วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยอด IPO ในสหรัฐพุ่ง 77% หลังแบงก์เข้มปล่อยกู้ หันระดมทุนตลาดหุ้นแทน

“เรเนซองส์ แคปปิตอล” เผย ยอด IPO ในสหรัฐขณะนี้ปรับตัวสูงขึ้น 77% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2565 แม้เผชิญวิกฤติเศรษฐกิจรุมเร้า ด้านนักวิเคราะห์ให้เหตุผลเพราะ IPO เป็นหนทางเดียวที่บริษัทจะมีเงินทุนไปดำเนินกิจการต่อ หลังจากแบงก์หลายแห่งเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ

Key Points

  • อัตราการ IPO ในสหรัฐเพิ่มขึ้น 77% แม้เผชิญมรสุมหลายลูกทางเศรษฐกิจ
  • ในปี 2565 บริษัทในสหรัฐประกาศ IPO 149 ราย จาก 908 รายในปีก่อนหน้า
  • กูรูประเมินการที่อัตราการประกาศ IPO ปี 2566 เพิ่มขึ้นเช่นนี้เป็นเหตุการณ์ไม่ปกติ

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์จำนวนมากต่างออกคำเตือนว่ามีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ประกอบกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีไม่ว่าจะเป็นอัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง และความเป็นไปของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก็ดูจะไม่มีทีท่าดีขึ้น ซึ่งก็กระทบต่อราคาพลังงานของทั้งโลก ที่กล่าวมาทั้งหมดเพียงเพราะต้องการสื่อว่า “เศรษฐศาสตร์ มหภาคของทั้งโลกดูค่อนข้างมืดมน”

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่อึมครึม ข้อมูลจากเรเนซองส์ แคปปิตอล (Renaissance Capital) บริษัทวิจัยด้านการประกาศขายหุ้นให้ประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO สัญชาติอังกฤษ ชี้ว่า จนถึงขณะนี้บริษัทในสหรัฐ ประกาศ IPO ไปแล้วทั้งหมด 39 ราย หรือเพิ่มขึ้นถึง  77% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2565 

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร (?) ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐที่อาจกล่าวได้ว่าอยู่ในขาลง  

บทวิเคราะห์ของสำนักข่าวซีเอ็นบีซี (CNBC) ให้เหตุผลว่า ทั้งหมดอาจเป็น “ผลลัพธ์” ของความปั่นป่วนในภาคธนาคารพาณิชย์สหรัฐในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลอีกทอดหนึ่งให้สหรัฐเผชิญกับ “วิกฤติสินเชื่อตรึงตัว” 

ด้าน บาร์เรตต์ แดเนียลส์ (Barrett Daniels) ผู้รับผิดชอบด้าน IPO ของ ดีลอยท์ (Deloitte) บริษัทให้คำปรึกษาด้านการเงินระดับโลก ให้ข้อมูลเสริมว่า ปัญหาในภาคธนาคารพาณิชย์ช่วงที่ผ่านมาส่งผลกระทบให้ธนาคารหลายแห่งออกมาตรการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งประเด็นข้างต้นอาจผลักดันให้บางบริษัทต้องเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น 

“คิดง่ายๆ หากพวกเขาเข้าไม่ถึงสินเชื่อจากธนาคาร และหุ้นนอกตลาด (Private equity) วิธีเดียวที่เขาจะหาเงินได้คือ ขายหุ้นให้ประชาชนเพื่อหาเงินมาดำเนินกิจการต่อ”

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งประเมินว่า การเพิ่มขึ้นของอัตราการประกาศ IPO ของสหรัฐครั้งนี้ “ผิดปกติ” เพราะกิจกรรมดังกล่าวมักคึกคักในช่วงที่ตลาดมั่นคง และธุรกิจต่างๆ อยู่ในขาขึ้น ในทางตรงกันข้ามเมื่อเศรษฐกิจอยู่ในขาลงเช่นนี้ หลายธุรกิจมักชะลอการประกาศ IPO หรือการเข้าซื้อกิจการไปก่อน 

โดยประเด็นสำคัญคือ ในปี 2565 ตลาด IPO ทั่วโลกปรับตัวจากจุดสูงสุดเข้าสู่จุดที่ย่ำแย่ที่สุดอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเพราะการระบาดของโควิด-19 (Covid-19) โดยอัตราการประกาศ IPO ในสหรัฐช่วงเวลานั้นปรับตัวลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งของอัตราก่อนหน้า 

โดยข้อมูลในปี 2565 ระบุว่า บริษัทในสหรัฐประกาศ IPO เพียง 149 ราย จากทั้งหมด 908 รายในปี 2564 ประกอบกับดัชนีเอส แอนด์ พี 500 (S&P 500) ก็ย่อตัวลงมากถึง 18% ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

ทั้งนี้ แดเนียลส์ กล่าวทิ้งท้ายว่า คิวในการประกาศ IPO ในปีนี้เต็มแล้ว โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่า มีบริษัทมากกว่า 1,000 แห่งเตรียมประกาศขายหุ้นดังกล่าว ซึ่งคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท) อย่างไรก็ตาม บริษัทเหล่านั้นก็กำลังรอให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเสียก่อน

“หลายบริษัทมองว่าไตรมาส 4 ของปีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวของตลาด IPO และถ้าเวลานั้นมาถึง ผมบอกเลยว่าจะมีหลายบริษัทประกาศ IPO พร้อมๆ กัน”

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์