background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เปิดเบื้องหลัง ‘การประชุม กนง.’ แจงยิบ ขั้นตอนวิธีการมีอะไรบ้าง

เปิดเบื้องหลัง ‘การประชุม กนง.’ แจงยิบ ขั้นตอนวิธีการมีอะไรบ้าง

ธปท. เปิดบทความพิเศษเรื่อง “เปิดเบื้องหลังการประชุม กนง.” หวังเห็นถึงขั้นตอนในการประชุมของ กนง. ทั้งก่อน และหลังประชุม สะท้อนให้เห็นถึงรายละเอียด และความใส่ใจของทีมงาน ธปท. และ บอร์ด กนง. ทุกคน

หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ซึ่งเป็นหนึ่งในบอร์ดชุดเล็กของ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ​เผชิญคำถามอย่างหนักถึงการตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 2.5% แม้ว่าจะหั่นคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อในปีนี้ลงค่อนข้างมาก 

โดยคาดการณ์เศรษฐกิจปรับลดการเติบโตในปีนี้ลงเหลือ 2.8% จากเดิม 3.6% ส่วนเงินเฟ้อปรับลดการเติบโตลงเหลือ 1.6% จากคาดการณ์เดิม 2.5% ภาพดังกล่าวจึงดูจะเป็นการทำนโยบายการเงินที่สวนทางกับภาพเศรษฐกิจค่อนข้างมาก

 

ล่าสุด ธปท. ได้เผยแพร่บทความพิเศษเรื่อง “เปิดเบื้องหลังการประชุม กนง.” ซึ่งเขียนโดย นิธิสาร พงศ์ปิยะไพบูลย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายนโยบายการเงิน ซึ่งบทความนี้สะท้อนถึงขั้นตอนในการประชุมของ กนง. ไม่ว่าจะก่อน และหลังการประชุมว่าเป็นอย่างไร เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงรายละเอียด และความใส่ใจของทีมงาน ธปท. และ บอร์ด กนง. ทุกคน

สำหรับบทความดังกล่าวระบุไว้ว่า… วังบางขุนพรหม ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณเชิงสะพานพระราม 8 ประตูรั้วของที่นี่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในยุคหนึ่งของไทย เมื่อมองเข้าไปจะพบกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานใหญ่ ที่นี่เป็นศูนย์กลางในการกำหนดนโยบายการเงินหรือการขยับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อันจะมีผลไปทั่วทั้งเศรษฐกิจไทย ในบทความนี้ ผมขอชวนทุกท่านเดินเข้ามาในรั้ววังบางขุนพรหม เพื่อชมเบื้องหลังการประชุมการกำหนดนโยบายการเงินกัน

เปิดเบื้องหลัง ‘การประชุม กนง.’ แจงยิบ ขั้นตอนวิธีการมีอะไรบ้าง

ความเป็นอิสระของนโยบายการเงิน

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เป็นคณะกรรมการชุดหนึ่งใน ธปท. ทำหน้าที่ตัดสินใจเรื่องนโยบายการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการขึ้น-คง-ลด “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” โดยกรรมการ กนง. มี 7 ท่าน เป็นผู้บริหาร ธปท. 3 ท่าน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก 4 ท่าน ซึ่งกรรมการจากภายนอกที่มีจำนวนมากกว่าภายใน ธปท. สะท้อนการเปิดกว้างเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภายนอก

กนง. และกระทรวงการคลังร่วมกันกำหนดเป้าหมายของนโยบายการเงินเป็นประจำทุกปี โดยคณะรัฐมนตรีเป็นผู้อนุมัติเป้าหมาย (ปัจจุบันใช้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ 1–3% เป็นกรอบเป้าหมาย)

แต่สำหรับวิธีการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น กนง. มีอิสระเต็มที่ในการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และเสถียรภาพระบบการเงิน หรือเรียกว่ามีอิสระในการทำงาน (operational independence) นั่นเอง

ในบางครั้งที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 12 เดือนออกนอกกรอบเป้าหมาย กนง. จะเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยในจดหมายดังกล่าวจะอธิบายถึงสาเหตุที่เงินเฟ้อออกนอกกรอบเป้าหมาย แนวทางการดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไป และระยะเวลาที่คาดว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่กรอบเป้าหมาย

โดย กนง. จะเปิดเผยเนื้อหาของจดหมายเปิดผนึกต่อสาธารณชน อันเป็นการสื่อสารเพื่อแสดงความรับผิดชอบและความโปร่งใสนั่นเอง

กนง. ต้องประชุมกันบ่อยแค่ไหน

ปัจจุบัน กนง. ประชุม 6 ครั้งต่อปี แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 7–10 สัปดาห์ โดยจะประกาศตารางการประชุมทั้งปีล่วงหน้าให้สาธารณชนรับทราบ (ประมาณไตรมาสที่ 4 ของปีก่อนหน้า) ซึ่งความถี่ในระดับนี้จะทำให้การประชุมของ กนง. มีข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อประมาณ 2 เดือน และมีข้อมูลใหม่ๆ เพียงพอที่จะชี้ทิศทางของเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อไปข้างหน้าได้ชัดเจนมากขึ้น

อย่างไรก็ดี หากมีสถานการณ์เร่งด่วน กนง. สามารถเรียกประชุมรอบพิเศษได้ อย่างเช่น ในเดือนมีนาคม 2563 ที่มีการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จากวิกฤติโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก

การประชุม กนง. แต่ละครั้งเริ่มต้นอย่างไร

ในการประชุม กนง. แต่ละครั้ง กรรมการจะฝากโจทย์ด้านเศรษฐกิจและการเงินให้ฝ่ายเลขานุการไปศึกษาวิเคราะห์เพิ่มเติมสำหรับการประชุมรอบถัดไป ซึ่งภายใน 2 สัปดาห์หลังจบการประชุม กนง. ทีมงานฝ่ายเลขานุการจะจัดประชุมร่วมกับส่วนงานภายในที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดประเด็นที่จะวิเคราะห์ใน กนง. รอบถัดไป (เรียกว่า Issue Meeting) โดยรวบรวมทั้งโจทย์ที่กรรมการฝากไว้ และสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจที่สำคัญในช่วงเวลานั้น ซึ่งจะส่งผลต่อการดำเนินนโยบายการเงิน

ในห้วงเวลาระหว่างการประชุม กนง. แต่ละรอบ กรรมการจะติดตามข้อมูลเศรษฐกิจ โดยมีเจ้าหน้าที่ช่วยงานกรรมการ (liaison) จากทาง ธปท. โดย liaison จะช่วยกรรมการค้นคว้าข้อมูลที่ต้องการ และกรรมการยังฝากโจทย์เพิ่มเติมผ่านทาง liaison มายังฝ่ายเลขานุการอีกด้วย

หากโจทย์ที่ได้รับมาไม่สามารถหาคำตอบได้จากข้อมูลตัวเลขเชิงสถิติ แต่ต้องการข้อมูลเชิงลึกจากภาคสนาม ทีมงานของ ธปท. ที่รับผิดชอบด้านวิเคราะห์สนเทศธุรกิจและครัวเรือน ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเศรษฐกิจและธุรกิจระหว่าง ธปท. กับผู้ประกอบธุรกิจ (Business Liaison Program: BLP) ทั้งจากสำนักงานใหญ่และสำนักงานภาคทั้ง 3 แห่ง (ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้)

จะนำโจทย์ดังกล่าว ลงพื้นที่ไปสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ประกอบการ และหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาคำตอบ รวมถึงช่วยจับชีพจรเศรษฐกิจในพื้นที่ รับฟังข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่างๆ มากลั่นกรองให้ กนง. รับทราบ รวมถึงสำนักงาน ธปท. ในต่างประเทศ เช่น ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ก็จะสังเคราะห์ข้อมูลจากการลงพื้นที่ภาคสนามและเข้าพบหน่วยงานต่างๆ ในจีน แล้วส่งสรุปสถานการณ์เศรษฐกิจจีนมาเป็นข้อมูลให้ กนง. เช่นกัน

เปิดเบื้องหลัง ‘การประชุม กนง.’ แจงยิบ ขั้นตอนวิธีการมีอะไรบ้าง

มองไปข้างหน้าด้วยการพยากรณ์แนวโน้มเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อ

กว่านโยบายการเงินแต่ละครั้งจะส่งผลไปยังเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ ต้องใช้เวลา 4 – 8 ไตรมาส กนง. จึงต้องประเมินภาพเศรษฐกิจไปข้างหน้าให้ชัดเจนที่สุด ดังนั้น การพยากรณ์แนวโน้มเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อ หรือที่เรียกว่าการทำประมาณการ (forecast) จึงเป็นเครื่องมือสำคัญของธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งทีมงานของ ธปท. จะจัดทำประมาณการไปข้างหน้า 8 ไตรมาส หรือเท่ากับ 2 ปี เพื่อประกอบการตัดสินนโยบายการเงิน และ กนง. จะพิจารณาอนุมัติเผยแพร่ประมาณการดังกล่าวเป็นรายไตรมาส

ก่อนประชุม กนง. ประมาณ 3 สัปดาห์ กระบวนการพยากรณ์จะเริ่มต้นจากการประชุมจัดทำข้อสมมติที่ใช้ในประมาณการ (assumptions) ในช่วง 8 ไตรมาสข้างหน้า เช่น การขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ราคาน้ำมัน การใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งข้อสมมติเหล่านี้เป็นตัวแปรสำคัญที่ใส่ลงไปในแบบจำลองทางเศรษฐกิจ (economic model) เพื่อพยากรณ์เศรษฐกิจ และเงินเฟ้อในอนาคต

ขั้นต่อมาคือ การประมาณการจีดีพีของไตรมาสล่าสุด เพื่อให้จุดตั้งต้นของประมาณการมีความแม่นยำมากขึ้น ใกล้เคียงความจริงที่สุด โดยนำข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด 2-3 เดือนในไตรมาสนั้นมาพยากรณ์จีดีพีของทั้งไตรมาสด้วยเครื่องมือต่างๆ เช่น National Account Forecasting Framework (NAFF) หรือใช้วิธี Nowcasting  อื่นๆ นอกจากนี้ การทำประมาณการเงินเฟ้อของไตรมาสล่าสุดจากรายองค์ประกอบหรือรายหมวดสินค้า ก็ช่วยให้ประมาณการเงินเฟ้อมีความแม่นยำมากขึ้นเช่นกัน

สำหรับประมาณการไปข้างหน้า 8 ไตรมาสนั้น ทีมงาน ธปท. จะใช้แบบจำลองทางเศรษฐกิจต่างๆ เช่น BOT Macroeconometric Model (BOTMM) หรือ Integrated Policy Macroeconomic Model (IPMM) ประกอบกับข้อมูลเชิงคุณภาพที่ได้จาก BLP และความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ประมาณการเศรษฐกิจใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด

อย่างไรก็ดี ประมาณการย่อมมีความไม่แน่นอน ธปท. จึงจัดทำแผนภูมิรูปพัด (fan chart) เพื่อสะท้อนโอกาสที่จีดีพี และเงินเฟ้อจะสูงกว่าหรือต่ำกว่ากรณีฐานมากน้อยเพียงใด

นอกจากนี้ หากมีความไม่แน่นอนสูงมาก ประมาณการจะจัดทำแยกเป็น “ฉากทัศน์ (scenario)” อย่างในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับฉากทัศน์ในเรื่องความเสี่ยงของโควิด 19 ว่าจะระบาดรุนแรงน้อย ปานกลาง หรือมาก (สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการพยากรณ์แนวโน้มเศรษฐกิจได้ในคอลัมน์ The Knowledge หน้า 24)

Nowcasting คือ การใช้ข้อมูลรายเดือนของไตรมาสล่าสุด มาคาดการณ์ตัวเลขจีดีพีไตรมาสนั้นๆ ระหว่างรอตัวเลขจริงที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะเผยแพร่ เปิดเบื้องหลัง ‘การประชุม กนง.’ แจงยิบ ขั้นตอนวิธีการมีอะไรบ้าง

เปิดเบื้องหลัง ‘การประชุม กนง.’ แจงยิบ ขั้นตอนวิธีการมีอะไรบ้าง

ก่อนโค้งสำคัญ : การสรุปข้อมูลภาวะ และแนวโน้มเศรษฐกิจ

ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนประชุม กนง. ทีมงาน ธปท. ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะมาประชุมเพื่อสรุปข้อมูลภาวะเศรษฐกิจล่าสุด และสรุปตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจที่จะนำเสนอ กนง. ก่อนเผยแพร่ รวมทั้งข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการตัดสินนโยบายการเงิน เช่น ภาวะ และแนวโน้มตลาดการเงิน ภาวะ และแนวโน้มเสถียรภาพระบบการเงิน ซึ่งเรียกว่า Dry Run Meeting หรืออธิบายง่ายๆ ก็คือ เป็นการซ้อมใหญ่ก่อนนำเสนอข้อมูลให้ กนง. นั่นเอง

หลังจากประชุม Dry Run ฝ่ายเลขานุการ จะจัดทำเอกสารการประชุมส่งให้กรรมการโดยแบ่งเป็น 2 แฟ้ม แฟ้มแรกเรียกว่า “เอกสารเล่มเขียว” เป็นสไลด์ของแต่ละวาระที่จะนำเสนอแก่ กนง. ในวันประชุม อีกแฟ้มเรียกว่า “เอกสารเล่มฟ้า” เป็นข้อมูลเศรษฐกิจ และการเงินในรายละเอียด ข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์และลงพื้นที่ (BLP) โดยรวมถึงบทวิเคราะห์ประเด็นพิเศษในรายละเอียด

ทั้งนี้ เอกสารการประชุมข้างต้นจะส่งให้กรรมการล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนประชุม กนง. วันแรก เพื่อให้กรรมการมีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอ

เปิดเบื้องหลัง ‘การประชุม กนง.’ แจงยิบ ขั้นตอนวิธีการมีอะไรบ้าง

ช่วงเวลางดให้สัมภาษณ์ (Silent Period หรือ Blackout Period)

ในช่วงก่อนการตัดสินนโยบายการเงิน หากสาธารณชนได้รับข้อมูลที่แตกต่างกันอาจสร้างความสับสน และทำให้วางแผนเรื่องต่างๆ ผิดพลาดได้ นอกจากนี้ หากมีผู้ทราบข้อมูลทิศทางนโยบายการเงินมากกว่าผู้อื่นจะมีความได้เปรียบ และนำไปแสวงหาประโยชน์ได้

ดังนั้น ธนาคารกลางทั่วโลกจึงงดการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับทิศทางของนโยบายการเงินในช่วงก่อนประชุมตัดสินใจ เรียกว่า silent period หรือ blackout period โดยในช่วงเวลานี้ กรรมการ กนง. รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ธปท.

ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประชุมจะงดให้สัมภาษณ์ รวมถึงงดการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยเพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ (conflict of interest) โดย ธปท. กำหนด silent period เป็นระยะเวลา 12 วัน (รวมวันเสาร์-อาทิตย์) ก่อนวันตัดสินนโยบายการเงินที่ประกาศแก่สาธารณชน ทั้งนี้ เพื่อให้ครอบคลุมเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนการประชุม กนง. วันแรก ซึ่งกรรมการจะเริ่มรับทราบข้อมูลที่ฝ่ายเลขานุการส่งให้แล้ว

การจัดทำข้อเสนอแนะในการดำเนินนโยบายการเงิน

ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนการตัดสินนโยบายการเงิน ผู้บริหาร ธปท. ในสายนโยบายการเงิน ซึ่งทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของ กนง. จะประชุมร่วมกันเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายแก่ กนง. (Policy Recommendation Meeting) ว่าควรดำเนินนโยบายการเงินอย่างไร จึงจะเหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และเสถียรภาพระบบการเงินในระยะข้างหน้า

โดยวิเคราะห์ทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน และครบถ้วน ประเมินข้อดีข้อเสียของแต่ละทางเลือกเชิงนโยบาย เพื่อให้กรรมการ กนง. เห็นภาพที่ชัดเจนที่สุดประกอบการตัดสินใจขึ้น-คง-ลด อัตราดอกเบี้ยนโยบาย

Pre D-day : การประชุม กนง. วันแรก

ในการประชุม กนง. แต่ละรอบ กรรมการจะมาประชุมร่วมกัน 2 วัน โดยการประชุมวันแรกมักเป็นวันศุกร์ (5 วันก่อนการตัดสินนโยบาย) ซึ่งอาจเป็นช่วงครึ่งวันเช้าหรือครึ่งวันบ่าย สำหรับวาระการประชุมจะครอบคลุมภาวะและแนวโน้มในหลายเรื่อง อาทิ เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย อัตราเงินเฟ้อ ตลาดการเงิน เสถียรภาพระบบการเงิน และประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมรอบนั้น

โดยมีผู้บริหาร ธปท. ที่ดูแลในแต่ละด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านตลาดการเงิน ด้านสถาบันการเงิน เข้าประชุมอย่างครบถ้วน ซึ่งกรรมการ กนง. จะซักถามฝ่ายเลขานุการ รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ให้ชัดเจน จากนั้น กนง. จะอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกรรมการเกี่ยวกับผลต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินภายใต้แนวโน้มเศรษฐกิจล่าสุด

ในการประชุมวันแรกนี้จะยังไม่มีการลงมติตัดสินใจ กรรมการ กนง. จะยังมีเวลากลับไปคิดทบทวนนโยบายการเงินที่เหมาะสม ก่อนมาประชุมในวันที่สองเพื่อลงมติ เปิดเบื้องหลัง ‘การประชุม กนง.’ แจงยิบ ขั้นตอนวิธีการมีอะไรบ้าง

เปิดเบื้องหลัง ‘การประชุม กนง.’ แจงยิบ ขั้นตอนวิธีการมีอะไรบ้าง เปิดเบื้องหลัง ‘การประชุม กนง.’ แจงยิบ ขั้นตอนวิธีการมีอะไรบ้าง

On the D-day : การประชุม กนง. วันที่สอง

การประชุม กนง. วันที่สอง เป็นวันตัดสินนโยบายการเงินที่ประกาศแก่สาธารณชน โดยจะเริ่มประชุมตั้งแต่ 8.30 น. ของเช้าวันพุธ วาระการประชุมของวันนี้จะเริ่มตั้งแต่ฝ่ายเลขานุการตอบคำถามของ กนง. ที่อาจฝากโจทย์ไว้ในการประชุมวันแรก ต่อมาเลขานุการ กนง. จะนำเสนอแนวทางการดำเนินนโยบายที่เหมาะสมแก่กรรมการ กนง. ซึ่งอาจมีหลายทางเลือก

จากนั้นจะเป็นช่วงเวลาการอภิปรายอย่างกว้างขวางของกรรมการทั้ง 7 ท่าน เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบายการเงิน กรรมการทุกท่านล้วนมีประสบการณ์ และมุมมองที่หลากหลายจึงอาจมีความเห็นต่างกันบ้าง

แต่ทุกท่านจะแลกเปลี่ยนความเห็น และรับฟังซึ่งกัน และกันอย่างเต็มที่ เมื่อการอภิปรายจบลง จะเป็นการลงมติตัดสินของกรรมการ กนง. แต่ละท่านพร้อมให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ เมื่อลงมติเสร็จสิ้นแล้ว กรรมการทุกท่านจะร่วมกันปรับร่างแถลงข่าวผลการประชุม กนง. เพื่อให้สอดคล้องกับการอภิปราย และเหตุผลที่ให้ในช่วงการลงมติตัดสินนโยบายการเงิน ในบางครั้งที่สถานการณ์ซับซ้อนยากต่อการตัดสินใจ การประชุม กนง. อาจใช้เวลานานจนเลยเวลาอาหารเที่ยงยาวไปจนบ่ายโมงก็มี

การสื่อสารนโยบายการเงินหลังการประชุม

หลังกรรมการ กนง. อนุมัติร่างแถลงข่าวผลการประชุมแล้ว ฝ่ายเลขานุการจะเร่งแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อนำเอกสารแถลงข่าวผลการประชุมทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ธปท. เวลา 14.00 น. เพื่อให้ทั่วโลกรับทราบผลการประชุมพร้อมกัน เนื่องจากการตัดสินนโยบายการเงินมีผลกระทบต่อทั้งตลาดการเงิน และตลาดอัตราแลกเปลี่ยน นักลงทุนและนักวิเคราะห์ทั่วโลกจึงเฝ้ารอข่าวดังกล่าว

หลังจากนั้นเวลา 14.30 น. ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ในฐานะเลขานุการ กนง. จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อตอบข้อสอบถาม โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook Live อีกด้วย

ทั้งนี้ หากเป็นรอบการประชุม กนง. ที่เผยแพร่ประมาณการแนวโน้มจีดีพี และเงินเฟ้อ ข้อมูลดังกล่าวก็จะเผยแพร่ในวันแถลงข่าวผลการประชุม กนง. เช่นกัน

หลังจากการประชุม 2 สัปดาห์ กนง. จะเผยแพร่รายงานการประชุม กนง. (ฉบับย่อ) หรือที่เรียกว่า edited minutes ผ่านทางเว็บไซต์ ธปท. เอกสารดังกล่าวจะสรุปสาระสำคัญของข้อมูลที่ฝ่ายเลขานุการนำเสนอและประเด็นสำคัญที่กรรมการอภิปราย รวมถึงเหตุผลในการตัดสินนโยบายการเงินของกรรมการ กนง. ทั้งฝ่ายเสียงข้างมาก และเสียงข้างน้อยหากมติไม่เป็นเอกฉันท์

หลังจากการประชุม 2 สัปดาห์ กนง. จะเผยแพร่รายงานการประชุม กนง. (ฉบับย่อ) หรือที่เรียกว่า edited minutes ผ่านทางเว็บไซต์ ธปท. เอกสารดังกล่าวจะสรุปสาระสำคัญของข้อมูลที่ฝ่ายเลขานุการนำเสนอและประเด็นสำคัญที่กรรมการอภิปราย รวมถึงเหตุผลในการตัดสินนโยบายการเงินของกรรมการ กนง. ทั้งฝ่ายเสียงข้างมาก และเสียงข้างน้อยหากมติไม่เป็นเอกฉันท์

นอกจากนี้ หากเป็นรอบที่มีการเผยแพร่ประมาณการแนวโน้มจีดีพี และเงินเฟ้อ กนง. จะเผยแพร่รายงานนโยบายการเงิน (Monetary Policy Report: MPR) ประจำไตรมาสนั้นหลังการประชุม 2 สัปดาห์ และจะจัดประชุมกับนักวิเคราะห์เศรษฐกิจที่เรียกว่า Monetary Policy Forum โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อตอบคำถามเชิงลึกของนักวิเคราะห์ แต่ก็มีการถ่ายทอดสดเพื่อเป็นประโยชน์แก่สาธารณชนที่สนใจด้วย เปิดเบื้องหลัง ‘การประชุม กนง.’ แจงยิบ ขั้นตอนวิธีการมีอะไรบ้าง

บทส่งท้าย

ผมมี 2 เรื่องที่อยากเล่าส่งท้าย จากที่ได้มีโอกาสอยู่ในกระบวนการประชุม กนง. เรื่องแรกคือ ผมเชื่อว่าการประชุม กนง. เป็นการตัดสินใจซึ่งใช้ข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีที่สุด และมากที่สุดในประเทศ โดยข้อมูลที่ส่งให้ กนง. เป็นข้อมูลเชิงลึกที่ครอบคลุมทุกด้านของเศรษฐกิจไทย เรื่องที่สองคือ เบื้องหลังการประชุม กนง. ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นกระบวนการในปัจจุบัน

แต่การประชุม กนง. ได้ปรับปรุงกระบวนการอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่นในปี 2543 มาจนถึงปัจจุบันในปี 2566 ทั้งนี้ กระบวนการประชุม กนง. ในอนาคตคงไม่เหมือนเดิม แต่จะมีพัฒนาการต่อไปให้ดียิ่งขึ้นแน่นอนครับ เปิดเบื้องหลัง ‘การประชุม กนง.’ แจงยิบ ขั้นตอนวิธีการมีอะไรบ้าง

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์