กองทุนทั่วโลกลดถือครอง ‘พันธบัตรจีน’ ในเดือนส.ค. สู่ระดับต่ำสุดรอบ 5 ปี ผลตอบแทนต่ำ-หันซบตลาดหุ้น ดันดัชนี CSI 300 ปรับตัวขึ้นกว่า 25%
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กองทุนต่างชาติลดการถือครอง “พันธบัตรจีน” ในเดือนส.ค.ทำให้มูลค่าการถือครองลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี และยังเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดตราสารหนี้ที่กำลังเผชิญกับภาวะที่นักลงทุนหันไปลงทุนในตลาดหุ้นแทน
ข้อมูลจาก Chinabond ระบุว่า ยอดการถือครองของสถาบันต่างชาติลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือนส.ค.เหลือเพียง 2.01 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 8.9 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2564 ขณะที่การคำนวณของบลูมเบิร์กพบว่า ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็น 5.2% ของมูลค่ารวมของหนี้ภาครัฐจีนทั้งหมด ณ สิ้นเดือนสิงหาคม
นักลงทุนต่างชาติเริ่มลดความสนใจในตราสารหนี้จีน เนื่องจากผลตอบแทนที่ได้นั้นต่ำกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
นอกจากนี้ การเทขายในเดือนส.ค.ที่ผ่านมานี้ สะท้อนให้เห็นถึงการที่นักลงทุนหันไปลงทุนในตลาดหุ้นท้องถิ่นแทน ส่งผลให้ดัชนี CSI 300 ปรับตัวขึ้นมากกว่า 25% จากระดับต่ำสุดในเดือนเม.ย.
ทั้งนี้ แรงกดดันในตลาดพันธบัตรรัฐบาลจีนอาจเพิ่มขึ้นอีกหลังจากที่ JPMorgan Chase & Co. ประกาศว่าจะลดน้ำหนักการลงทุนตราสารหนี้จีนในดัชนีตลาดเกิดใหม่หลัก GBI-EM Global Diversified index ซึ่งอาจทำให้เงินทุนไหลออกเพิ่มขึ้นอีก
เจฟฟรีย์ จาง นักยุทธศาสตร์ด้านตลาดเกิดใหม่จาก Credit Agricole CIB กล่าวว่า "นักลงทุนต่างชาติแสดงความสนใจในตลาดหุ้นจีนมากขึ้น ในขณะที่ความต้องการในพันธบัตรลดลง เนื่องจากผลตอบแทนที่ค่อนข้างต่ำ และผลตอบแทนหลังการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง"
รวมทั้ง ในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติยังลดการถือครองบัตรเงินฝาก (NCDs) ลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2567 การลดลงนี้เป็นการต่อเนื่องจากการลดลงในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่นักลงทุนเริ่มขายคืน NCDs ที่ถือมาตั้งแต่ปี 2566 เนื่องจากผลกำไรจากการใช้สัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราลดน้อยลง
"ในอนาคต นักลงทุนต่างชาติน่าจะลดการถือครอง NCDs ที่มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนลงอีก แต่ภาพรวมของการไหลออกของเงินทุนอาจชะลอตัวลง เนื่องจากผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดจีนที่ค่อยๆ ฟื้นตัว และแนวโน้มเงินหยวนที่ดีขึ้น" จาง กล่าว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์




