ดาวโจนส์ร่วง 370 จุด เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังสหรัฐโจมตีอิหร่าน แต่ยังปิดเดือนส.ค.บวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ขณะที่ S&P 500 และ NASDAQ บวกเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค.
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า หุ้นสหรัฐปรับตัวลงในวันจันทร์ (31 ส.ค.69) หลังสหรัฐ และอิหร่านกลับมายิงโจมตีตอบโต้กันเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือน อย่างไรก็ตาม ดัชนีหลักยังปิดเดือนสิงหาคม ในแดนบวก
ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.33% ปิดที่ 7,686.14 จุด ขณะที่แนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ลดต่ำลง 0.12% ปิดที่ 26,370.89 จุด ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ร่วงลง 374.09 จุด หรือ 0.7% ปิดที่ 53,185.90 จุด โดยดัชนี 30 หุ้นถูกกดดันจากการปรับลงของธนาคาร Goldman Sachs และ Alphabet บริษัทแม่กูเกิล
เมื่อวันอาทิตย์ กองบัญชาการกลางสหรัฐยืนยันกับสำนักข่าวเอ็มเอส นาว (MS NOW) ว่าสหรัฐได้โจมตีแท่นยิงจรวด 2 แท่นบนเกาะลารักของอิหร่าน
การโจมตีเมื่อวันอาทิตย์เป็นการโจมตีต่อเป้าหมายของอิหร่านที่สหรัฐออกมายอมรับต่อสาธารณะครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม โดยสื่อของทางการอิหร่านรายงานว่าเตหะรานได้โจมตีฐานทัพสหรัฐในจอร์แดนเพื่อตอบโต้
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นหลังความตึงเครียดกลับมาอีกครั้ง โดยน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ปิดบวก 2.83% ที่ 85.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์มาตรฐานโลกปิดบวก 2.71% ที่ 90.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวปรับขึ้นตามราคาน้ำมันในวันจันทร์ ยิ่งซ้ำเติมบรรยากาศเชิงลบในตลาดหุ้น
ทอม เฮนลิน จากบริษัทจัดการลงทุน U.S. Bank Asset Management ระบุว่าระดับราคาน้ำมันในปัจจุบัน “ค่อนข้างสูงไปบ้าง” แต่การปรับขึ้นล่าสุดไม่น่าจะสร้างความเสียหายรุนแรง
“โลกมีน้ำมันเพียงพอสำหรับความต้องการที่มีอยู่ และระดับ 80 ถึง 90 ดอลลาร์ ไม่ได้ตึงจนทำให้เศรษฐกิจพัง” นักกลยุทธ์การลงทุนระดับชาติของบริษัทกล่าว “สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้แค่พาเราไปอยู่ปลายบนของกรอบนั้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนมุมมองของเราต่อผู้บริโภค ธุรกิจเอไอ การย้ายฐานการผลิตกลับสหรัฐ หรือการที่เศรษฐกิจกำลังเดินหน้าสู่ไฟฟ้ามากขึ้น”
เขาเสริมว่าหากราคาน้ำมันพุ่งเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก็อาจเริ่มกลายเป็นระดับที่ “ค่อนข้างรับไม่ไหว”
- ปิดฉากเดือนที่ผันผวน
ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง ทำให้การซื้อขายในเดือนสิงหาคม ผันผวน แต่ตลาดวอลล์สตรีทโดยรวมยังปิดเดือนด้วยการปรับสูง โดยมีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นตัวนำ
Dow ปรับขึ้นมากกว่า 1% นับตั้งแต่ต้นเดือน และเป็นการบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน นอกจากนี้ยังเป็นเดือนบวกเดือนที่ 15 จาก 16 เดือนล่าสุดของดัชนีหุ้นบลูชิป ส่วน S&P 500 และ Nasdaq บวกเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม โดยเพิ่มขึ้น 2.6% และ 3.9% ตามลำดับ ทั้ง S&P 500 และ Dow ยังทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลในช่วงต้นเดือนสิงหาคมด้วย
หุ้นเทคโนโลยีช่วยหนุนตลาดในเดือนนี้ โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ทำผลงานโดดเด่นกว่าอุตสาหกรรมอื่น ๆ กลุ่มเทคโนโลยีใน S&P 500 ปิดเดือนบวกมากกว่า 6% โดย Nvidia เพิ่มขึ้นราว 10% ขณะที่ Microsoft บวกมากกว่า 9% และ Micron Technology พุ่งขึ้นมากกว่า 16%
อย่างไรก็ดี แม้โดยรวมจะปิดเดือนในแดนบวก แต่เดือนสิงหาคมก็ยังผันผวนอย่างมาก เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อผลักให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี กระทรวงการคลังสหรัฐพยายามสกัดการเทขายด้วยการประกาศว่าจะเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตร แต่บอนด์ยีลด์ฝั่งอายุยาวของเส้นอัตราผลตอบแทนยังทรงตัวในระดับสูง
ประธานเฟด เควิน วอร์ช ยังกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่าเขากังวลเรื่องเงินเฟ้อ โดยระบุว่า “แม้ตัวเลขเงินเฟ้อช่วงฤดูร้อนนี้จะออกมาดีกว่าที่คาด แต่ก็ยังไม่ได้บอกผมว่าแนวโน้มพื้นฐานดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแล้ว”
นักลงทุนจะได้เห็นภาพเศรษฐกิจชัดขึ้นในสัปดาห์นี้ เมื่อรายงานการจ้างงานเดือนสิงหาคม มีกำหนดประกาศเช้าวันศุกร์ รวมถึงดัชนีภาคการผลิต และภาคบริการรายเดือนที่จะทยอยออกตามมา
บรรดานักลงทุนยังจับตาพัฒนาการจากเมืองแอชวิลล์ มลรัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งกำลังมีการประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G20 อยู่ในขณะนี้
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





