โบรกเผย 6 ประเด็นลงทุนวันนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งรับเดโมแครตคุมสองสภา น้ำมันร่วงแรง 8.7% คลายกังวลสงครามอิหร่าน แต่เตือนหุ้น AI-Data Center เสี่ยงถูกคุมเข้ม ด้าน กกร. ปรับเพิ่มเป้า GDP ไทย รับอานิสงส์ AI หนุนส่งออกโตต่อเนื่อง
KEY POINTS
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้นจากความชัดเจนทางการเมืองหลังพรรคเดโมแครตชนะทั้งสองสภา ส่งผลให้เกิดภาวะ Risk-On แต่นักลงทุนควรระวังหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบใหม่
- ชัยชนะของเดโมแครตนำไปสู่ภาวะรัฐบาลเสียงแตก ซึ่งตลาดประเมินว่าจะลดโอกาสการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เป็นผลบวกต่อพันธบัตรและตลาดหุ้นจากความไม่แน่นอนที่ลดลง แต่อาจเพิ่มความเสี่ยง Government Shutdown
- หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ Data Center เผชิญแรงขายจากความกังวลด้านกฎระเบียบ หลังเดโมแครตชนะในรัฐสำคัญ ท่ามกลางกระแสต่อต้านโครงการที่ใช้พลังงานและน้ำปริมาณสูง
- ราคาน้ำมันดิบร่วงแรง เนื่องจากตลาดคาดว่าการที่เดโมแครตคุมสภาจะจำกัดทางเลือกทางทหารของทรัมป์ และเพิ่มโอกาสเจรจายุติสงครามอิหร่าน ซึ่งช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ
- ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เทคโนโลยีเพิ่มขึ้น หลังมีรายงานว่า Oracle ยกเลิกสัญญาให้ Tencent เช่าชิป AI เนื่องจากความกังวลของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สะท้อนแนวโน้มการคุมเข้มการเข้าถึงเทคโนโลยีของจีน
- กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP และการส่งออกของไทยปี 2569 โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีที่ได้รับอานิสงส์จาก AI Supercycle ซึ่งเป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทย
นักวิเคราะห์ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิด 6 ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามก่อนซื้อขายวันนี้ (5 พ.ย. 2569) ซึ่งประเด็นแรกหลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งแรงหลังพรรค Democrat ชนะทั้งสองสภา โดย Dow +3.0% S&P 500 +1.6% และ Nasdaq +1.4% จากความชัดเจนทางการเมืองและน้ำมันร่วง ขณะที่ Consumer Discretionary +4.3% แต่ Energy -4.8% และ SOX -3.1% ด้าน UST 10Y ลดสู่ 4.89% และ 30Y สู่ 5.28% ดอลลาร์อ่อน ทอง +3.4% ปิด 4,061 ดอลลาร์ ส่วน Brent -8.7% ที่ 94.62 ดอลลาร์ ภาพรวมเป็น Risk-On ที่กระจายกว้างขึ้น แต่ยังควรระวังหุ้นกลุ่ม AI Infrastructure ซึ่งเผชิญ Regulatory Risk ใหม่และไม่ควรไล่ราคาในระยะสั้น
ประเด็นที่สอง ชัยชนะของพรรคเดโมแครตทั้งสองสภา ประกอบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับผลการเลือกตั้ง ทำให้สหรัฐมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะรัฐบาลเสียงแตกตั้งแต่เดือน ม.ค. เป็นต้นไป ตลาดประเมินว่าโอกาสออกมาตรการลดภาษีและกระตุ้นเศรษฐกิจการคลังขนาดใหญ่จะลดลง ช่วยจำกัดปริมาณการออกพันธบัตรรัฐบาล (Treasury Supply) และส่วนชดเชยความเสี่ยงด้านอายุพันธบัตร (Term Premium) อย่างไรก็ตาม การผ่านงบประมาณอาจทำได้ยากขึ้นและเพิ่มความเสี่ยง Government Shutdown จึงเป็นปัจจัยบวกต่อพันธบัตรและตลาดหุ้นจากความไม่แน่นอนที่ลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผลบวกต่อหุ้นทุกกลุ่ม เนื่องจากทิศทางนโยบายกำกับดูแลอาจเปลี่ยนแปลงไป
ประเด็นที่สาม หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ Data Center เผชิญแรงขาย หลังดัชนี SOX ลดลง 3.1% และหุ้น Data Center บางบริษัทปรับตัวลง 6-23% ภายหลังพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งในรัฐ Texas และ Georgia ท่ามกลางกระแสต่อต้านโครงการ Data Center ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำในปริมาณสูง ขณะที่หุ้น Big Tech ที่มีสถานะเงินสดแข็งแกร่งกลับปรับตัวขึ้น
สะท้อนว่าตลาดเริ่มปรับลดมูลค่าบริษัทที่เร่งขยายกำลังการประมวลผล (Capacity) มากกว่าการปฏิเสธความต้องการ AI ทั้งหมด โดยระยะสั้นความเสี่ยงด้านกฎระเบียบอาจกดดัน Sentiment ของหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่ระยะยาวการลงทุนมีแนวโน้มมุ่งไปยังพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านไฟฟ้า และผู้ประกอบการที่สามารถพิสูจน์ผลตอบแทนจากการลงทุน (Capex) ได้ชัดเจน
ประเด็นที่สี่ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรง โดย Brent ลดลง 8.7% ปิดที่ 94.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ลดลง 8.3% อยู่ที่ 88.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือน ส.ค. หลังตลาดคาดว่าการที่พรรคเดโมแครตควบคุมทั้งสองสภาอาจจำกัดทางเลือกในการใช้กำลังทางทหารของทรัมป์ และเพิ่มโอกาสการเจรจายุติสงครามอิหร่าน ขณะที่ทรัมป์ระบุว่ายังไม่มีแผนโจมตีในทันที
อย่างไรก็ตาม กาตาร์ยังอยู่ระหว่างทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย และเจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่าทั้งสองฝ่ายยังห่างไกลจากข้อตกลง ทำให้ยังมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อยู่ การปรับตัวลงของราคาน้ำมันจึงช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อและเป็นประโยชน์ต่อประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน แต่ยังไม่ควรถอดสถานะป้องกันความเสี่ยงในหุ้นพลังงาน (Energy Hedge) ทั้งหมดในระยะสั้น
ประเด็นที่ห้า Financial Times รายงานว่า Oracle ยกเลิกสัญญาให้ Tencent เช่าชิป AI มูลค่าประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หลังเจ้าหน้าที่สหรัฐแสดงความกังวล โดยข้อตกลงเดิมจะเปิดทางให้ Tencent เข้าถึงชิปประมาณ 100,000 ตัว ผ่าน Data Center ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ Reuters ยังไม่สามารถยืนยันรายงานดังกล่าวได้
ประเด็นนี้สะท้อนความเสี่ยงที่สหรัฐอาจเพิ่มความเข้มงวดในการจำกัดการเข้าถึงทรัพยากรประมวลผล (Compute) ผ่านบริการ Cloud ที่ตั้งอยู่นอกประเทศ ซึ่งอาจกระทบรายได้ของผู้ให้บริการข้ามพรมแดน และเป็นแรงเร่งให้จีนพัฒนาระบบนิเวศชิปและ Cloud ของตนเองมากขึ้น
ประเด็นที่หก คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็นเติบโต 2.4-2.6% จากเดิม 2.1-2.5% พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายส่งออกเป็นเติบโต 18-22% จากเดิม 12-16% หลังดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัว 2.6% โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีที่เติบโตสูงถึง 18.9%
สะท้อนว่ากระแส AI Supercycle เริ่มส่งผ่านจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไปสู่คำสั่งซื้อในภาคการผลิตจริง ซึ่งเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทย ได้แก่ HANA, KCE และ DELTA อย่างไรก็ตาม ควรให้น้ำหนักกับบริษัทที่มีคำสั่งซื้อเชื่อมโยงกับ AI และสามารถรักษาอัตรากำไร (Margin) ได้ มากกว่าการเก็งกำไรหุ้นทั้งกลุ่ม
สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ ได้แก่ การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) เพื่อพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยตลาดคาดว่าจะปรับขึ้น 0.25% สู่ระดับ 4.00% ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางตลาดเงิน ตลาดพันธบัตร และค่าเงินปอนด์ในระยะถัดไป





