หุ้นสหรัฐปิดบวกวันแรกของปี 2026 หยุดการปิดลบสี่วันติด แต่ยังไม่มีซานตาแรลลี่

หุ้นสหรัฐปิดบวกวันแรกของการซื้อขายปี 2026 หยุดการปิดลบ 4 วันทำการติดต่อกัน ด้วยแรงซื้อหุ้นชิปและอุตสาหกรรม แม้ตลาดยังไร้ “ซานตาคลอสแรลลี่” เดือนแรกนักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงาน ส่วนทั้งปียังมุ่งที่ทิศทางดอกเบี้ยเฟด ประธานเฟดคนใหม่ และความเสี่ยงภาษีทรัมป์
ในการซื้อขายวันแรกของปี 2026 ดัชนีดาวโจนส์และเอสแอนด์พี 500 ปิดบวกได้ในวันศุกร์ที่ 2 ม.ค. หยุดการปิดลบ 4 วันทำการติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มชิปอย่าง Nvidia และ Intel รวมถึงหุ้น Boeing
ดัชนี Philadelphia SE Semiconductor ปรับขึ้น 4% ขณะที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภคก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน หุ้น Caterpillar และ Boeing เพิ่มขึ้น 4.5% และ 4.9% ตามลำดับ ช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์
หุ้นกลุ่มชิปช่วยพยุงตลาดในวันศุกร์ โดยดัชนี Philadelphia SE Semiconductor ปรับขึ้น 4% ขณะที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภคก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน หุ้น Caterpillar และ Boeing เพิ่มขึ้น 4.5% และ 4.9% ตามลำดับ ช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์
อย่างไรก็ตาม แม้หุ้นกลุ่มชิปจะปรับตัวขึ้น แต่หุ้นขนาดใหญ่หลายตัว เช่น Apple และ Microsoft กลับปรับตัวลดลง ฉุดการปรับขึ้นของดัชนีเอสแอนด์พี 500 และทำให้ดัชนีแนสแด็คปิดลบ
- ดัชนี Dow Jones เพิ่มขึ้น 319.10 จุด หรือ+ 0.66% ปิดที่ 48,382.39 จุด
- ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 12.97 จุด หรือ +0.19% ปิดที่ 6,858.47 จุด
- ดัชนี NASDAQ Composite ลดลง 6.36 จุด หรือ -0.03% ปิดที่ 23,235.63 จุด
เอสแอนด์พี 500 และแนสแด็กยังเผชิญแรงกดดันจากการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยสำหรับผู้บริโภค รวมถึง Amazon ขณะที่ Tesla ร่วงลง 2.6% หลังยอดขายทั้งปีลดลงเป็นปีที่สองติดต่อกัน
โจ มาซโซลา หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การซื้อขายและอนุพันธ์ของ Charles Schwab กล่าวกับรอยเตอร์สว่า ตลาดกำลังอยู่ในภาวะการลงทุนแบบ “ซื้อเมื่อย่อตัว ขายเมื่อปรับขึ้น” ที่นักลงทุนพยายามทำกำไรจากความผันผวนระยะสั้นของตลาดด้วยการจับจังหวะเข้าและออก
“แต่ผมคิดว่านักลงทุนอาจเริ่มคิดมากขึ้นถึงมูลค่าที่พวกเขาจ่ายไปสำหรับหุ้นกลุ่ม AI” มาซโซลา กล่าว “แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อพวกเขามีโอกาสซื้อหุ้นในช่วงที่ราคาปรับตัวลง พวกเขาก็ยังคงทำเช่นนั้นต่อไป ผมไม่คิดว่ามันจะหยุดลงในเร็วๆ นี้”
ส่วนหุ้นขนาดเล็กซึ่งปรับตัวลงในช่วงหลายวันที่ผ่านมาก็ฟื้นตัวเช่นกัน โดยดัชนี Russell 2000 ปรับขึ้น 1.1% ยุติการปิดลบ 4 วันทำการติดต่อกัน
แรงขายในช่วงก่อนหน้านี้ได้บั่นทอนความคาดหวังต่อการเกิด “ซานตาคลอสแรลลี่” ซึ่งโดยปกติแล้วตลาดมักจะปรับขึ้นในช่วง 5 วันทำการสุดท้ายของเดือนธ.ค. และ 2 วันแรกของเดือนม.ค. ตามข้อมูลจาก Stock Trader’s Almanac
ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเป็นตัวกำหนดบรรยากาศของตลาดการเงินโลกในปี 2026 หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดและความคาดหวังต่อประธานเฟดคนใหม่ที่มีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายมากขึ้น ทำให้นักลงทุนเริ่มคาดการณ์ถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
เดนนิส ดิก หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Stock Trader Network กล่าวว่า ประธานเฟดคนต่อไปน่าจะมีท่าทีผ่อนคลายนโยบายมากกว่าเจอโรม พาวเวลล์ และเขาคาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ อัตราดอกเบี้ยน่าจะปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ “ซึ่งจะเป็นผลดีต่อหุ้นทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่หุ้นเทคโนโลยีเท่านั้น”
ประเด็นสำคัญในเดือนม.ค. 2026 จะอยู่ที่ "ข้อมูลตลาดแรงงาน" ซึ่งจะประกาศในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะหลังจากพาวเวลล์เตือนในการประชุมเดือนธ.ค. ของเฟดว่า จะยังไม่เร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยจนกว่าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการจ้างงาน
ทั้งนี้ ตลอดปี 2025 ดัชนีดาวโจนส์, เอสแอนด์พี 500 และแนสแด็ค ต่างทำผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก นับเป็นปีที่สามติดต่อกันที่ตลาดปิดบวก ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลยนับตั้งแต่ปี 2019-2021







