The Future of Money: เมื่อเทคโนโลยีใหม่กำลังเปลี่ยนโฉมระบบการเงินโลก

The Future of Money: เมื่อเทคโนโลยีใหม่กำลังเปลี่ยนโฉมระบบการเงินโลก

สำรวจอนาคตของระบบการเงินโลกไปกับ "โรนิต กอซ" Head of Future of Finance ของ Citi Global Insights ในงานฟินเทควีค บนเวที "Future of Money"

ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงโลกอย่างรวดเร็ว "เงิน" ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวันกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีอย่าง AI, บล็อกเชน และ Extended Reality (XR) เข้ามามีบทบาทสำคัญ ทำให้รูปแบบของเงินในอนาคตจะมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น

นิยามของเงินในมุมมองที่แตกต่าง

ในเวที “Future of Money” โรนิต กอซ Head of Future of Finance ของ Citi Global Insights กล่าวในงานเสวนา Smartcon ในสัปดาห์ฟินเทคของฮ่องกงเมื่อวันที่ 30 ต.ค. ว่า เงิน “มีความหมาย” ที่แตกต่างกันในหลายมิติ ในแง่สังคมและมานุษยวิทยา เงินเกิดขึ้นจากความจำเป็นในการแก้ปัญหาความไว้วางใจระหว่างผู้คนในสังคมขนาดใหญ่ ต่างจากสังคมเล็กๆ ที่ทุกคนรู้จักกัน ซึ่งสามารถใช้ระบบแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือหรือของขวัญได้

The Future of Money: เมื่อเทคโนโลยีใหม่กำลังเปลี่ยนโฉมระบบการเงินโลก

ในแง่กฎหมาย เงินถูกนิยามว่าเป็น "Legal Tender" หรือเงินตราที่กฎหมายรับรอง เช่น ดอลลาร์ฮ่องกงที่ผู้ค้าในฮ่องกงต้องยอมรับตามกฎหมาย ต่างจากสกุลเงินอื่นที่ไม่มีสถานะทางกฎหมายในพื้นที่นั้นๆ

ระบบการเงินในปัจจุบัน

ปัจจุบันในสหรัฐอเมริกา เงินที่หมุนเวียนในระบบประมาณ 75% เป็นเงินที่ที่มาจากธนาคารพาณิยช์ ไม่ใช่ธนาคารกลาง ขณะที่สกุลเงินดิจิทัลและคริปโทเคอเรนซีแม้จะมีคุณสมบัติคล้ายเงิน แต่ไม่ถือเป็นเงินตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าคริปโทเคอเรนซี “ไม่มีมูลค่า”

บทบาทของคริปโทเคอเรนซี

โรนิต กล่าวว่า คริปโทเคอเรนซีมีจุดเด่นในเรื่องความเป็นส่วนตัว คล้ายกับทองคำที่ในหลายวัฒนธรรม โดยเฉพาะในอินเดียที่ผู้หญิงถือครองทองคำราว 10% ของทองคำทั้งโลก เนื่องจากสามารถเก็บรักษาได้เองซึ่งก็เป็นคุณสมบัติของความเป็นส่วนตัว โดยไม่ต้องพึ่งพาสถาบันการเงินที่ “บางครั้งไม่น่าเชื่อถือ”

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการคริปโทกลับมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ จากสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อต่อต้านสถาบันการเงิน แต่ปัจจุบันกลับหันมาให้ความสำคัญกับการเข้ามาของสถาบันการเงินมากขึ้น ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของราคาบิตคอยน์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเริ่มมีความสัมพันธ์กับดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐมากขึ้น

The Future of Money: เมื่อเทคโนโลยีใหม่กำลังเปลี่ยนโฉมระบบการเงินโลก

การเติบโตของคริปโทและบทเรียนจากประวัติศาสตร์

นอกจากนี้ โรนิตยกตัวอย่างว่า พัฒนาการของเหรียญคริปโทอาจสามารถเทียบเคียงได้กับประวัติศาสตร์ของรถไฟในช่วงทศวรรษ 1830 ที่บริษัทรถไฟส่วนใหญ่ล้มละลาย แต่ก็ทิ้งมรดกที่มีค่าไว้คือ “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่สำคัญ เช่นเดียวกับคริปโทที่แม้จะมีหลายเหรียญที่อาจล้มตายไปแต่ก็จะมีบางเหรียญที่จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง

การพัฒนาของระบบการเงินแบบดั้งเดิม

ระบบการเงินแบบดั้งเดิม (FIAT) ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องภายใต้การแข่งขันและแรงกดดันจากเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะในด้านการชำระเงินข้ามประเทศ (Cross-border Payment) ที่ปัจจุบันใช้เวลาเพียงประมาณหนึ่งชั่วโมง ต่างจากในอดีตที่อาจใช้เวลาหลายวัน

Tokenization: การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

การโทเคนไนซ์หรือการแปลงสินทรัพย์ทางการเงินให้อยู่ในรูปดิจิทัล กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้จัดการกองทุนและนักลงทุนรายใหญ่ แม้ว่ากระบวนการนี้จะต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน ทั้งในด้านเทคนิค กฎหมาย และวัฒนธรรม

ผลกระทบต่อเงินดอลลาร์สหรัฐ

ที่น่าสนใจคือ โรนิตอธิบายว่า แนวโน้มการทำ Tokenization นี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเงินดอลลาร์ในอีก 3-7 ปีข้างหน้า เนื่องจากสินทรัพย์ส่วนใหญ่ที่จะถูกทำ Tokenization เป็นสินทรัพย์ที่อิงกับดอลลาร์ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนตลาดเงิน กองทุน Venture Capital หรือ Private Equity

พัฒนาการทางด้านการเงินทั้งหมดนับเป็นความย้อนแย้งที่เทคโนโลยีที่เริ่มต้นมาจากแนวคิดต่อต้านธนาคารและเงินดอลลาร์ กลับจะกลายเป็นตัวเสริมความแข็งแกร่งให้กับสกุลเงินดอลลาร์ แทนที่จะเป็นการทำลายอำนาจของมันอย่างที่หลายคนคาดการณ์