วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน 2569

Login
Login

‘ตลาดทุน’เร่งปฏิรูปดึง IPO ปลุกเสน่ห์ ปั้นอุตสาหกรรมยุคใหม่เข้าจดทะเบียนระดมทุน 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินสายโรดโชว์ในต่างประเทศ สร้างความเชื่อมั่นและเชิญชวนบริษัทต่างชาติที่ตั้งฐานการผลิตในไทยให้เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นไทย หนึ่งในกลยุทธ์หลัก ดึงดูดอุตสาหกรรมยุคใหม่

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้น IPO ไทยเผชิญภาวะซบเซาหนัก โดยคาดว่าปีนี้จะมีบริษัทเข้าจดทะเบียนน้อยที่สุดในรอบ 20 ปี ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งปฏิรูปเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น
  • หนึ่งในกลยุทธ์หลักคือการผลักดันและดึงดูดอุตสาหกรรมยุคใหม่ (New Economy) เช่น Data Center, AI, และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ
  • ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินสายโรดโชว์ในต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเชิญชวนบริษัทต่างชาติที่ตั้งฐานการผลิตในไทยให้เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นไทย

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ตลาดทุนไทย” ตั้งแต่ต้นปี 2569 สร้างผลตอบแทนระดับต้น ๆ ของภูมิภาค แต่กลับสวนทาง “ตลาดไอพีโอ” ที่สถานการณ์ “ซบเซา” สะท้อนจากต้นปี-ปัจจุบัน มีจำนวนไอพีโอเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้ง SET และ mai เพียงแค่ 3 บริษัท หรือคิดเป็นมูลค่าระดมทุนอยู่แค่ 698.92 ล้านบาท และคาดว่าในปี 2569 จะมีไอพีโอเพียง 15 บริษัท หรือต่ำสุดในรอบ 20 ปี และเทียบปี 2568 ที่มีไอพีโอ 18 บริษัท มูลค่าระดมทุน 8,151.70 ล้านบาท หรือในอดีตเคยมีตลาดไอพีโอมีมูลค่าระดมทุนสูงสุด “แสนล้านบาท”  

ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องระดม “สรรพกำลัง” ทั้ง กระทรวงการคลัง , สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ต้องปรับตัวและเร่งปฏิรูปตลาดทุนไทยครั้งใหญ่ เพื่อหวัง “ฟื้นความเชื่อมั่น” และ “เพิ่มเสน่ห์” เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนทั้งในและต่างประเทศ 

‘ตลาดทุน’เร่งปฏิรูปดึง IPO ปลุกเสน่ห์ ปั้นอุตสาหกรรมยุคใหม่เข้าจดทะเบียนระดมทุน 

จรีพร จารุกรสกุล” ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า บริษัทยังคงแผนนำบริษัทลูกเข้าระดมทุนในตลาดหุ้น แต่ ณ ปัจจุบัน ยังอยู่ระหว่างประเมินสภาพตลาดและช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม ด้วยที่ผ่านมาภาวะตลาดหุ้นไม่เอื้อและมีข่าวลบกระทบ เราจึงเลือกที่จะถอยออกมาตั้งหลักก่อน แต่ในแง่ธุรกิจก็ทำควบคู่ไปเพื่อสร้างการให้เติบโตต่อเนื่อง  

อย่างไรก็ตาม ในปีหน้ามีโอกาสอาจนำ “สินทรัพย์ในประเทศเวียดนาม” เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม ด้วยมองทิศทางตลาดเวียดนามเริ่มฟื้นตัวขึ้นแล้ว หลังจากการฟื้นตัวของ FDI จากซบเซาไปประมาณ 2 ปี จาก “ปัญหาอัตราภาษี” (Tariff) ที่สูง สะท้อนการชะลอการลงทุน แต่สำหรับโครงการแรกในเวียดนามยังมีอัตราการเช่าอยู่ที่ประมาณ 80% ส่วนโครงการที่สองอยู่ที่ประมาณ 50% และกำลังมีการเปิดตัวนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ที่มีเส้นทางคมนาคมดีขึ้น

‘ตลาดทุน’เร่งปฏิรูปดึง IPO ปลุกเสน่ห์ ปั้นอุตสาหกรรมยุคใหม่เข้าจดทะเบียนระดมทุน 

กรภัทร วรเชษฐ์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดถึงทิศทางตลาดทุนไทยและการฟื้นตัวของหุ้น IPO ว่า การเพิ่มความน่าสนใจของตลาดทุนไทยในระยะกลางถึงระยะยาว นอกเหนือจากการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนเดิมแล้ว สิ่งสำคัญคือ การดึงอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น Data Center กลุ่ม New S-Curve หรือ New Economy เข้ามาปักหมุดระดมทุนในประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลายและยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในตลาดหุ้นไทย

อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องพิจารณากฎระเบียบอย่างรอบด้าน เพื่อกำกับดูแลให้ธุรกิจที่เข้ามาระดมทุนสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและศักยภาพการผลิตของคนในประเทศอย่างแท้จริง โดยที่ผ่านมาเริ่มเห็นการปฏิรูป (Reform) กฎระเบียบในหลายด้านให้สอดคล้องเหมาะสมมากขึ้น

นอกจากนี้ โครงการขับเคลื่อนการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น Thailand Fast Track และ101 Project มูลค่ากว่า 7 แสนล้านบาท หากผ่านพ้นช่วงความไม่แน่นอนด้านเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศและประเด็นคดีความต่างๆ ไปได้ คาดว่า จะเห็น FDI เข้าสู่ไทยเร่งตัวขึ้นชัดเจนในปีหน้าเทียบปีนี้

อย่างไรก็ดี สำหรับภาวะตลาดหุ้น IPO ที่ชะลอตัวลงในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาและปัจจุบันปัจจุบันเม็ดเงินยังคงกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่ แต่คาดว่าบรรยากาศจะค่อย ๆ คืนความน่าสนใจขึ้น หากภาพรวมตลาดเริ่มทำผลงานได้ดีขึ้น ผลประกอบการของหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กเริ่มฟื้นตัว ประกอบกับได้รับการสนับสนุนจากกองทุนระยะยาวภายในประเทศและการเดินหน้า BOI to IPO อย่างเป็นรูปธรรม ก็จะช่วยคืนความน่าสนใจให้กับหุ้น IPO ที่มีศักยภาพในระยะถัดไป

“เซนทริเมนต์ของหุ้น IPO ที่มีศักยภาพจะกลับมาดูน่าสนใจขึ้น เมื่อผลประกอบการของหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กเริ่มฟื้นตัว และมี มีโครงสร้างกองทุนระยะยาว และ BOI to IPO เข้ามาช่วยสนับสนุนและดึงดูดบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเข้าสู่ตลาดทุนไทยน่าสนใจมากขึ้น”

อัสสเดช คงสิริ” กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า การเดินทางไปโรดโชว์พบปะนักลงทุนต่างประเทศ นำโดย นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรี และผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดการเดินทางไป นิวยอร์ก และ ลอนดอนในสัปดาห์นี้ โดยได้รับการประสานงานและจัดนัดหมายนักลงทุนจากสถาบันการเงินระดับโลก ประกอบด้วย Bank of America, Jefferies Group และ UBS 

โดยจัดให้มี Group Meeting กับผู้แทนกองทุนประมาณ 10-15 ราย รวมถึงการประชุมรายบริษัทและกองทุนยักษ์ใหญ่ระดับโลกมีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้ นำเสนอข้อมูลประเทศ และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับกองทุนสถาบันชั้นนำระดับโลก

ทั้งนี้ ความสำเร็จของการออกไปพูดคุยไม่ได้วัดจากการเข้า IPO ทันทีเพียงอย่างเดียว แต่มุ่งหวังให้ได้รับทราบความต้องการ ข้อจำกัด และอุปสรรคจริงของผู้ประกอบการ เพื่อนำมาพัฒนาเกณฑ์และสิทธิประโยชน์ให้มีความชัดเจน ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิดพันธะผูกพัน ร่วมกันของทุกฝ่ายในระบบนิเวศ (Ecosystem) ทั้งผู้ระดมทุน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และผู้สอบบัญชี

โดยคาดหวังผลักดันให้ “บริษัทต่างชาติ” ในกลุ่มธุรกิจยุคใหม่ (New Economy) ที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เช่นอิเล็กทรอนิกส์/PCB, ห่วงโซ่อุปทาน AI, ยานยนต์ไฟฟ้า EV, หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ, เทคโนโลยีชีวภาพ และดิจิทัล เข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ 

แม้จะเปิดกว้างสำหรับบริษัทจากทุกประเทศ แต่จากการเจรจาพบว่ากลุ่มทุนจากเอเชีย มีแนวโน้มแสดงความสนใจมากกว่า ขณะที่บริษัทจากสหรัฐ ส่วนใหญ่มีนโยบายจดทะเบียนเฉพาะบริษัทแม่ในประเทศตนเอง

อย่างไรก็ตาม เรามุ่งเป้าทั้งบริษัทใหม่ที่เข้ามาลงทุน และยังมุ่งหวังเชิญชวนบริษัทต่างชาติรายเดิมที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยมานานกว่า 10 ปี และมีความมั่นคงทางธุรกิจให้เห็นโอกาสและตัดสินใจเข้าจดทะเบียนในไทย ส่วนบริษัทที่เคยชะลอแผน IPO ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ยังไม่พบการยื่นขอเข้าตามเกณฑ์ใหม่ BOI to IPO

“มุ่งหวังสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับนักลงทุนไทยได้เข้าถึงกลุ่มธุรกิจที่เป็น New Economy ของประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับและเพิ่มเสน่ห์ความน่าสนใจให้กับตลาดทุนไทย เราคาดว่าหลังจากปีหน้าเป็นต้นไป จะเริ่มเห็นพลังและความชัดเจนที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น”