ราคาทองคำพุ่งทะลุ 3,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์เช้าวันจันทร์ มุ่งสู่ระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐฯ ยืดเยื้อ นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
บลูมเบิร์ก รายงานราคาทองคำโลกพุ่งขึ้นทำสถิติใหม่ ใกล้แตะระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ขณะที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ยังปิดทำการ หรือภาวะชัตดาวน์ (Government Shutdown) ยังไม่จบ
ราคาทองคำแท่งพุ่งขึ้นแตะระดับ 3,920.63 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ก่อนที่จะมีการปรับลดกำไรลงบ้าง ภาวะชัตดาวน์ของสหรัฐฯ ทำให้ข้อมูลการจ้างงานซึ่งกำหนดไว้ในวันศุกร์ล่าช้าออกไป ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจที่คลุมเครือยิ่งไม่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ด้วยการขาดข้อมูล นักลงทุนจึงต้องพึ่งพารายงานจากภาคเอกชนเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) พบว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการเงินเป็นเรื่องยาก นักลงทุนยังคงคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25 %ในช่วงปลายเดือน ซึ่งจะส่งผลดีต่อทองคำต่อไป เนื่องจากทองคำไม่ได้จ่ายดอกเบี้ย
ราคาทองคำพุ่งขึ้นเกือบ 50% ในปีนี้ จากแรงกระตุ้นจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำมาสู่ตลาด วัฏจักรการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และการเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยของธนาคารกลางทั่วโลกเพื่อกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์ดอลลาร์ ก็เป็นปัจจัยหนุนสำคัญเช่นกัน
“ภาพรวมยังคงเดิม โดยเฟดกำลังเดินหน้าลดอัตราดอกเบี้ยต่อไป ควบคู่ไปกับตลาดแรงงานที่อ่อนตัวลง” อาห์หมัด อัสซีรี นักวิเคราะห์จาก Pepperstone Group กล่าว อย่างไรก็ตาม “ดูเหมือนว่าพลวัตของความเสี่ยงและผลตอบแทนกำลังเปลี่ยนไป และการย่อตัวลงชั่วคราวจะถูกมองว่าเป็นช่วงที่ดีภายใต้การปรับตัวขึ้นต่อ” เขากล่าว
อัปเดตราคา (6 ต.ค.68)
ราคาทองคำเพิ่มขึ้น 0.5% มาอยู่ที่ 3,905.54 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 8:45 น. ตามเวลาสิงคโปร์ หลังจากปิดการเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่เจ็ดในวันศุกร์ ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index เพิ่มขึ้น 0.3% เงิน แพลทินัม และแพลเลเดียม ต่างก็ปรับตัวสูงขึ้น

