วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

RATCH ลุย Data Center เต็มสูบ เจรจาลูกค้า 5-6 ราย รองรับไฟฟ้า 1,400 เมกะวัตต์

RATCH เดินหน้าปั้น Data Center Hub บนพื้นที่โรงไฟฟ้าเดิม รองรับไฟฟ้าสูงสุด 1,400 MW พร้อมเจรจาลูกค้า 5-6 ราย หวังต่อยอดสินทรัพย์สู่ New S-Curve และสร้างกระแสเงินสดใหม่ในระยะยาว

KEY POINTS

  • RATCH อยู่ระหว่างศึกษาการพัฒนา Data Center Hub บนที่ดินเดิมของโรงไฟฟ้า RG ที่สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากำลังจะหมดอายุ โดยมีศักยภาพรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดถึง 1,400 เมกะวัตต์
  • ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาหารือกับลูกค้า Data Center ที่มีศักยภาพประมาณ 5-6 ราย
  • รูปแบบธุรกิจที่อยู่ระหว่างพิจารณามีทั้งการให้เช่าที่ดิน, การจำหน่ายไฟฟ้า, การจัดหาน้ำ รวมถึงบริการเดินเครื่องและบำรุงรักษา (O&M)
  • นักวิเคราะห์มองว่าโครงการ Data Center Hub เป็นโอกาสการเติบโตที่สำคัญและอาจเป็น New S-Curve ใหม่ของบริษัท หากสามารถพัฒนาได้ตามแผน
  • ฝ่ายวิจัยเข้าใจว่า RATCH ให้น้ำหนักกับการพัฒนา Data Center Hub มากกว่าการต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเดิม เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและกระแสเงินสดใหม่

บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เดินหน้าศึกษาโอกาสพัฒนา Data Center Hub บนพื้นที่โรงไฟฟ้าเดิมที่ใกล้หมดสัญญา รองรับกำลังไฟฟ้าสูงสุด 1,400 MW พร้อมเดินหน้าพลังงานหมุนเวียนและเตรียมความพร้อม Replacement IPP ขณะที่นักวิเคราะห์ มอง Data Center เป็นโอกาสสร้างรายได้ใหม่ แต่ระยะสั้นยังต้องรอความชัดเจนของนโยบายรัฐและ PDP ก่อนเห็นภาพการเติบโตชัดเจนขึ้น

ธัญญา อุดม, IAA นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า จากการประชุมนักวิเคราะห์ของ RATCH หรือ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการนำพื้นที่โรงไฟฟ้าเดิมที่หมดอายุสัญญามาพัฒนาเป็นพื้นที่เช่าสำหรับลูกค้า Data Center โดยมีโครงสร้างพื้นฐานเดิมพร้อม ทั้งระบบสายส่งไฟฟ้าและระบบน้ำ รองรับกำลังการใช้งานตั้งแต่ไม่ต่ำกว่า 300 เมกะวัตต์ (MW) ไปจนถึงราว 1,400 เมกะวัตต์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับผู้สนใจหลายราย

ขณะเดียวกัน RATCH เตรียมความพร้อมสำหรับโครงการ Replacement IPP เพื่อทดแทนสัญญาโรงไฟฟ้าเดิม แต่ยังต้องรอความชัดเจนของแผน PDP ก่อนกำหนดทิศทางการลงทุน โดยระยะยาวบริษัทมุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 และสอดคล้องกับทิศทาง PDP ที่ให้น้ำหนักโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดมากขึ้น

สำหรับโครงการ Solar ในไทยที่ได้รับคัดเลือกก่อนหน้านี้ อยู่ระหว่างทยอยลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) และคาดว่าจะลงนามครบภายในปีนี้ ส่วนโครงการอื่นใน Pipeline ยังเดินหน้าก่อสร้างและทยอย COD ได้ตามแผน ขณะที่ธุรกิจ Small Modular Reactor (SMR) บริษัทมองว่าภาครัฐหรือ กฟผ. ควรเป็นผู้ดำเนินการนำร่องก่อนเปิดให้เอกชนเข้าลงทุนในลำดับถัดไป โดย RATCH ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการลงทุนไว้แล้ว

ด้านนโยบายปันผล RATCH จ่ายเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีแรกของปี 2569 ที่ 0.70 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 8 ก.ย. 2569 ลดลงจาก 0.80 บาทต่อหุ้นในงวดครึ่งปีแรกของปี 2568 โดยบริษัทระบุว่าต้องการสำรองกระแสเงินสดไว้รองรับการลงทุนในโครงการใหม่ ทั้ง Data Center, Replacement IPP รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ฝ่ายวิจัยมองว่าแนวโน้มธุรกิจ RATCH ในช่วง 1–3 ปีข้างหน้าอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากธุรกิจโรงไฟฟ้าดั้งเดิมที่เริ่มมีสัญญา PPA ทยอยหมดอายุ ไปสู่ธุรกิจพลังงานยุคใหม่มากขึ้น ทั้ง Data Center และ SMR รวมถึงการต่อยอดใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์เดิม เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและกระแสเงินสดใหม่อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นยังต้องติดตามความชัดเจนของนโยบายภาครัฐและแผน PDP ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางการลงทุนของ RATCH ก่อนจะเห็นภาพการเติบโตที่ชัดเจนขึ้น

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าพื้นฐาน RATCH ณ สิ้นปี 2570 ที่ 39.50 บาทต่อหุ้น โดยเน้นการลงทุนเพื่อรับเงินปันผล คาดหวัง Dividend Yield ราว 4–5% ต่อปี ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าใหม่ Replacement IPP และการต่อยอดธุรกิจ Data Center หากมีความชัดเจนและสามารถเดินหน้าลงทุนได้ตามแผน จะเป็น Upside เพิ่มเติมต่อมูลค่าหุ้นในระยะยาว


นักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า Data Centerเป็นโอกาสการเติบโตที่มีศักยภาพอย่างมีนัยสำคัญของ RATCH หลังบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการพัฒนา Data Center Hub บนที่ดินเดิมของโรงไฟฟ้า RG ซึ่งสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากำลังจะหมดอายุ โดยมีศักยภาพรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดถึง 1,400 เมกะวัตต์ 

ปัจจุบัน RATCH อยู่ระหว่างหารือกับลูกค้า Data Center ที่มีศักยภาพประมาณ 5-6 ราย โดยอยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบธุรกิจทั้งการให้เช่าที่ดิน การจำหน่ายไฟฟ้า การจัดหาน้ำ รวมถึงบริการเดินเครื่องและบำรุงรักษา (O&M) ขณะที่ฝ่ายบริหารมองว่าโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซเดิมยังสามารถเดินเครื่องต่อได้อีกประมาณ 15-20 ปี

อย่างไรก็ตาม แม้ฝ่ายบริหารจะยังไม่ได้ระบุลำดับความสำคัญอย่างชัดเจน แต่ฝ่ายวิจัยเข้าใจว่า RATCH ให้น้ำหนักกับ การพัฒนา DC Hub มากกว่าการต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเดิม ซึ่งหากสามารถดึงลูกค้าเข้ามาได้ จะเป็นโอกาสสร้างรายได้ใหม่จากสินทรัพย์เดิมของบริษัท

ด้านพลังงานหมุนเวียนยังเป็นอีกหนึ่งพื้นที่การเติบโตสำคัญของ RATCH ภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าปี 2026 (PDP2026) ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาโอกาสลงทุนในเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) โดยฝ่ายบริหารมองว่าการลงทุนระยะแรกควรมี กฟผ. เป็นผู้ริเริ่มก่อน

นอกจากนี้ RATCH ยังมีโอกาสขยายการลงทุนในต่างประเทศ โดยอยู่ระหว่างรอผลการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซในอินโดนีเซีย กำลังการผลิตมากกว่า 1,000 MW ซึ่งร่วมมือกับพันธมิตรเดิมในโครงการโรงไฟฟ้าไพตัน

สำหรับนโยบายเงินปันผล ฝ่ายบริหารยังคงดำเนินการอย่างระมัดระวัง โดยการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากต้องการรักษากระแสเงินสดไว้รองรับการลงทุนในอนาคต และยังไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะสามารถรักษาเงินปันผลต่อหุ้นในปี 2569 ให้อยู่ในระดับเดียวกับปีก่อนได้

ทั้งนี้ บล.ทิสโก้ ยังคงคำแนะนำ “ถือ” หุ้น RATCH และประเมินมูลค่าที่เหมาะสมไว้ที่ 37.00 บาทต่อหุ้น โดยมองว่า Data Center Hub เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม เนื่องจากมีศักยภาพเป็น New S-Curve และสร้าง Upside ให้บริษัทในระยะยาวหากสามารถพัฒนาโครงการได้ตามแผน