บลจ.กสิกรไทย กางโรดแมป 3 ปี ขึ้นเบอร์ 1 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ส่งเซอร์วิส ‘Life Path Solution‘ ตอบโจทย์คนไทยออมไม่พอเกษียณ ปั๊มพอร์ตทะลุ 3 แสนล้าน
KEY POINTS
- บลจ.กสิกรไทย (KAsset) ตั้งเป้าหมายขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ภายใน 3 ปี (ปี 2569–2571)
- สำหรับปีนี้ ตั้งเป้าเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เติบโตแตะ 300,000 ล้านบาท
- เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ “Life Path Solution” สำหรับลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณ
- Life Path Solution เป็นบริการที่ปรับสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงให้โดยอัตโนมัติตามช่วงอายุของสมาชิก เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวและลดความเสี่ยงเมื่อใกล้เกษียณ
นายวิน พรหมแพทย์ ประธานกรรมการบริหาร บลจ. กสิกรไทย เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 3 ปี (ปี 2569–2571) โดยตั้งเป้าหมายนำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ของบริษัทฯ ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) ห่างจากแชมป์เก่าไม่ถึง 1%
สำหรับปีนี้ KAsset ตั้งเป้าดัน AUM ของกองทุน PVD ให้เติบโตแตะ 300,000 ล้านบาท จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 270,000 ล้านบาท
เปิดตัว "Life Path Solution" นวัตกรรมล็อกเป้าหมายเกษียณสุข
พร้อมกันนี้ บริษัทตั้งเป้าหมาย AUM ของ K-WealthPLUS Series ปีนี้ที่ระดับ 26,000 ล้านบาท จากยอด AUM ปัจจุบันที่ 60,500 ล้านบาท
ล่าสุด เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการลงทุนเพื่อการเกษียณ ด้วยการเสนอบริการใหม่ “Life Path Solution” สำหรับลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นรายแรกๆในตลาดทุนไทย เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของโครงสร้างประชากรที่มีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวขึ้น ขณะที่ระดับเงินออมของคนไทยยังไม่เพียงพอต่อการรองรับค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ รวมถึงภาระด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับรายได้ที่ลดลง
บริษัทตั้งเป้าหมาย "Life Path Solution” ปีนี้เพิ่มขึ้นแตะกว่า 1,000 จากยอดAUMปัจจุบันที่ 197 ล้านบาท ทั้งนี้ หากรวมK-WealthPLUS Series และLife Path Solution รวมเงินลงทุนใหม่ประมาณ 28,000 ล้านบาท
นายวิน กล่าวว่า Life Path Solution ถูกออกแบบบนแนวคิดการวางแผนการเงินแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้น “การจัดการสิ่งที่ควบคุมได้” อย่างมีระบบ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนอายุขัย การกำหนดระดับรายได้และระยะเวลาการทำงาน การดูแลสุขภาพ ตลอดจนการกำหนดสัดส่วนการลงทุนและการออมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมรับมือกับ “ความไม่แน่นอนที่ควบคุมไม่ได้” ในระยะยาว เช่น อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ความผันผวนของผลตอบแทนในตลาด การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษี ภาวะเงินเฟ้อ หรือการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ด้านสวัสดิการ
โดยสมาชิกเลือกแผนการลงทุนเพียงครั้งเดียว จากนั้นระบบจะปรับสัดส่วนสินทรัพย์โดยอัตโนมัติตามช่วงอายุ โดยในช่วงอายุ 25–45 ปี พอร์ตจะเน้นหุ้นทั่วโลกในสัดส่วนสูงถึง 85% เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน จากนั้นจะทยอยลดสัดส่วนลงตามลำดับเมื่ออายุมากขึ้น อาทิ ปรับลดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเหลือประมาณ 61% ในช่วงอายุ 50 ปี และลดลงต่อเนื่องจนอยู่ในระดับเหมาะสมก่อนเกษียณ เป็นต้น
สะท้อนถึงการบริหารพอร์ตแบบเชิงรุกในช่วงต้น และปรับสู่โหมดระมัดระวังมากขึ้นในช่วงปลาย ซึ่งเป็นหลักการสำคัญและสอดคล้องกับมาตรฐานการบริหารพอร์ตเพื่อการเกษียณในระดับสากล
“หัวใจสำคัญของ Life Path Solution คือการลงทุนผ่านกองทุนผสมในกลุ่ม K-WealthPLUS Series โดยเฉพาะกองทุน K-WPULTIMATE ซึ่งเป็นกองทุนหลักที่มีบทบาทในการสร้างการเติบโตของพอร์ตในระยะยาว"
กองทุนดังกล่าวมีจุดเด่นด้านการบริหารแบบ Dynamic Asset Allocation เน้นการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในตลาดใดตลาดหนึ่ง ซึ่งผู้จัดการกองทุนสามารถปรับสัดส่วนระหว่างหุ้นทั่วโลก ตราสารหนี้ต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือกได้อย่างยืดหยุ่นตามสภาวะตลาดและวัฏจักรเศรษฐกิจ
โดยล่าสุดกองทุน K-WPULTIMATE สามารถสร้างผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) ได้ประมาณ 9% แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์สงครามและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สะท้อนศักยภาพในการบริหารพอร์ตเชิงรุกและการกระจายการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ Life Path Solution ยังได้รับการเสริมความมั่นคงผ่านการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นกันชนลดความผันผวนและรักษาเสถียรภาพของผลตอบแทนโดยรวม โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดทุนมีความไม่แน่นอนสูง
ทั้งนี้ บริการ Life Path Solution ยังช่วยขจัดข้อจำกัดสำคัญของผู้ลงทุนรายบุคคล ทั้งในแง่การตัดสินใจที่ผิดจังหวะและการขาดวินัยในการลงทุนระยะยาว เนื่องจากสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่จำเป็นต้องติดตามหรือปรับพอร์ตด้วยตนเอง
ในช่วงที่ผ่านมา บลจ.กสิกรไทย ได้นำเสนอบริการดังกล่าวให้กับลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปแล้วบางส่วน ซึ่งได้รับความสนใจและมีแนวโน้มการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการจากการเข้าร่วมที่เพิ่มขึ้น 54% จำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้น 30% และจำนวนบริษัทที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้น 14%




