 6.82%
๐๐๐
ส่วนหุ้นบมจ.แสนสิริ (SIRI) ซึ่งยังติดภาพการเมือง หลังวันก่อนถูกถล่มขายหนัก ผิดหวังผลการเลือกตั้ง หลัง “เพื่อไทย” ไม่แลนด์สไลด์ดั่งหวัง แถมจำนวน ส.ส. ต่ำกว่าเป้าไปมาก
แต่วานนี้ (16 พ.ค.) เริ่มตั้งตัวได้ มีแรงซื้อกลับมาเล็กๆ ปิดการซื้อขายที่ 1.79 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือ 2.29% หลังประกาศงบ ออกมากำไรโตกระฉูดกว่า 423% แตะ 1,582 ล้านบาท จากยอดขายที่โตแกร่งทั้งโครงการแนวสูงและแนวราบ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





