ผวา ‘สินทรัพย์’ ผันผวนหนัก ‘หุ้น-ทอง-คริปโท-ตราสารหนี้’ ป่วนปม 'เทรดวอร์-ภูมิรัฐศาสตร์'

ผวา ‘สินทรัพย์’ ผันผวนหนัก ‘หุ้น-ทอง-คริปโท-ตราสารหนี้’ ป่วนปม 'เทรดวอร์-ภูมิรัฐศาสตร์'

จับตาสินทรัพย์ “การลงทุนทั่วโลก” ปี 69 “หุ้น-ทองคำ-คริปโท-ตราสารหนี้” เผชิญแรงผันผวนต่อเนื่อง จาก "ภูมิรัฐศาสตร์-เทรดวอร์-ภาษีสหรัฐ” ตลท.ชี้ปัจจัยเลือกตั้งไทยกดดันตลาดหุ้น "ผู้ค้าทอง" ประสานเสียงปี 69 ทองคำเป็นดาวเด่นสินทรัพย์ปลอดภัย “คริปโท” เข้าช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ “ไทยบีเอ็มเอ” คาดมูลค่าออกหุ้นกู้ปี 69 แตะ 8.8 แสนล้าน

KEY

POINTS

  • ตลาดการลงทุนทั่วโลกและไทยเผชิญความผันผวนรุนแรงในสินทรัพย์หลัก ทั้ง หุ้น ทองคำ คริปโทเคอร์เรนซี และตราสารหนี้ โดยมีปัจจัยกดดันจากสงครามการค้าและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
  • ราคาทองคำถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นทิศทางขาขึ้นและมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ทะลุ 70,000 บาท จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยและการคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยสหรัฐจะปรับลดลง
  • ตลาดหุ้นไทย (SET) ให้ผลตอบแทนติดลบและยังคงมีความเสี่ยงผันผวนสูง สวนทางกับตลาดหุ้นโลกที่เติบโตดี โดยถูกกดดันจากปัจจัยภายนอกและความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ
  • ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีคาดว่าจะยังคงผันผวน โดยช่วงต้นปีอาจเป็นขาลง แต่มีโอกาสกลับตัวเป็นขาขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงกลางปี จากนโยบายการเงินและการคลังที่เอื้ออำนวย

ปฎิเสธไม่ได้ปี 2568 “ตลาดลงทุนทั่วโลกและไทย” ผันผวนหนัก “หุ้น-ทองคำ-คริปโทเคอร์เรนซี-ตราสารหนี้” สะท้อนภาพราคาสินทรัพย์ลงทุนข้างต้น อย่าง “ทองคำ-คริปโท-หุ้นสหรัฐ” ทำจุดสูงสุดใหม่ (All Time High) 

เริ่มต้นที่ตลาดทองคำโลกเคลื่อนไหวลดลงในวันที่ 31 ธ.ค.วันสุดท้ายของการซื้อขายปี 2568 สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ สหรัฐ งวดส่งมอบเดือน ก.พ.ลดลง 45.20 ดอลลาร์ หรือ 1.03% ปิดที่ 4,341.10 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่ตลอดทั้งปีนี้ทองคำทำผลงานโดดเด่นทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์มากกว่า 50 ครั้ง ปรับราคาขึ้นไป63% และทำผลงานรายปีดีที่สุดรอบ 46 ปี

ขณะที่ “ทองคำไทย” ที่ปิดสิ้นปีวันที่ 30 ธ.ค.ทองแท่ง 65,200 บาท ทองรูปพรรณ 66,000 บาท ราคาร่วงหนักวันเดียว 1,300 บาท ตลอดทั้งวันผันผวน 25 ครั้งต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิม 67,300 บาทแต่ตลอดปี 2568 ผลตอบแทนทองคำไทยบวก51%

นอกจากนี้การลงทุนตลาดหุ้นหลายแห่งทั่วโลกที่ทำผลงานรายปีเติบโตร้อนแรง โดยดัชนี MSCI all country world index ปิดสิ้นปีด้วยผลประกอบการเป็นบวก 20% ตลาดหุ้นทั่วโลกมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 15 ล้านล้านดอลลาร์ 

ขณะที่ดัชนี MSCI Asia-Pacific ปิดบวกทั้งปีที่ 27% ส่วนตลาดหุ้นที่เติบโตแข็งแกร่งสุดในภูมิภาคและในกลุ่มประเทศ จี20 คือ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ทำผลงานตลอดทั้งปีบวก 75.63% จากแรงกระตุ้นรัฐบาลใหม่ต่อตลาดทุน และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่ดีขึ้น

สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐแม้ปิดลบในการซื้อขายวันสุดท้าย 31 ธ.ค.แต่ตลอดทั้งปี 2568 ดัชนี S&P 500, Dow Jones และ Nasdaq ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเลขสองหลักและนับเป็น “ปีที่ 3 ติดต่อกันที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก” โดยแรงหนุนสำคัญมาจากความต้องการลงทุนหุ้นปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ด้านบลูมเบิร์กรายงานอ้างนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ทั่วโลกทั้ง UBS, JPMorgan และ Citi ออกโรงเตือนปี 2569 จะเป็นปีที่ “ตลาดหุ้นสหรัฐ” เผชิญความผันผวนรุนแรง โดยมีสาเหตุหลักมาจากกระแส AI ที่กำลังขับเคี่ยวกันระหว่าง ความกลัวตกขบวน หรือ “FOMO” กับความกังวลฟองสบู่แตก

ปี 2569 ตลาดหุ้นสหรัฐอาจเห็นการเทขายหุ้นรุนแรงหรือร่วงเกิน 10% เนื่องจากกระแส AI สร้างความหวังมหาศาลปะทะความกังวลฟองสบู่ใกล้แตก เมื่อฟองสบู่ยิ่งขยายตัวยิ่งมีความอ่อนไหวต่อข่าวร้ายเพียงเล็กน้อย ทำให้เกิดการเทขายครั้งใหญ่สลับการกลับตัวรวดเร็ว เนื่องจากนักลงทุนไม่แน่ใจว่าฟองสบู่แตกจริงหรือไม่ จึงรีบกลับเข้าซื้อเพราะกลัวพลาดกำไร

หุ้นไทยเสี่ยงผันผวนสูงในปี 2569

ราคาสินทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้นยกเว้น “ดัชนีหุ้นไทย” ปิดตลาดปี 2568 (30 ธ.ค.) อยู่ที่1,259.67 จุด เพิ่มขึ้น 5.64 จุด หรือ 0.45% แต่ตลอดทั้งปีผลตอบแทนติดลบ 10% ซึ่งสถานการณ์หุ้นไทยแตกต่างจากตลาดหุ้นโลก

รวมถึงด้วยปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุมจากปัจจัยภายนอก และความไม่แน่นอนทางการเมืองไทยสร้างความผันผวนให้สินทรัพย์ลงทุนดังนั้นปี 2569ทิศทางการลงทุนและปัจจัยกระทบยังกดดันสินทรัพย์การลงทุนทั่วโลกยังคง “ปั่นป่วน” ต่อเนื่อง

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดทุนไทยเผชิญความผันผวนสูงใน 12 เดือนข้างหน้า จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า นโยบายภาษีสหรัฐ รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ และการลงทุนที่ “ซบเซา” ต่อเนื่องหลายปี 

ขณะเดียวกันผลกำไรบริษัทจดทะเบียนลดลง 7.3% ช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ กดดันความเชื่อมั่น และทำให้เงินทุนไหลออกต่อเนื่อง ส่งผลสภาพคล่องตลาดลดเหลือเฉลี่ยวันละ 40,000-42,000 ล้านบาท และ Market Cap ลดต่อเนื่อง 

ดังนั้น หากจีดีพีไทยยังต่ำกว่า 2% คงยากที่บรรยากาศการลงทุนจะฟื้น แต่หาก EPS ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปรับตัวขึ้น ดัชนี SET Index มีโอกาสขยับตาม พร้อมเรียกร้องความร่วมมือภาครัฐและเอกชนสร้าง S-Curve ใหม่และยกระดับตลาดทุนไทยเติบโตยั่งยืน

“บล.บัวหลวง” คาดหุ้นไทยปี 69 ฟื้น 

นายพิริยพล คงวาณิช ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์พื้นฐาน บล.บัวหลวง ระบุว่า การฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะค่อยเป็นค่อยไป โดยการลงทุนเอกชนโต 3.7% ได้แรงหนุนจาก FDI อุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้มีแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า 

พร้อมคาดดัชนีหุ้นไทยทยอยฟื้นตัวหลัง “ผ่านจุดต่ำสุด” ในไตรมาส 3-4 ปี 2568 และฟื้นชัดเจนครึ่งหลังปี 2569 ตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว โดยแรงหนุนหลักจาก 5 ปัจจัย ได้แก่ 1.วัฏจักรสะสมสินค้าคงคลังรอบใหม่ 2.การลงทุนดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ 3.มาตรการกระตุ้นตลาดทุน TISA 4.นโยบายการเงินผ่อนคลายคาดดอกเบี้ยลดเหลือ 1.00% 5.การฟื้นตัวภาคท่องเที่ยวคาดนักท่องเที่ยว 34 ล้านคน

ทั้งนี้ ความเสี่ยงยังอยู่ที่เศรษฐกิจโลกอ่อนแรง ตลาดแรงงานสหรัฐ อสังหาริมทรัพย์จีน และความไม่แน่นอนการเมืองไทยที่อาจกระทบลงทุนภาครัฐ สำหรับกลยุทธ์ลงทุนปี 2569 แนะนำหุ้นที่กำไรชัดและปันผลสูง เน้นกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และ Digital Transformation

ปี 69 “ทองคำ” จ่อทะลุ 70,000 บาท  

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า คาดแนวโน้ม “ราคาทองคำ” ปี 2569 มีโอกาสทะลุ 70,000 บาท ด้วยปัจจัยสำคัญอัตราดอกเบี้ยสหรัฐลดลง, ความไม่เชื่อมั่นดอลลาร์ อีกทั้งสงครามการค้าและหนี้เพิ่มขึ้น, ธนาคารกลางหลายประเทศซื้อทองคำเพิ่ม ดังนั้นแนะนำนักลงทุนทยอยสะสมทองคำเมื่อราคาทองคำย่อตัวเพราะทองคำอยู่ช่วง “ขาขึ้น” ระยะยาว

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการฝ่ายบริหารกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ หรือ “แม่ทองสุก เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า แนวโน้มราคาทองคำปี 2569 เป็นทิศทางขาขึ้นชัดเจนมีปัจจัยหลักเป็นแรงขับเคลื่อนระยะยาวการลดดอกเบี้ยของเฟด รวมทั้งปัจจัยเสริม นโยบายการเงินเฟดผ่อนคลายขึ้น รวมถึงการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบและแนวโน้มดอลลาร์อ่อนค่าลง

นอกจากนี้มีความเสี่ยงที่เป็นผลบวกต่อราคาทองคำเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” ไม่ว่าจะเป็น “สงครามการค้าในสหรัฐยังไม่สิ้นสุด” และสงครามจริง เช่น ชายแดนไทย-กัมพูชา และความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ตะวันออกกลาง และที่สำคัญธนาคารกลางหลายประเทศซื้อทองคำเพิ่มต่อเนื้อง ดังนั้น ให้เป้าหมายราคาปี 2569 ทองคำโลก 4,800-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนทองคำไทยทะลุ 70,000 บาท

“เชื่อราคาทองคำไทยมีโอกาสเห็นทะลุ 70,000 บาทแน่นอนปี 69 โดยประมาณการหากทองคำโลกขึ้น 20% และทองไทยขึ้น 15% รวมทั้งจากบาทแข็งต่อราคาทองคำไทยจะยิ่งไปถึงระดับ 70,000 - 80,000 บาทได้” 

“วายแอลจี” คาดทองมีโอกาสทำ “ออลไทม์ไฮ” อีก

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) กล่าวว่า ปี 2569 คาดทองคำอาจทำ All Time High อีก 1 ปี โดยปี 2569 ให้ราคาเป้าหมายที่ 4,721-4,900 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ 

ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศให้ราคาเป้าหมาย 69,500-72,150 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณจากค่าเงินบาท 31.06 บาทต่อดอลลาร์) จากหลายปัจจัย โดยเฉพาะกำลังซื้อจีนที่ขับเคลื่อนตลาดนี้อาจเพิ่มขึ้นจากการผิดนัดชำระหนี้และสถานการณ์เศรษฐกิจที่แย่ ทำให้คนทั่วไปเลือกจะลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่า

ลุ้นบิตคอยน์ทำสถิติสูงสุดใหม่

นายธนลภย์ ปรีดามาโนช ผู้จัดการเงินทุน บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด กล่าวว่า ตลาดคริปโทปี 2569 ยัง “ผสมผสาน” ทั้งปัจจัยบวกและลบ โดย “ช่วงต้นปี” ปัจจัยที่มีน้ำหนักมากกว่ายังอยู่ฝั่งลบ นำโดยปัจจัยเชิงเทคนิคยังมีโครงสร้าง “ขาลง” และยังไม่เห็นสัญญาณการกลับตัวหลัง liquidate ครั้งใหญ่เมื่อ 10 ต.ค. กระแสข่าวลบบริษัท Strategy และแนวโน้มการเก็บ BTC ที่ลดลงของกลุ่ม DATs

ดังนั้น คาดการณ์ราคาบิตคอยน์ช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า อยู่กรอบ 70,000-94,000 ดอลลาร์ จุดบ่งบอกว่าบิตคอยน์ “ขาลง” หรือ จุดยอมแพ้ (stop-loss) ราคาต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ มองจะเสียทางและเสียโมเมนตัมเชิงเทคนิค

และเสียความเชื่อมั่นจะถือว่ากลับกลายเป็น “ขาลง” ส่วนจุดบ่งบอกว่าบิตคอยน์เข้าสู่ตลาด “ขาขึ้น” หากราคาเบรก 94,000 ดอลลาร์ขึ้นไปได้ เพราะเป็นแนวต้านใหญ่ แต่หากยังไม่ผ่านจุดนี้จะยังไม่เป็นขาขึ้น

สิ่งที่ยังเป็น “บวก” คือ “สภาพคล่อง” ขาขึ้นทั้งจากนโยบายการเงินที่จะเปลี่ยนประธานเฟดเป็นสายผ่อนคลายขึ้นในเดือน พ.ค.และฝั่งนโยบายการคลังมีแนวโน้มอัดสภาพคล่องก่อนเลือกตั้งกลางเทอมเดือน พ.ย.ทำให้มีโอกาสเห็น “การกลับตัว” ได้ “ตั้งแต่ช่วงกลางปี”

สำหรับธีมลงทุนปีนี้จากกระแสเก็งกำไรสู่เหรียญที่มีปัจจัยพื้นฐาน และเกิดการใช้งานจริง โดยมีธีมหลักปีนี้เป็น Tokenization ที่ได้รับการผลักดันจากทุกฝ่ายตั้งแต่ ก.ล.ต.สหรัฐที่ระบุชัดเจนว่า Financial product ทั้งหมดในอนาคตจะไปอยู่ On-chain

รวมถึงนักลงทุนสถาบันที่ผลักดัน Real-world asset นำสินค้าของตนเองลง Blockchain และเริ่มเห็นเทรนด์กลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่ลดการเก็งกำไรในเหรียญไร้พื้นฐาน

หุ้นกู้ปี 69 จ่อ “คึกคัก” รับแรงหนุนดอกเบี้ยขาลง

ภาพรวมหุ้นกู้ปี 2568 สะท้อนความยากลำบากของภาคธุรกิจที่รับผลกระทบเศรษฐกิจชะลอตัว แต่แนวโน้มตลาดหุ้นกู้ปี 2569 แม้เศรษฐกิจขยายตัวต่ำแต่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaBMA) คาดว่าปัญหาหุ้นกู้จะทยอยคลี่คลายตามทิศทางเศรษฐกิจ

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า แนวโน้มออกหุ้นกู้ปี 2569 ทิศทางสดใสต่อจากปลายปี 2568 แรงหนุนจากดอกเบี้ยลดสู่ระดับน่าสนใจทำให้ต้นทุนออกหุ้นกู้ลดและกระตุ้นหลายบริษัทเร่งตัดสินใจ

ThaiBMA คาดว่ามูลค่าการออกหุ้นกู้ปี 2569 อยู่ที่ 8.8 แสนล้านบาท แต่มีโอกาสสูงที่จะมากกว่านี้เพราะมีหุ้นกู้ครบกำหนดชำระปีหน้า 8.9 แสนล้านบาท โดยบริษัทฐานะการเงินมั่นคงและอันดับเครดิตสูงมีแนวโน้มโรลโอเวอร์ รวมทั้งอาจมีบริษัทที่ไม่อยู่ในคาดการณ์แต่ออกหุ้นกู้เพิ่มเพราะต้นทุนการระดมทุนเอื้อต่อการตัดสินใจ

ผวา ‘สินทรัพย์’ ผันผวนหนัก ‘หุ้น-ทอง-คริปโท-ตราสารหนี้’ ป่วนปม 'เทรดวอร์-ภูมิรัฐศาสตร์'