บล.กสิกรไทย เผยเฟดเร่งปรับลดงบดุล กดดันสภาพคล่องโลก แต่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแกร่ง ดึงฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้า ลุ้นปีนี้ แตะ 2 แสนล้าน บล.หยวนต้า คาดครึ่งเดือนแรกก.ย. ต่างชาติพลิกขายสุทธิ "บล.เอเซียพลัส" มองกรอบดัชนีเดือนนี้ 1,610 -1,645 จุด
ความเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นไทยวานนี้ แกว่งตัวลง มาปิดตลาดที่ 1,621.95 จุด ลดลง 16.98 จุด หรือ 1.04 % มูลค่าซื้อขาย 79,411.8 ล้านบาท
นายกรรณ์ หทัยศรศัทธา นักกลยุทธ์การลงทุน บล. กสิกรไทย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทย ปรับตัวลงตามทิศทางตลาดสหรัฐ จากตลาดยังให้น้ำหนักธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ส่งสัญญาณเร่งขึ้นดอกเบี้ยเกิน4%ภายในต้นปี 2566 และสนับสนุนให้ไม่ลดดอกเบี้ยปีหน้าและอีกปัจจัยที่กดดันตลาด โดย เดือน ก.ย.นี้เฟดจะเร่งปรับลดขนาดงบดุล (ทำQT) เป็น 95,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากเดิมเฉลี่ย 47,500 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ส่งผลต่อสภาพคล่องในระบบและราคาสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม
ส่วนปัจจัยลบอื่นๆ เช่น ทางการของเมืองเฉิงตู ประกาศล็อกดาวน์ คาดส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลง จากอุปสงค์ของจีนกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน รวมถึงกลุ่มที่อิงกับการผลิต เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์
ดังนั้นระยะสั้นช่วงครึ่งแรกของเดือนก.ย.นี้ อาจเห็นแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์)บ้าง ตามการเทขายของสินทรัพย์เสี่ยงท่ามกลางสภาวะความไม่แน่นอน มีความท้าทายมากขึ้น จากปัจจัย 1. สินทรัพย์เสี่ยงโดนเทขายทั่วภูมิภาค 2.เงินบาทอ่อนค่าแตะ 36.69 บาทต่อดอลลาร์ และ3. ราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลงฉุดหุ้นกลุ่มพลังงาน
ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยยังคงเชื่อว่าทิศทางของฟันด์โฟลว์จะเป็นบวกในปีนี้ ซึ่งมีโอกาสซื้อสุทธิแตะ 200,000 ล้านบาทได้ จากเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวแข็งแกร่ง และอัตราดอกเบี้ยของไทยที่เป็นทิศทางขาขึ้น แต่ยังค่อยเป็นค่อยไป รวมไปถึงสถานะทางการเงินของประเทศที่แข็งแกร่ง อาทิ ทุนสำรองระหว่างประเทศ และกำไรบริษัทจดทะเบียน(บจ.) ไตรมาส 2 ปี2565 ที่โดยรวมออกมาดีกว่าคาด
นายกรรณ์ กล่าวว่า สำหรับกรอบดัชนีหุ้นไทยเดือน ก.ย. นี้ กรอบแรกที่ แนวรับ 1,585-1,616 จุด และแนวต้าน 1,635-1,666 จุด และปรับพิ่มเป้าด้ชนีสิ้นปีนี้อยู่ที่ 1,740 จุด จากเดิม 1,650 จุด เพราะ ปรับกำไรต่อหุ้น( EPS) ขึ้น และลดสมมติฐานอัตราตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ของไทยลง
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลง จากความกังวลด้านการชะลอตัวเศรษฐกิจ เงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น , PMI ภาคการผลิตเดือน ส.ค. ที่ยังสะท้อนภาพการชะลอตัวของเศรษฐกิจ, การกลับมาล็อกดาวน์เมืองเฉิงตูของทางการจีน, และความขัดแย้งระหว่างจีนกับไต้หวัน
ดังนั้นเรามองว่า เดือนก.ย.นี้ จะเป็นเดือนที่ต่างชาติพลิกกลับมาขายสุทธิ ในช่วงครึ่งเดือนแรก กดดันยอดสะสมนักลงทุนต่างชาติจะไม่ถึง 200,000 ล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนยังต้องรอติดตามปัจจัยสำคัญในเดือนก.ย. นี้ ดังนี้ เงินเฟ้อเดือน ส.ค. ของไทยที่จะประกาศวันที่ 5 ก.ย. ,การ ประชุม ECB ในที่ 8 ก.ย. และ เงินเฟ้อเดือน ส.ค. ของสหรัฐฯวันที่ 13 ก.ย.
โดยมองแนวรับ 1,590-1,600 จุด และแนวตัาน 1,650-1,670 จุด โดยแนะพักงานเงินหุ้นปลอดภัย ได้แก่ ADVANC, RATCH, BJC, BAM เป็นต้น
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเชียพลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงตามตลาดหุ้นทั่วโลก กลับมากังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ นำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย เชื่อว่ายังกระทบระยะสั้นเดือนก.ย.นี้ แต่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวโดดเด่น ส่งผลบวกต่อทิศทางฟันด์โฟลว์ ยังเป็นแนวโน้มไหลเข้าทั้งปีนี้ ยืนเหนือระดับ 1 แสนล้านบาท มองดัชนีเดือนก.ย. แนวรับ 1,610 จุด และแนวต้าน 1,645 จุด และสิ้นปีนี้ที่ 1,730 จุด





