ราคาทองคำโลกร่วงลง หลังเหตุสหรัฐ-อิหร่านโจมตีกันระลอกใหม่ ส่งผลให้เกิดการคาดการณ์เฟดอาจจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ เพื่อสกัดเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองคำโลกปรับตัวลดลงหลังจากสหรัฐ และอิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น และเพิ่มความเป็นไปได้อีกครั้งที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ
ราคาทองคำแท่งร่วงลงถึง 1.2% ไปอยู่ต่ำกว่าระดับ 4,070 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันจันทร์ (13..69) หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วเพิ่งปรับตัวลดลงไป 1.4% ท่ามกลางสถานการณ์ที่สับสนเกี่ยวกับสถานะการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยสหรัฐได้ปฏิเสธคำแถลงก่อนหน้านี้ของอิหร่านที่ระบุว่าเส้นทางน้ำดังกล่าวจะปิดให้บริการ "จนกว่าจะมีประกาศให้ทราบต่อไป" ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า กองทัพสหรัฐได้เริ่มการโจมตีเพื่อรับรองเสรีภาพในการเดินเรือ
สำหรับนักลงทุนในตลาดทองคำ การทวีความรุนแรงของการสู้รบในตะวันออกกลางทำให้เกิดความกังวลว่า เฟดอาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นเป็นเวลานานกว่าเดิม (Higher for longer) เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังคงเหนียวแน่น ทั้งนี้ รายงานการประชุมของเฟดประจำเดือนมิถุนายนที่เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วแสดงให้เห็นว่า ผู้กำหนดนโยบายบางส่วนเห็นควรให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วส่วนใหญ่จะสนับสนุนมติให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิมก็ตาม
ในภาพรวม รายงานการประชุมสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นในหมู่เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อ ในขณะที่ความกังวลเรื่องตลาดแรงงานเริ่มคลายตัวลงเล็กน้อย ซึ่งโดยปกติแล้ว ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นมักจะเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย
ความตึงเครียดล่าสุดนี้เกิดขึ้นก่อนที่ นายเควิน วอร์ช จะแถลงต่อสภาคองเกรสเป็นครั้งแรกในฐานะประธานเฟดในวันอังคารนี้ โดยการรับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการบริการทางการเงินสภาผู้แทนราษฎร ณ กรุงวอชิงตัน จะเกิดขึ้นตามหลังการรายงานตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนมิถุนายนจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ
ราคาทองคำปรับตัวลดลงไปแล้วมากกว่า 1 ใน 5 นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเปิดฉากขึ้นในปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยแรงเทขายทำกำไรได้ยุติวงจรขาขึ้นที่ดำเนินมานาน 3 ปี และส่งผลให้ราคาทองคำดิ่งลงไปต่ำกว่าระดับ 4,000 ดอลลาร์ช่วงสั้น ๆ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ขณะที่ข้อมูลรายสัปดาห์จากคณะกรรมการกำกับตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์แห่งสหรัฐ (CFTC) เมื่อวันศุกร์เผยว่า กองทุนบริหารความเสี่ยง (Hedge Funds) และผู้จัดการกองทุนได้ลดสถานะการเดิมพันขาขึ้นในทองคำลงเหลือ 114,854 สัญญา สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 7 กรกฎาคม
อัปเดตราคาเช้าวันจันทร์ (13 ก.ค. 69)
ราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ปรับตัวลดลง 1.2% อยู่ที่ 4,070.98 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อเวลา 07:05 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ส่วนราคาเงิน (Silver) ดิ่งลง 2.1% อยู่ที่ 58.64 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านราคาแพลทินัม และแพลเลเดียมปรับตัวลดลงเช่นกัน ในขณะที่ดัชนี Bloomberg Dollar Spot ซึ่งเป็นมาตรวัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้น 0.2%


